อยู่คนเดียวดีต่อใจกว่าที่คิด ! ชวนทำแบบทดสอบ Single at Heart เช็กระดับความโสดในตัวคุณ

11 Nov 2025 - 5 mins read

Art & Culture / Living Culture

Share

รู้ไหม ? หากมีคนเดินผ่านมา 5 คน 1 ในนั้นคือ ‘คนโสด’

 

และดูเหมือนว่าจำนวนคนโสดหรือคนที่เลือกใช้ชีวิตอยู่คนเดียวจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ถึงอย่างนั้น ภาพจำของคนโสดที่มักถูกมองว่าเป็นคนขี้เหงาและต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ยังคงมีอยู่ไม่เคยเปลี่ยน ทั้งที่ในความเป็นจริง กลับไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป

 

LIVE TO LIFE อยากชวนทุกคนมาสำรวจความสัมพันธ์ระหว่าง ‘ความโสด’ กับ ‘ความสุข’ เพื่อหาคำตอบให้คำถามที่ว่า ทำไมคนที่ตั้งใจครองโสด ถึงกลายเป็นคนที่มีความสุขและพอใจในชีวิตมากกว่าใคร ?

 

ไม่สำคัญว่าสถานะของคุณในตอนนี้จะ ‘เป็นโสด’ หรือ ‘มีคู่’ หากคุณเลือกอยู่คนเดียว บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและภูมิใจในสถานะโสดมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าเลือกมีคู่ อย่างน้อยที่สุด ความจริงเกี่ยวกับความโสดที่คุณกำลังจะได้อ่าน จะช่วยลบภาพจำและเปลี่ยนมุมมองใหม่ต่อความโสด ทำให้เห็นแง่มุมที่ใครหลายคนอาจไม่เคยรู้และเข้าใจได้ว่า อยู่คนเดียวดีต่อใจกว่าที่คิด !

 

 

ทำไม ‘โสด’ แล้ว ‘สุข’ มากกว่า ?

ดร.เบลลา เดอเปาโล (Bella DePaulo) นักจิตวิทยาสังคมชาวอเมริกัน ผู้ทุ่มเทศึกษาวิทยาศาสตร์ของความโสดมาตลอดชีวิต ยืนยันว่า คนโสดมีแนวโน้มมีความสุขมากกว่าคนมีคู่ เพราะคนมีคู่ที่ตกลงใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแล้ว มักจะเก็บตัวอยู่กันแค่สองคน แนวโน้มที่จะออกมาพบปะเพื่อนฝูงหรือออกไปใช้ชีวิตตามอิสระเหมือนตอนเป็นโสดจึงลดน้อยลงตามไปด้วย เปรียบได้กับการขีดเส้นจำกัดตัวเองให้แยกตัวจากโลกภายนอก

 

ส่วนคนโสดไม่เป็นแบบนั้น เพราะอยู่ตัวคนเดียวจึงทำทุกอย่างได้เป็นปกติเหมือนเดิม ชีวิตคนโสดจึงไม่จำเป็นต้องปรับและเปลี่ยนตัวเองเพื่อเข้าหาใคร โดยเฉพาะคนที่ตั้งใจโสดแบบ Single at Heart

 

ความหมายของ Single at Heart คือ คนโสดที่เห็นคุณค่าและความดีงามในสถานะโสดของตัวเอง รู้สึกดีที่มีอิสระ สามารถจัดสรรเวลาที่มีอยู่มากมายไปกับการทำอะไรก็ได้ให้ตัวเองมีความสุขและตื่นรู้ จึงไม่เคยรู้สึกเปลี่ยวเหงาหรืออ้างว้างเมื่ออยู่ตามลำพัง ในมุมกลับกัน ยิ่งรู้สึกดีด้วยซ้ำที่ได้อยู่เงียบ ๆ กับตัวเอง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนิสัยส่วนตัวที่รักสันโดษ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าตัดขาดจากสังคมไปเลย แค่แบ่งเวลาคุณภาพระหว่าง ‘อยู่กับตัวเอง’ และ ‘อยู่กับคนอื่น’ ได้อย่างพอเหมาะพอดี

 

เมื่อเวลาผ่านไป คนโสดที่อายุมากขึ้นก็ไม่ได้รู้สึกเหงาหรือโดดเดี่ยว เพราะคนที่ตั้งใจครองโสดแบบ Single at Heart จะยังคงยึดมั่นในเป้าหมายที่อยากใช้ชีวิตอยู่คนเดียวต่อไปได้ โดยเฉพาะเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป จะยิ่งมีความสุขและพอใจในชีวิตโสดเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ต่างจากคนที่ต้องจำใจโสดด้วยเงื่อนไขบางอย่าง เช่น ยังไม่เจอคนที่ถูกใจ

 

คำถามที่ตามมาก็คือ จะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองเป็นคนโสดแบบ Single at Heart ?

 

LIVE TO LIFE แนะนำให้ทำ แบบทดสอบ Single at Heart เพื่อเช็กระดับความโสดในตัวคุณ

 

คำชี้แจง

  • แบบทดสอบนี้ ประกอบด้วยคำถาม 10 ข้อ โปรดอ่านคำถามและตัวเลือกให้ครบถ้วน แล้วเลือกคำตอบที่ตรงกับบุคลิกภาพ หรือสอดคล้องกับมุมมองการใช้ชีวิต ณ ปัจจุบันมากที่สุด
  • บันทึกคำตอบที่คุณเลือกทั้งหมดเอาไว้ เพื่อใช้สำหรับการแปลผลลัพธ์ท้ายแบบทดสอบ
  • เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด ไม่ควรใช้เวลาคิดไตร่ตรองนาน ให้ตัดสินใจเลือกทันที หลังจากอ่านคำถามและตัวเลือกแต่ละข้อ
  • ทุกคำถามไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิด ทุกตัวเลือกเป็นเพียงการบรรยายถึงลักษณะบุคลิกภาพ หรือมุมมองการใช้ชีวิตที่หลากหลาย ไม่ได้เจาะจงถึงบุคลิกภาพหรือความคิดของใครคนใดคนหนึ่ง

ข้อที่ 1 ความคิดแรกที่เกิดขึ้นมาในหัว เมื่อคิดว่าต้องอยู่ตัวคนเดียวหรือใช้ชีวิตตามลำพัง

[1] กังวล กลัวเหงา ไม่สบายใจเท่าไหร่ หากต้องอยู่คนเดียว เพราะไม่ชอบความโดดเดี่ยว

[2] ไม่คิดอะไร เพราะเป็นเรื่องปกติของชีวิต ต้องมีทั้งช่วงที่อยู่กับคนอื่น และต้องอยู่คนเดียว

[3] แค่คิดก็มีความสุข เฝ้ารอเวลาที่จะได้อยู่กับตัวเอง รู้สึกสงบและสบายใจขึ้นมาในทันที

ข้อที่ 2 คิดอย่างไรกับคำว่า ‘คู่ครอง’ และ ‘ความสัมพันธ์ระยะยาว’

[1] เป็นเป้าหมายของชีวิต เพราะต้องการใครสักคนที่คอยอยู่เคียงข้างแล้วก้าวเดินไปด้วยกัน

[2] ถ้ามีคู่ครองก็คงจะดี เพียงแต่ที่ผ่านมาไม่เคยกดดันตัวเองว่าต้องรีบร้อนลงเอยกับใคร

[3] ไม่ได้สนใจ เพราะมีเรื่องอื่น ๆ ที่สำคัญกับชีวิตมากกว่าเรื่องคู่ครองและความสัมพันธ์ระยะยาว

ข้อที่ 3 หากต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญในชีวิต เช่น เปลี่ยนงานใหม่ คุณเลือกที่จะ…

[1] ตัดสินใจร่วมกับคู่ชีวิต เพราะการมีอีกคนคอยให้คำปรึกษาย่อมดีกว่า จะได้เลือกสิ่งที่ดีต่อเราทั้งคู่

[2] ขึ้นอยู่กับว่าเป็นเรื่องอะไร คงต้องหาจุดสมดุลระหว่างสิ่งที่ตัวเองต้องการกับสิ่งที่ดีต่อคนรัก

[3] เลือกในสิ่งที่ใจอยากได้โดยไม่สนใจว่าจะมีใครไม่เห็นด้วย เพราะมั่นใจว่าอำนาจการตัดสินใจเป็นของตัวเองคนเดียว

ข้อที่ 4 คนรักกัน หรือคนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนม จำเป็นต้องตัวติดกันตลอดเวลาไหม

[1] มีเธอต้องมีฉัน มีกันและกันเสมอ อยู่ใกล้ ๆ แล้วอุ่นใจ ถ้าห่างกันเมื่อไหร่ จะไม่สบายใจเมื่อนั้น

[2] เป็นไปไม่ได้ที่คนสองคนจะตัวติดกันตลอดเวลา แต่ถึงอย่างนั้น เธอกับฉันก็ควรแบ่งเวลามาอยู่ด้วยกันให้ได้มากที่สุด

[3] ไม่ว่าใคร ต่อให้รักกันมากแค่ไหน ก็ไม่จำเป็นต้องตัวติดกัน ควรให้แต่ละคนมีพื้นที่ส่วนตัว

ข้อที่ 5 เมื่อถึงเวลาเข้านอน คงจะดีกว่าถ้า…

[1] ถ้าได้นอนหนุนแขนใครสักคน หรือมีคนให้มานอนหนุนแขนเล่น

[2] ถ้ามีคนส่งข้อความมาบอก “ฝันดี” ทุกคืน

[3] ถ้าไม่มีเสียงใครมารบกวนการนอน ต้องการแค่ความเงียบสงบ

ข้อที่ 6 ใครกัน คือคนสำคัญที่สุดในชีวิต

[1] แฟนที่คบหาดูใจกันมานาน หรือคู่ชีวิตที่ฝ่าฟันทุกอุปสรรคมาด้วยกัน

[2] มีอยู่หลายคน ทั้งคนในครอบครัว เพื่อนสนิท และผู้มีพระคุณที่คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด

[3] คนอื่น ๆ ก็สำคัญ แต่ตัวเองนี่แหละสำคัญที่สุด 

ข้อที่ 7 กิจกรรมข้อไหน ทำแล้วรู้สึกเป็นตัวของตัวเองและมีความสุขที่สุด

[1] สร้างเซอร์ไพรส์ให้คนพิเศษในโอกาสพิเศษ

[2] ชวนใครก็ได้ที่ว่างไปหาอะไรทำนอกบ้าน

[3] ง่วนอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบได้ทั้งวัน

ข้อที่ 8 เมื่อตั้งเป้าหมายอะไรไว้สักอย่าง จะรู้สึกดีมากกว่าถ้า…

[1] มีคนรู้ใจร่วมพิชิตเป้าหมาย หากล้มเหลว อย่างน้อยก็มีคนเป็นกำลังใจให้พยายามใหม่อีกครั้ง

[2] บอกกล่าวหรือแบ่งปันเป้าหมายกับเพื่อน ๆ เผื่อมีคนที่สนใจมาทำเป้าหมายให้สำเร็จไปด้วยกัน

[3] มุ่งมั่นไปให้ถึงเป้าหมายด้วยตัวเอง อาจใช้เวลานานหน่อย แต่จะเป็นความสำเร็จที่น่าภูมิใจ

ข้อที่ 9 เลือกทำอะไร หลังจากเจอเรื่องแย่ ๆ ที่กระทบกระเทือนใจ

[1] ระบายกับคนที่ไว้ใจได้ หรือคนที่พร้อมรับฟัง

[2] ถามความคิดเห็นหรือขอคำแนะนำจากคนที่มีประสบการณ์

[3] ปลอบใจตัวเอง และเก็บจำเป็นบทเรียน

ข้อที่ 10 จนถึงตอนนี้ พึ่งพาตัวเองได้ในระดับไหน

[1] แค่คิดก็กลุ้มใจ หากขาดเขาหรือเธอคนนั้น คงใช้ชีวิตคนเดียวต่อไปไม่ได้

[2] ไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกที่จะใช้ชีวิตคนเดียว แต่ให้ทำอย่างไรได้

[3] มั่นใจว่าใช้ชีวิตคนเดียวได้สบาย เพราะทุกคนต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้ไม่ใช่เหรอ

 

หลังจากตอบคำถามครบทั้ง 10 ข้อแล้ว ให้รวมคะแนนตามตัวเลือกที่เลือกตอบในแต่ละข้อ ตามเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้

  • ตอบตัวเลือก [1] = 0 คะแนน
  • ตอบตัวเลือก [2] = 1 คะแนน
  • ตอบตัวเลือก [3] = 2 คะแนน

ผลคะแนนรวมที่ได้ (0-20 คะแนน) จะสะท้อนให้เห็นมุมมองของผู้ทำแบบทดสอบว่า ตั้งใจใช้ชีวิตโสดแบบ Single at Heart หรือไม่ โดยแบ่งผลลัพธ์ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

 

0 - 7 คะแนน : ไม่อยากโสด ชีวิตต้องลงเอยกับใครสักคน 

เป็นคนที่มองข้ามความโสด เพราะให้ความสำคัญกับการมีคู่ครอง เชื่อมั่นว่าการมีคนรู้ใจอยู่เคียงข้างไปตลอดชีวิต ไม่ใช่แค่ให้อีกฝ่ายเข้ามาเติมสิ่งที่ขาดเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการเป็นส่วนเติมเต็มของกันและกัน เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่สมบูรณ์ ทำให้ชีวิตมีความสุขมากกว่าอยู่คนเดียว

 

8 - 14 คะแนน : โสดก็ได้ ไม่โสดก็ดี ยืดหยุ่นในความสัมพันธ์

มองเห็นความสวยงามของการใช้ชีวิตทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะโสดหรือมีคู่ครอง จึงไม่คิดปิดกั้นตัวเอง หากมีโอกาสเจอคนที่ดีพอ ก็พร้อมพัฒนาความสัมพันธ์ ศึกษาดูใจกันไปยาว ๆ แต่ถ้ายังไม่เจอคนที่ใช่สักที ก็ยินดีใช้ชีวิตคนเดียวไปก่อนแบบไม่ฟูมฟาย เพราะยืดหยุ่นในความรักและความสัมพันธ์เสมอ

 

15 - 20 คะแนน : ตั้งใจใช้ชีวิตอยู่เดี่ยวและภูมิใจในความโสด

เป็นคนโสดประเภท Single at Heart อย่างแท้จริง ไม่มีคำว่า ‘คู่ชีวิต’ อยู่ในพจนานุกรมส่วนตัว เพราะไม่ชอบภาระผูกมัดและไม่ชอบพึ่งพาใคร ขณะเดียวกันก็ไม่ชอบให้ใครมาพึ่งพา รักอิสระ รักตัวเอง และรักความคล่องตัว มั่นใจในตัวเองสูง ถือคติว่า ชีวิตที่มีความสุขและมีคุณค่า คือชีวิตที่ฉันเป็นคนเลือกเอง

 

 

ใช้ชีวิตโสดให้สุขกว่าใครด้วยกฎเหล็ก 3 ข้อ

ไม่ใช่ทุกคนที่จะสนใจและให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตแบบอยูคนเดียวเหมือนอย่างคนที่ตั้งใจโสด โดยเฉพาะคนที่เลือกมีชีวิตตามค่านิยมสังคมที่คาดหวังให้ทุกคนมีคู่จุดนี้เองอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้คนโสดมักถูกคนรอบข้างตั้งคำถามอยู่บ่อยครั้งทำนองว่า “เมื่อไหร่จะมีแฟนสักที ?” ต่อให้เคยประกาศว่า “ฉันจะเป็นโสด” กับทุกคนไปแล้วก็ตาม

 

สำหรับคนโสดที่ยังถูกถามซ้ำ ๆ จนเริ่มรู้สึกว่าเสียงของคนใกล้ชิดที่ไม่อยากให้ครองโสด กลายเป็นเสียงที่เข้ามารบกวนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ หนทางที่ดีที่สุดที่คนโสดทำได้ทันที คือการกลับมามั่นคงกับเส้นทางชีวิตที่ตัวเองเลือก ด้วย ‘กฎเหล็ก 3 ข้อ’ จากคำแนะนำของ ดร.เบลลา เดอเปาโล

 

กฎเหล็กข้อ 1 : The Power

คนโสดทุกคนมี ‘พลังแห่งการตัดสินใจ’ อยู่เต็มเปี่ยม หมายความว่า คนโสดมีอำนาจเด็ดขาดที่จะกำหนดและควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของตัวเองได้ตามความต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากใคร ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวันอย่างการเลือกร้านอาหารที่อยากกิน ไปจนถึงเรื่องสำคัญที่สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้ชีวิตอย่างการเลือกเส้นทางอาชีพ และการวางแผนการเงิน นี่คือพลังที่ทำให้คนโสดรู้สึกมั่นคงกับตัวเอง ภูมิใจในคุณค่าของตนเอง ไม่หวั่นไหวหรือลังเลไปกับคำพูดของคนอื่นและความกดดันจากสังคม

 

กฎเหล็กข้อ 2 : The Freedom

ไม่มีใครจะมี ‘อิสระและเป็นตัวของตัวเอง’ ได้เท่าคนโสด ถือเป็นความสบายใจที่ไม่ต้องพยายามปรับตัวเข้าหาใครจนสูญเสียตัวตนบางส่วนไป และไม่ต้องฝืนใจทำสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบหรือไม่ถนัดเพื่อใคร เพราะความโสดเป็นสถานะที่ไม่มีทั้งข้อผูกมัดและความคาดหวังจากคนรักมาเป็นอุปสรรค ทำให้คนโสดมีเวลาอยู่กับตัวเองอย่างเต็มที่ พร้อมทุ่มเทเวลาคุณภาพให้กับการทำสิ่งต่าง ๆ ที่ตนหลงใหลและสนใจหรือมีความสำคัญกับชีวิต ช่วยให้คนโสดพัฒนาตัวเองและเติบโตได้ต่อเนื่อง เป็นความสุขและความอิ่มเอมใจในอิสระที่ตัวเองมี

 

กฎเหล็กข้อ 3 : The Heart-Filling Joy

ความภูมิใจในสถานะโสดจะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันใจไม่ให้รู้สึกขาดจนเกิดความเหงาเศร้า ส่วนความรู้สึกชื่นชมในคุณค่าของชีวิตคนโสดจะช่วยเติมเต็ม ‘ความสุขและความรื่นรมย์ที่ทำให้หัวใจพองโต’ กลายเป็นจิตวิญญาณที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนโสดมุ่งมั่นใช้ชีวิตอย่างมีความหมายและเปี่ยมด้วยคุณค่าทางจิตใจต่อไป ไม่ใช่เพื่อใครแต่เพื่อตัวเอง เพราะความสุขที่ยั่งยืน ไม่อาจถูกวัดได้จากการมีคู่หรือการแต่งงานเท่านั้น ในบางสังคมมีความเชื่อที่ว่า ชีวิตที่ดีคือชีวิตที่มีคู่ อาจเป็นเพียงมายาคติ (Myth) หรือความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องและไม่ใช่ความจริงแท้ของชีวิต

 

กฎเหล็กทั้ง 3 ข้อนี้ เปรียบได้กับกุญแจสู่ชีวิตโสดแบบ Single at Heart ซึ่งช่วยให้คนโสดใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไปได้ตลอด เพราะตราบใดที่คนโสดยังภูมิใจและเชื่อมั่นในเป้าหมายชีวิตไม่เปลี่ยน คำถามใด ๆ จากความสงสัยของคนอื่นย่อมเป็นเพียงเสียงที่ไร้ความหมายและไม่อาจสั่นคลอนใจคนโสดได้อีก

 

 

อ้างอิง

  • Thairath. เจาะข้อมูลวันโสดสากล เมื่อคนไทย 1 ใน 5 เป็นโสด อายุ 30+ งานดี ไร้คู่ ครองเมือง โอกาสทองธุรกิจ. https://bit.ly/4oXmwbC
  • Bella DePaulo. (2023). Single at Heart: The Power, Freedom, and Heart-Filling Joy of the Single Life. TarcherPerigee.
  • Bella DePaulo. Are You Single at Heart?. https://bit.ly/4hF3pR8

SHARE

facebook
twitter
copy
Related articles / บทความที่เกี่ยวข้อง
Loading...