

เปิดตำนาน ‘ปลากัดไทย’ จากปลานักสู้สมัยอยุธยาสู่ปลาสวยงามที่ครองใจคนทั่วโลก
Art & Culture / Living Culture
24 Nov 2025 - 7 mins read
Art & Culture / Living Culture
SHARE
24 Nov 2025 - 7 mins read
เมื่อนึกถึงสัตว์เลี้ยงที่ต้องเลี้ยงแบบเดี่ยว ๆ ‘ปลากัด’ มักเป็นชื่ออันดับต้น ๆ ที่คนไทยนึกถึง
แต่ถึงแม้จะเป็นปลาสายพันธุ์นักสู้ที่ต้องแยกเลี้ยงในโหลเดี่ยว ทว่าด้วยสีสันอันโดดเด่นสวยงามและลักษณะของครีบและหางที่หลากหลายของปลากัดแต่ละสายพันธุ์ ทำให้ใครก็ตามที่เริ่มต้นเลี้ยงปลากัดตัวแรก มักมีตัวที่สอง สาม หรือสี่ตามมา
ด้วยเหตุนี้เอง เสน่ห์ของปลากัดจึงไม่ได้จำกัดความนิยมแค่ในหมู่คนไทย ปัจจุบัน ปลากัดไทยกำลังได้รับความนิยมในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ในประเทศจีนที่นิยมเลี้ยงปลาสวยงามไว้บนโต๊ะทำงานเพื่อความผ่อนคลาย ทำให้ปลากัดไทยคือหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่ชาวจีนนิยมเลี้ยง ส่งผลให้ยอดส่งออกปลากัดไทยเติบโตเป็นอย่างสูง
แต่รู้หรือไม่ว่าปลากัดไทยไม่ได้เพิ่งโกอินเตอร์ในยุคนี้ ปลานักก่อหวอดที่พบได้ตามแหล่งน้ำธรรมชาติในทั่วทุกภาคของไทย เคยออกเดินทางไกลไปอวดศักยภาพลีลาการต่อสู้ผสมผสานลีลาแหวกว่ายอันงดงามในยุโรปและสหรัฐอเมริกามานานกว่าร้อยปี
LIVE TO LIFE ขอพาไปทำความรู้จักตำนานปลานักสู้ของไทยที่เชื่อกันว่าอยู่คู่วิถีชีวิตชาวสยามมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ผ่านคำบอกเล่าของ ชานนทร์ โควสุภัทร แฟนพันธุ์แท้ปลากัด หนึ่งในกรรมการของสมาคมปลากัด และนักวิจัยผู้ร่วมอนุรักษ์หนึ่งในปลากัดชนิดที่พบได้ที่เดียวในโลกในเมืองไทยอย่าง ‘ปลากัดป่ามหาชัย’ เกี่ยวกับหลากหลายเรื่องราวน่ารู้ของปลากัดไทย ปลาสวยงามขวัญใจคนทั่วโลก
ออกเดินทางทำความรู้จักปลากัดทั่วไทย
“จุดเริ่มต้นที่ผมทำความรู้จักปลากัดอาจจะแตกต่างจากหลาย ๆ คนที่เคยเลี้ยงปลากัดมาตั้งแต่เด็ก ส่วนผมเพิ่งมาทำความรู้จักปลากัดอย่างจริง ๆ จัง ๆ ตอนกำลังศึกษาปริญญาเอก และต้องหาหัวข้อสำหรับการวิจัย ซึ่งตัวผมเองสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นไทยจึงอยากผลิตผลงานวิจัยที่มีส่วนในการสร้างผลดีต่อประเทศชาติ ซึ่งในช่วงเวลานั้น (ราวปี พ.ศ. 2552) คนไทยกำลังหลงลืมปลากัด และแทบจะไม่มีงานวิจัยของนักวิชาการไทยเกี่ยวกับปลากัดเลย ประกอบกับตอนเรียนปริญญาตรี ผมเคยเรียนด้านอนุกรมวิธาน ซึ่งเกี่ยวกับการจัดหมวดหมู่ ตั้งชื่อ และจำแนกสิ่งมีชีวิต ผมจึงสนใจการทำวิจัยในเชิงพฤติกรรมของปลากัด และได้เริ่มตระเวนไปทั่วประเทศร่วมกับอาจารย์ เพื่อช้อนปลากัดป่าตามแหล่งน้ำธรรมชาติมาเพื่อศึกษาเรื่องความหลากหลายของปลากัดในประเทศไทย”
คุณชานนทร์กับภารกิจตระเวนช้อนปลากัดป่าทั่วไทย
ขอบคุณภาพจากคุณชานนทร์ โควสุภัทร
“ยกตัวอย่าง ปลากัดป่ามหาชัย เป็นปลากัดในท้องถิ่นที่คนรู้จักมานานเป็นร้อยปี แต่ในเวลานั้นก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่าเป็นปลากัดชนิดใหม่หรือไม่ แม้จะมีบางงานวิจัยที่มีการตรวจรหัสทางพันธุกรรมอยู่บ้าง แต่ยังไม่มีการศึกษาอนุกรมวิธานที่ครบถ้วน ผมจึงมาทำพาร์ทนี้ต่อให้สุดทางด้วยการพิสูจน์สปีชีส์ใหม่ของปลากัดป่ามหาชัยและตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ให้ถูกต้อง เพื่อจะได้ต่อยอดไปสู่การอนุรักษ์ก่อนที่จะสูญพันธุ์”
คุณชานนทร์กับภารกิจตระเวนช้อนปลากัดป่าภาคตะวันออก
ขอบคุณภาพจากคุณชานนทร์ โควสุภัทร
“สถานการณ์ความนิยมของปลากัดในประเทศไทยขึ้น ๆ ลง ๆ ย้อนกลับไปในอดีต ปลากัดสามารถพบเจอได้ตามห้วย หนอง คลอง บึง จนคนไทยอาจเคยมองข้ามความพิเศษของปลากัด ต่อมาเมื่อสังคมเมืองเริ่มเจริญขึ้น ถนนหนทางตัดผ่านจนพื้นที่แหล่งน้ำธรรมชาติลดลง คนในแต่ละท้องถิ่นจึงคิดว่าไม่น่าจะมีปลากัดในธรรมชาติหลงเหลืออยู่อีกต่อไป ดังนั้น ช่วงเริ่มวิจัยร่วมกว่าสิบห้าปีที่แล้ว ผมกับอาจารย์และทีมวิจัยจึงต้องออกเดินทางตามหาเอาเองทั่วทุกภาคว่ามีปลากัดป่าที่ไหนบ้าง ตัดภาพมา หลังงานวิจัยถูกตีพิมพ์มาได้สิบกว่าปีในตอนนี้ เมื่อเรากลับไปถามชุมชนไหน ๆ ต่างก็บอกว่ามีปลากัดป่าอยู่ตรงโน้นตรงนี้ เพราะปลากัดกลับมาอยู่ในกระแสความนิยมอีกครั้ง”
ภาพวาดปลากัดป่ามหาชัยในงานวิจัย
ขอบคุณภาพจากคุณชานนทร์ โควสุภัทร
“กระแสความนิยมปลากัดเกิดขึ้นหลายรอบ รอบแรกเกิดขึ้นหลังจากผมและทีมตีพิมพ์ผลงานวิจัยเรื่องปลากัดป่ามหาชัย โดยมีการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ให้ปลากัดชนิดนี้ว่า Betta mahachaiensis ซึ่งในบรรดาปลากัดทั่วโลกที่มีทั้งหมด 78 ชนิด ปลากัดป่ามหาชัยสามารถพบได้ในประเทศไทยเพียงแห่งเดียวเท่านั้น โดยจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับปลากัดไทยที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Betta splendens หรือที่ทั่วโลกรู้จักในนาม Siamese Fighting Fish ซึ่งถูกนำไปผสมและพัฒนาสายพันธุ์จนมีสีสันหลากหลายเป็นที่รู้จักในนานาประเทศ”
“ด้วยความที่งานวิจัยชิ้นนี้เป็นของประเทศไทยและตีพิมพ์รายละเอียดครบถ้วนเป็นพิเศษ เพราะเราอยากโชว์ศักยภาพของทีมนักวิจัยไทย ประกอบกับทางวารสารที่นำงานวิจัยไปตีพิมพ์มีการโปรโมทเป็นพิเศษ ทำให้มีคนเข้ามาอ่านงานวิจัยชิ้นนี้เยอะที่สุดของวารสาร Zootaxa ในปีนั้น เรื่องราวของปลากัดป่ามหาชัยจึงถูกแชร์ไปทั่วโลก”
ปลากัดป่ามหาชัย
ขอบคุณภาพจากคุณชานนทร์ โควสุภัทร
“ผมอยากให้คนไทยหันมาสนใจปลากัดป่ามหาชัยกันมากขึ้น เหตุผลที่เราเลือกตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Betta mahachaiensis ซึ่งมีความหมายว่า พบที่มหาชัย เพราะอยากให้คนมหาชัยและชาวสมุทรสาครรับรู้ว่านี่คือปลาประจำถิ่นของเขา ซึ่งก็เป็นเหตุผลเดียวกับที่ผมและทีมต้องรีบเร่งทำการวิจัย เนื่องจากในช่วงเวลานั้นเราเองต้องไปตามหาและช้อนปลากัดกันถึงในป่าจาก เพราะเขาไม่มีแหล่งน้ำจะอาศัยอยู่อีกต่อไปจึงต้องไปหลบซ่อนในนั้น ถ้าช้ากว่านี้ พื้นที่ป่าจากอาจหมดไปจากมหาชัย และมีความเสี่ยงสูงมากต่อการสูญพันธุ์ของปลากัดป่ามหาชัย”
ปลากัดหางพระจันทร์ครึ่งซีก
“รอบที่สองเป็นช่วงที่ปลากัดไทยปรากฏโฉมบน iPhone 6s ในปี พ.ศ. 2558 โดย อาจารย์วิศรุต อังคทะวานิช มีส่วนร่วมในการกำกับการถ่ายภาพปลากัดในลีลาที่อ่อนช้อยสวยงาม ทำให้ปลากัดสวยงามกลับมาได้รับความนิยม และจุดประกายให้คนหันมาสนใจการถ่ายภาพปลากัดมากขึ้น ประกอบกับในช่วงนั้นมีกลุ่มประมูลปลากัดเกิดขึ้นมากมายบนเฟสบุ๊ก จึงทำให้คนเข้าถึงการเลี้ยงปลากัดได้มากขึ้น”
“ความนิยมปลากัดรอบที่สามเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2562 เมื่อครั้งที่มีการประกาศให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติไทย โดยความร่วมมือของกรมประมงและภาคเอกชน พอประกาศออกมาปุ๊บ ทำให้คนอยากทำความรู้จักปลากัดมากขึ้น จากที่อาจจะเคยได้ยินคำว่าปลากัดจีน ปลากัดหม้อ แล้วเกิดความรู้สึกเอ๊ะขึ้นในใจ แต่พอมีการประกาศให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติไทย จึงเป็นที่แน่ชัดว่านี่คือปลาของไทยที่อาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติในท้องถิ่นไทยและผูกพันกับวิถีชีวิตคนไทยอย่างยาวนาน”
แผนภูมิแสดงถิ่นที่อยู่ของปลากัดป่าในไทย
ขอบคุณภาพจากคุณชานนทร์ โควสุภัทร
ปลานักสู้ที่ผูกพันกับวิถีชีวิตคนไทย
“สันนิษฐานว่าคนไทยน่าจะช้อนปลากัดมาเลี้ยงหรือนำปลามากัดกันตั้งแต่สมัยอยุธยา ในขณะที่หลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนที่สุดปรากฏในกฎหมายตราสามดวงสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยมีเนื้อหาระบุถึงการห้ามกัดปลา ความว่า
‘แต่นี้สืบไปเบื้องหน้า ห้ามอย่าให้ ผู้ใด ๆ คบหาชักชวนกันชนไก่ ชนนกคุ่ม ชนนกกระทา ชนนกศรีชมภู แลจับปลา ให้กัดพนันกันเป็นอันขาด ทีเดียว ถ้าผู้ใดมิฟัง จับได้ พิจารณาเป็นสัจ จะให้ลงพระราชอาญา จับเฆี่ยน ปรับไหมตามโทษานุโทษ’
“นั่นหมายความว่า ก่อนหน้านั้นคนไทยนิยมกัดปลาอย่างแพร่หลาย เพราะเมื่อเริ่มรัชกาลแห่งราชวงศ์ใหม่จึงสามารถออกประกาศห้ามในทันที ต่อเนื่องถึงสมัยรัชกาลที่สองได้มีการออกพระราชกำหนดฉบับแยกออกมาเป็นพิเศษสำหรับการห้ามกัดปลา เพราะคนมัวแต่กัดปลากันจนไม่ทำการทำงาน ดังนั้น หากจับได้ว่าใครกัดปลาต้องเอาโหลคล้องคอเดินประจานรอบเมืองและโดนเฆี่ยนซ้ำ โดยการกัดปลาในยุคนั้นจะมีลักษณะเป็นกลุ่มคนมายืนล้อมวงก้มมองดูปลากัดกันในโอ่ง ซึ่งมีภาพบันทึกไว้ในหนังสือ The Kingdom of the Yellow Robe เขียนโดย Earnest Young”
การกัดปลา กิจกรรมของคนไทยในอดีต
“ด้วยความที่ปลากัดอยู่ในวิถีชีวิตคนไทยมายาวนาน การเห็นปลากัดอยู่ทุกวันจึงเกิดสำนวนอันมีที่มาจากปลากัดขึ้นมากมายและยังคงใช้อยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ก่อหวอด ที่หมายถึงการรวมกลุ่มของคนเพื่อทำการอย่างใดอย่างนึง เหมือนกับการสร้างหวอดของปลากัดที่ค่อย ๆ รวมกันจนกลายเป็นแพหวอด หรือ คร่ำหวอด ที่หมายถึง มีประสบการณ์สูงและมีความชำนาญมาก เหมือนกับธรรมชาติของปลากัดตัวผู้ที่ขยันสร้างหวอดจนเชี่ยวชาญ”
ปลากัดกำลังสร้างหวอด
“คำว่า ถอดสี ที่หมายถึง การแสดงอาการหวาดกลัวให้เห็น ก็มาจากลักษณะของปลากัดป่า ซึ่งจะมีสีซีด ๆ จาง ๆ เวลาอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ แต่เวลาเจอศัตรูจะขู่จึงทำให้สีตัวค่อย ๆ เข้มขึ้น เมื่อก่อนเวลาชาวบ้านช้อนปลากัดป่ามากัดกัน ตัวไหนที่อ่อนแอกว่าและกลัวคู่ต่อสู้จะถอดสีจนสีซีดจางลง ต้องจับแยกเอาตัวอื่นมากัดแทน จึงเป็นกำเนิดของการเพาะพันธุ์ปลากัดหม้อในยุคต่อมา เพื่อให้ได้ปลาที่มีฝีมือในการต่อสู้และกัดเก่ง”
“ดังนั้นคำว่า ลูกหม้อ จึงเกิดจากการเพาะเลี้ยงปลากัดในหม้อดินเผา เพื่อคัดเลือกปลากัดที่สู้เก่งกัดเก่ง ตัวไหนเป็นลูกของหม้อไหนก็จะสืบต่อเชื้อสายจากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์คู่นั้น ๆ ต่อไป พัฒนามาเป็นสำนวนที่หมายถึง ผู้มีวิชาชีพโดยสืบต่อเชื้อสายกันมา หรือทำงานในสังกัดนั้น ๆ มาตั้งแต่เดิม”
“หรืออย่างคำว่า ลูกไล่ ก็มาจากปลากัดตัวที่ถอดสี ซึ่งมีนิสัยไม่ดุ นักเลงปลากัดจึงนิยมเอาไว้เป็นตัวล่อปลาที่จะฝึกกัด ปลาลูกไล่จะตื่นกลัวเวลาถูกปลานักสู้ว่ายไล่ตาม”
“ส่วนความเชื่อที่ว่าปลากัดจ้องตากันแล้วท้องนั้นถือเป็นความเข้าใจผิดอันดับต้น ๆ ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อปลากัดตัวเมียกับตัวผู้จ้องตากัน แล้วตัวเมียเกิดถูกใจตัวผู้ตัวนั้น จะทำให้ไข่สุกแล้วท้องป่อง จากนั้นจึงค่อยนำตัวผู้มาใส่ในโหลเดียวกัน เพื่อให้ปลากัดตัวผู้รัดปลากัดตัวเมียเพื่อให้ไข่ออกมา และตัวผู้จึงค่อยปล่อยน้ำเชื้อใส่ไข่ เพื่อให้เกิดการปฏิสนธิ จากนั้นจะค่อย ๆ ใช้ปากเก็บไข่ขึ้นไปไว้ใต้หวอด ซึ่งเป็นฟองอากาศที่ตัวผู้สร้างไว้ล่วงหน้า โดยไข่จะถูกเรียงไว้ในหวอดอย่างระมัดระวัง และตัวผู้จะไล่ตัวเมียออกไปจากพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้มากินลูกของตัวเอง”
“ธรรมชาติของปลากัดตัวผู้ คือ มีสัญชาตญาณความเป็นพ่อสูงมาก โดยจะคอยเฝ้าไข่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่กินอะไรเลยตลอด 2-3 สัปดาห์ ทำหน้าที่เดียวที่พ่อปลาทำ คือ คอยฮุบไข่ที่หลุดลอยออกจากหวอด แล้วเอาขึ้นไปเรียงระหว่างหวอดบนผิวน้ำ เพราะหนึ่งในปัจจัยที่จะทำให้ไข่ฟักคือออกซิเจนบนผิวน้ำ ส่วนหวอดมีไว้เพื่อพยุงไข่ ดังนั้น ด้วยสัญชาตญาณความเป็นพ่อที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แม้จะไม่เจอตัวเมียหรือไม่มีไข่ให้วาง ปลากัดตัวผู้ก็จะสร้างหวอดเตรียมไว้เสมอ แม้จะต้องอยู่ตัวเดียวก็ตาม”
ต่อยอดความสวยงามของปลากัดด้วยภูมิปัญญาไทย
“ปัจจุบัน จะเห็นว่าปลากัดสวยงามมีสีสันและรูปแบบครีบที่หลากหลาย ซึ่งเกิดจากภูมิปัญญาของคนไทยรุ่นสู่รุ่นที่ช่วยกันเพาะพันธุ์และพัฒนาปลากัดสายพันธุ์ต่าง ๆ กว่าจะได้ปลากัดแต่ละสี แต่ละลักษณะ บางครั้งต้องใช้นานนับสิบปี ดังนั้น คนที่เพาะปลากัดจึงมีทั้งความตั้งใจและความอดทนสูงมาก จึงควรค่าแก่การเรียกว่าภูมิปัญญาจริง ๆ กว่าจะออกมาเป็นสายพันธุ์ปลากัดที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เช่น ปลากัดหางใบโพธิ์ ปลากัดหางพระจันทร์ครึ่งซีก ปลากัดหางมงกุฎ ปลากัดหูช้าง ฯลฯ ปลากัดจึงเป็นปลาสวยงามที่น่าจะมีสีสันมากที่สุดในโลกก็ว่าได้”
ปลากัดจีน
“เสน่ห์ของปลากัด คือ ลีลาในการขู่ ความพลิ้วไหวในการแผ่ครีบและแผ่หาง ซึ่งปลากัดครีบสั้นก็สไตล์นึง ครีบยาวก็อีกสไตล์ ส่วนปลากัดป่าก็ค่อย ๆ เปลี่ยนสีให้เข้มขึ้นได้ราวกับเล่นมายากล ปลากัดสวยงามบางตัวที่ไม่ใช่ปลากัดสีเดี่ยว แต่มีลวดลาย ซึ่งลายแบบนั้นอาจมีตัวเดียวในโลกก็ได้”
“ความน่าทึ่งของภูมิปัญญาไทยในการเพาะพันธุ์ปลากัดที่น่าสนใจที่สุดครั้งหนึ่ง ก็คือ ความพยายามในการเพาะพันธุ์ ปลากัดลายธงชาติไทย ให้มีสามสีในตัวเดียว คือ แดง ขาว และน้ำเงิน โดยเริ่มจากปลากัดลายธงชาติไทยที่เป็นปลากัดครีบสั้นหางพระจันทร์ครึ่งดวง และปลากัดหางมงกุฎ ก่อนจะมาลงตัวที่ "เจ้าไตรรงค์" ปลากัดครีบสั้นลายธงชาติไทยที่มีสีสันสมบูรณ์ที่สุด โดยเคยสร้างประวัติศาสตร์เมื่อปี พ.ศ. 2559 ว่ามีราคาสูงที่สุดในโลก ณ เวลานั้น โดยได้รับการประมูลผ่านช่องทางออนไลน์ในราคา 53,500 บาท ทำให้ปลากัดลายธงชาติไทยเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมนับแต่นั้นเป็นต้นมา”
ปลากัดลายธงชาติไทย
“ปลากัดอีกชนิดที่เคยถูกมองข้าม และกำลังมีความพยายามอนุรักษ์ในปัจจุบัน คือ ปลากัดหม้อแปดริ้ว โดยจังหวัดฉะเชิงเทรากำลังจะจัดประกวดปลากัดหม้อสวยงามขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเป็นการหาทางออกให้ปลากัดหม้อกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง เนื่องจากในอดีตปลากัดหม้อถูกพัฒนาสายพันธุ์เพื่อเอาไว้กัดแข่งกันโดยเฉพาะ ทำให้ถูกมองว่าเป็นความโหดร้ายจนทำให้ปลากัดหม้อกำลังจะสูญหายไปจากสังคมไทย ผมเชื่อว่าการประกวดปลากัดหม้อสวยงามจะช่วยสร้างมูลค่าและส่งผลให้ปลากัดหม้อกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง"
"ในฐานะนักวิชาการและกรรมการสมาคมปลากัด ผมจึงมีหน้าที่ในการให้คำแนะนำและร่วมกำหนดเกณฑ์การตัดสินในการประกวดปลากัด โดยต้องไม่เทน้ำหนักไปทางลักษณะใดลักษณะหนึ่งมากเกินไป ไม่อย่างนั้น ลักษณะอื่น ๆ ของปลากัดอาจหายไปได้ เหมือนกรณีที่เคยเกิดขึ้นกับปลากัดป่า”
ปลากัดหางใบโพธิ์
“ยกตัวอย่าง ปลากัดป่าภาคกลางในธรรมชาติส่วนใหญ่จะมีหางกลม ส่วนปลากัดหางใบโพธิ์นั้นเดิมหายากมาก ทำให้ปลากัดหางใบโพธิ์มักจะชนะในงานประกวด จึงเกิดการพัฒนาปลากัดหางใบโพธิ์มากขึ้น กลายเป็นว่าอีกสิบปีต่อมา ในการประกวดและความนิยมในการเพาะปลากัดป่าแทบไม่มีปลากัดหางกลมหลงเหลือเลย เพราะทุกคนตั้งใจคัดเฉพาะปลากัดหางใบโพธิ์มาประกวด ซึ่งมีโอกาสในการชนะสูงกว่า ดังนั้น บทบาทสำคัญของนักวิชาการในการกำหนดเกณฑ์การประกวดปลาสวยงาม คือ การไม่ด้อยค่าบางลักษณะที่เป็นลักษณะเด่น ซึ่งเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์ของปลากัดป่าที่พบได้ในธรรมชาติ เพื่อป้องการการลดทอนบางลักษณะของปลากัดจนสูญหายไป การที่คนเริ่มหันมาให้ความสนใจปลากัดจึงเหมือนเป็นการกระตุ้นให้เกิดการอนุรักษ์ปลากัดสายพันธุ์ดั้งเดิมให้อยู่คู่สังคมไทยต่อไป”
ปลากัดไทยขวัญใจชาวโลก
“ในมุมผู้เลี้ยง ปลากัดไทยได้รับความนิยมสูงในยุโรปและอเมริกา อย่างตอนที่งานวิจัยเรื่องป่ากัดป่ามหาชัยได้รับการเผยแพร่ออกไป ประเทศที่สนใจมากและแชร์ไปเป็นเจ้าแรก ๆ คือประเทศต่าง ๆ ในยุโรป เพราะเขาต้องการรู้ถึงความแตกต่างของปลาสวยงามและปลากัดป่า ซึ่งได้รับความนิยมในการเลี้ยงทั้งสองประเภท”
“ด้วยความที่การเลี้ยงปลากัดในประเทศแถบตะวันตกต้องอาศัยฮีตเตอร์และการจัดไม้น้ำในตู้ปลาเพื่อปรับอุณหภูมิน้ำให้เหมาะสม ซึ่งเป็นกระบวนการที่ยุ่งยาก ทำให้เขาไม่สามารถเพาะพันธุ์ปลากัดเองได้จึงต้องนำเข้าจากไทย ทำให้ปลากัดเป็นปลาที่มีมูลค่าส่งออกสูงที่สุดของประเทศไทยในบรรดาปลาสวยงาม”
ปลากัดหางมงกุฎ
“ปัจจุบัน คนญี่ปุ่นเริ่มหันมาเลี้ยงปลากัดกันมากขึ้น เช่นเดียวกับคนจีนที่กำลังเปิดตลาดเพิ่มเติม ดังนั้น แม้ฟาร์มปลากัดในประเทศไทยจะมีหลายแห่ง แต่เมื่อเกิดความต้องการพร้อม ๆ กัน ทำให้บางครั้งมีปลากัดไม่เพียงพอต่อการส่งออก ประเทศที่ได้ผลประโยชน์จากตรงนี้คือ มาเลเซียและอินโดนีเซีย เพราะเขามีพื้นที่ขนาดใหญ่ มีธรรมชาติที่หลากหลายมากกว่าเรา จึงสามารถนำเข้าปลากัดจากไทยไปเพาะและพัฒนาให้เกิดรูปแบบใหม่ ๆ มากขึ้น”
“ผมมองว่าใครที่กำลังมองหาอาชีพและคิดว่าตัวเองมีงบประมาณ มีพื้นที่ในการเลี้ยง และมีความรักในปลากัด การเพาะพันธุ์ปลากัดเป็นหนึ่งในช่องทางทำกินที่น่าสนใจและมีโอกาสเติบโตสูงมาก”
รู้จักธรรมชาติของปลากัดก่อนเลี้ยง
“คนที่ไม่ได้เลี้ยงปลากัดอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องเลี้ยงปลากัดในโหลแคบ ๆ มันจะไม่อึดอัดเหรอ เป็นการทรมานสัตว์รึเปล่า”
“โดยธรรมชาติของปลากัดป่ามักอาศัยตามมุมเล็ก ๆ ในแหล่งน้ำตื้น เพราะปลากัดมีพฤติกรรมหวงถิ่น เนื่องจากปลากัดตัวผู้ต้องสร้างหวอดเพื่อเตรียมไว้เลี้ยงลูก จึงต้องหาพื้นที่ในการสร้างหวอด และป้องกันอาณาเขตนั้นไม่ให้ตัวอื่นมากินลูกเขาได้ ถ้าอาณาเขตของเขาไม่ใหญ่มากนักก็จะง่ายต่อการดูแล ถ้าอาณาเขตใหญ่ขึ้นก็ต้องดูแลมากขึ้น เกิดความระแวงมากขึ้น”
พ่อปลากัดกับภารกิจในการเลี้ยงดูลูกทุกตัว
“ฉะนั้น การเลี้ยงปลากัดไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่กว้าง แต่ก็ต้องไม่คับแคบเกินไปจนปลาขยับตัวไม่สะดวก สามารถประเมินขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการเลี้ยงปลากัดได้จากการสร้างหวอดของเขา ดูให้มีพื้นที่หวอดล้นออกมาพอประมาณแล้วปลากัดยังสามารถว่ายน้ำได้ นั่นคือพื้นที่ที่พอดีสำหรับปลากัดหนึ่งตัว”
“หรือถ้าอยากเลี้ยงปลากัดในพื้นที่ใหญ่ขึ้น อาจจะมีการตกแต่งบางมุมในอ่างปลาสำหรับให้เขาได้หลบซ่อนตัว รู้สึกมีอาณาเขตไปพร้อม ๆ กับรู้สึกปลอดภัย”
“ใคร ๆ ก็สามารถเลี้ยงปลากัดได้ เพราะเลี้ยงง่าย ไม่ต้องอาศัยพื้นที่เยอะ ไม่ต้องอาศัยออกซิเจนในการเลี้ยง และเหมาะจะเป็นกิจกรรมครอบครัวที่คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนให้ลูกได้เรียนรู้การดูแลสิ่งมีชีวิต เป็นโมเดลในการฝึกความรับผิดชอบที่เข้าถึงได้ง่าย”
“ด้วยความที่อายุขัยของปลากัดอยู่ที่ราว 2 ปีกว่า ๆ ถึง 3 ปี จึงมีทั้งข้อดีและข้อเสียในแง่ความผูกพันที่ต้องทำใจไว้ล่วงหน้า หรืออาจจะหาปลากัดตัวใหม่ ๆ มาเลี้ยงทดแทน เพราะปลากัดมีความหลากหลายมาก ไม่น่าจะจบที่ตัวหรือสองตัวแน่นอน”
“แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์ที่สามารถเลี้ยงแบบเดี่ยว ๆ ได้ แต่ปลากัดก็ไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น ๆ ที่เราควรเล่นกับเขาหรือพาเขาออกกำลังกายยืดเส้นยืดสาย ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการหยิบกระจกเงามาส่องให้เขาขู่เล็ก ๆ น้อย ๆ นอกจากปลาจะได้กางครีบได้เต็มที่ ช่วยให้ลำตัวแข็งแรงขึ้น เราเองก็มีความสุขกับการได้เห็นสีสันและลีลาที่สวยงามของเขา”
“ทั้งนี้ ต้องดูลักษณะนิสัยของปลากัดแต่ละตัวด้วย บางตัวขู่แล้วชอบเอาปากกระแทกกระจก ก็อย่าให้เขาขู่เยอะ หรือบางตัวก็ขี้กลัวมาก อาจใช้ไม้ล่อปลาเป็นตัวช่วยในการหลอกล่อเขาเบา ๆ”
“สำหรับอาหาร ควรเลือกอาหารสำหรับปลากัดโดยเฉพาะ เช่น สูตรไรแดง ลูกไร ลูกน้ำ ห้ามให้อาหารปลาชนิดทั่ว ๆ ไป เพราะปลากัดไม่สามารถย่อยได้”
“การปรับสภาพน้ำในการเลี้ยงปลากัดสามารถทำได้ด้วยการนำใบหูกวางตากแดดจนแห้งสนิท แล้วมาแช่น้ำ จากนั้นนำน้ำใส ๆ สีน้ำตาลอ่อนที่ได้เล็กน้อยมาผสมกับน้ำในโหลเลี้ยงปลา โดยสารแทนนินในใบหูกวางจะช่วยปรับสภาพน้ำให้สะอาด ลดเชื้อโรค แบคทีเรีย และเชื้อรา ทำให้ปลากัดมีสุขภาพดี ลดความเครียด ช่วยสมานแผล ช่วยเร่งสีสันและทำให้เกล็ดเงางามขึ้น”
“วิธีสังเกตว่าปลากัดมีความสุขไหม สังเกตได้จากการที่ปลากัดสร้างหวอดอยู่เรื่อย ๆ ไม่ได้ว่ายน้ำแบบหวาดระแวง ถ้าปลากัดไม่สร้างหวอดเลย แสดงว่าต้องมีอะไรผิดปกติบางอย่าง เช่น น้ำขุ่นเกินไป น้ำไม่สะอาด แสดงว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องเปลี่ยนน้ำให้ใหม่ เพื่อให้ปลากัดกลับมาคึกคักอีกครั้ง”
อ้างอิง
- คุณพระช่วย.ตอน ปลากัดไทย.https://bit.ly/4opoMrL
- มูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน.ปลากัด.https://bit.ly/4o3ZK0M
