จากแผนรีไทร์กลายมาเป็น KAD KOKOA แบรนด์โกโก้ไทยไปไกลระดับอินเตอร์

13 Sep 2022 - 9 mins read

Better Life / People

Share

จากที่คิดจะซื้อที่ปลูกฟิกต้องพลิกมาปลูกโกโก้ จากคนไม่ชอบทำขนมต้องมาเรียนรู้การทำช็อกโกแลต จากที่หวังจะสร้างรายได้ให้สวนโกโก้ของตัวเอง กลายเป็นต่อยอดสร้างรายได้ให้เกษตรกรกว่า 50 ครอบครัว และจากแบรนด์โกโก้ไทยแท้ ก้าวไปสู่คราฟต์ช็อกโกแลตรางวัลระดับโลก นี่คือเรื่องราวของคู่รักที่เคยคิดจะเกษียณตัวเองไปใช้ชีวิตในต่างจังหวัด แต่กลับต้องหันมาทุ่มเทกายและใจเพื่อให้โกโก้ไทยภายใต้แบรนด์ KAD KOKOA เป็นที่รู้จักมากขึ้นแทน

ความตั้งใจ : ที่เกิดจากความไม่ตั้งใจในการทำไร่โกโก้

หลายปีที่ผ่านมาเรามักจะได้ยินเรื่องราวของโกโก้ไทยเป็นระยะ ๆ  ทว่าแบรนด์โกโก้หรือช็อกโกแลตสัญชาติไทยก็ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก กระทั่ง KAD KOKOA (กาด โกโก้) เริ่มสร้างกระแสให้พูดถึงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยการปลุกปั้นของคู่รักนักกฎหมาย คุณต้น-ปณิธิ และ คุณต้า-ณัฐญา ชุณหสวัสดิกุล ซึ่งหากถอดรหัสในการปั้น KAD KOKOA ให้เข้าไปอยู่ในใจคนรักช็อกโกแลต ปัจจัยสำคัญที่เห็นได้ชัดเป็นอันดับแรกคือความตั้งใจของทั้งคู่ ที่มุ่งมั่นจริงจัง แม้ว่าตอนต้นของเรื่องราวทั้งหมดจะเกิดจากความไม่ตั้งใจก็ตามที

 

“ก่อนหน้านี้เราเป็นที่ปรึกษากฎหมายด้วยกันทั้งคู่ พออายุใกล้จะ 50 ก็คิดว่าอยากเกษียณ แล้วหาที่ทางไปใช้ชีวิตในต่างจังหวัด พอดีไปเจอที่หนึ่งที่เชียงใหม่ สวยมากเลยสนใจ ตอนนั้นได้รู้จักนายหน้าขายที่ดินซึ่งเขาปลูกฟิกอยู่ เห็นแล้วเราก็อยากปลูกบ้าง จึงบอกเขาว่าถ้าได้ที่อยากจะปลูกฟิกเหมือนกัน เขาก็โอเค รีบจัดแจงหาให้ พอเจรจาซื้อขายกันเสร็จสรรพ ไม่รู้เขากลัวเราจะเป็นคู่แข่งหรือเปล่า (หัวเราะ) เลยบอกว่า ถ้ายังต้องไปมากรุงเทพฯ-เชียงใหม่อย่างนี้ แนะนำให้ปลูกโกโก้ดีกว่า ดูแลง่ายดี ซึ่งเราก็ได้ยินมาว่ามีชาวบ้านปลูกอยู่เหมือนกัน ก็เลยโกโก้ก็โกโก้”

จากจุดเริ่มต้นของการตกกระไดพลอยโจน ทำให้ต้องมาทำความรู้จักกับโกโก้อย่างไม่ตั้งใจ แต่ในเมื่อปลูกแล้วก็ต้องลุยให้เต็มที่ ระหว่างรอให้ต้นโตและออกผล ทั้งคู่ก็คิดวางแผนต่อยอด โดยเริ่มจากหาข้อมูลการทำช็อกโกแลตจากอินเทอร์เน็ต แล้วซื้อเมล็ดโกโก้แห้งจากเกษตรกรมาลองทำด้วยตัวเอง “เราไม่มีพื้นฐานอะไรเลย เป็นคนไม่ชอบทำอาหาร ไม่ชอบทำขนม และไม่ได้รักช็อกโกแลตขนาดนั้น แต่ก็ลองเรียนทำช็อกโกแลตผ่าน Youtube 12 ชั่วโมง คั่วเมล็ดในกระทะเอง แล้วซื้อเครื่อแบบที่ใช้ในบ้านมาลองทำ จนได้ช็อกโกแลตบาร์ทำเองชิ้นแรก” เจ้าของสวนมือใหม่เล่าว่า ณ ตอนนั้นดีใจมากที่ทำได้ แต่ความดีใจก็อยู่ไม่นาน เพราะพอให้เพื่อนและญาติลองชิม ประโยคคำถามที่ได้รับกลับมาว่า “ทำไมรสชาติประหลาดจัง” ก็พังทลายความเชื่อมั่นลงทันที ทว่ากลับจุดประกายความมุ่งมั่นให้เกิดความตั้งใจจริงที่จะทำช็อกโกแลตจากเมล็ดโกโก้ไทยขึ้นมาแทน ทั้งสองจึงดั้นด้นไปเรียนรู้กระบวนการทำช็อกโกแลตแบบ Bean to Bar เพื่อเพิ่มเติมความรู้และพัฒนาตัวเอง

ศึกษาให้รู้จริง : จากนักกฎหมายมาเข้าห้องเรียนโกโก้และช็อกโกแลต

“ทั้งที่เรารู้สึกว่าอร่อยมาก แต่คนอื่นกลับบอกว่ารสชาติประหลาด ออกเปรี้ยว ๆ ไม่เหมือนที่ซื้อตามซูเปอร์มาร์เก็ต ก็เลยคิดว่า หรือที่เราเรียนมาไม่ถูก ถ้าอย่างนั้นก็ต้องไปเรียนจริงจังแล้วล่ะ” ความคิดของคุณต้าหลังได้รับฟีดแบ็กจากช็อกโกแลตบาร์ชิ้นแรก ส่งผลให้ทั้งคู่ตัดสินใจไปเรียนรู้การทำคราฟต์ช็อกโกแลตอย่างจริงจัง เริ่มต้นจากเวิร์กชอปที่สิงคโปร์ ต่อด้วยการไปฝังตัวเรียนรู้การเพาะปลูก ดูแลต้นโกโก้ ตลอดจนกระบวนการหลังเก็บเกี่ยว และการทำช็อกโกแลตแบบ Bean to Bar ที่ไร่ของ ดร.แน็ต เบลตเตอร์ (Dr. Nat Bletter) เจ้าของแบรนด์ Madre Chocolate ในฮาวาย นานเกือบเดือน ก่อนไปเรียนเรื่องการพิจารณาคุณภาพของเมล็ดโกโก้ที่ Fine Cocoa and Chocolate Institute (FCCI) ในสังกัด Harvard University ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เป็นคนไทยสองคนแรกที่ได้รับประกาศนียบัตรหลักสูตรนี้ และกลับมาสร้างแบรนด์ KAD KOKOA พร้อมกับข่าวดีที่ยังไม่ทันได้เริ่มต้นก็น่าปลื้มใจแล้ว

 

“ตอนไปทำเวิร์กชอปที่สิงคโปร์ Chocolate Maker ที่นั่นทึ่งว่าประเทศไทยปลูกโกโก้ได้ด้วย เราเลยส่งเมล็ดโกโก้ของเชียงใหม่ไปให้เขาลองทำช็อกโกแลตดู ซึ่งพอทำเสร็จเขาก็ส่งไปประกวดที่ลอนดอน แล้วปรากฏว่าได้รางวัล ทำให้ต่างชาติรวมถึงคนบ้านเราเริ่มรู้จักโกโก้ไทยมากขึ้น” แม้จะผ่านมาหลายปี แต่น้ำเสียงของคุณต้าก็ยังคงแฝงไปด้วยความตื่นเต้นเมื่อเล่าถึงประกายแห่งความหวังที่เริ่มชัดเจนขึ้น จากนั้นเธอจึงส่งเมล็ดและช็อกโกแลตจากโกโก้ไทยไปให้ ดร.แน็ต เบลตเตอร์ ที่ฮาวาย และคนรักช็อกโกแลตอีกหลายคนชิม ซึ่งผลตอบรับคือ รสชาติดี มีเอกลักษณ์ ได้กลิ่นของผลไม้เมืองร้อน

 

เมื่อได้รับคำชมจากอาจารย์ กอปรกับมีรางวัลของทางสิงคโปร์การันตี สองนักกฎหมายที่หันมาเอาดีทางโกโก้ก็เริ่มมั่นใจว่า น่าจะไปต่อได้ไม่ยาก ร้าน KAD KOKOA จึงถือกำเนิดขึ้นในซอยนราธิวาส 17 เมื่อสี่ปีก่อน

เอาชนะอุปสรรค : ทำให้คนรู้จักรสชาติที่แท้จริงของโกโก้ไทย

“เปิดร้านได้ 3-4 เดือนแรกคนเยอะมาก แต่คำด่าก็เยอะมากเช่นกัน เพราะคนไม่ชอบ เขาไม่คุ้นเคยกับโกโก้ที่มีความเปรี้ยว มีความเป็นผลไม้ เลยรู้สึกว่ารสชาติแบบนี้แปลก ไม่เหมือนช็อกโกแลตที่เป็นขนมรสหวานอย่างที่เคยกิน” คุณต้นถ่ายทอดประสบการณ์ที่ยากลำบากในช่วงเริ่มต้น

 

เพราะตั้งใจอยากชูรสชาติของเมล็ดโกโก้ไทย KAD KOKOA จึงเป็นคราฟต์ช็อกโกแลตที่มีส่วนประกอบหลักคือเมล็ดโกโก้ไทยแท้และน้ำตาลออร์แกนิกเพียงเท่านั้น ซึ่งเมล็ดโกโก้จากแต่ละพื้นที่ก็ให้รสที่แตกต่างกัน คุณต้นอธิบายว่า เมล็ดโกโก้จากชุมพรมีความเข้มข้นมากที่สุด ส่วนเมล็ดโกโก้จากเชียงใหม่มีรสชาติเบา หอมหวานเหมือนน้ำผึ้งและดอกไม้ เมล็ดโกโก้จากจันทบุรีรสเหมือนผลไม้แห้งอย่างลูกเกด และเมล็ดโกโก้จากประจวบคีรีขันธ์ให้รสกลาง ๆ มีความครีมมี่ ทว่าความที่คนไทยไม่คุ้นกับรสสัมผัสที่ว่า การตอบรับจึงน่าผิดหวัง แต่แทนที่จะปรับเปลี่ยนรสชาติให้ถูกปากคนส่วนใหญ่ คุณต้นและคุณต้ากลับมุ่งเดินหน้าตามความตั้งใจแรก คือจะทำให้คราฟต์ช็อกโกแลตไทยเป็นที่รู้จักและยอมรับให้ได้

“สิ่งที่เราทำคือเลือกที่จะให้ความรู้กับลูกค้า มากกว่าเปลี่ยนรสชาติ แม้จะต้องใช้เวลานานนับปีกว่าผู้คนจะเข้าใจว่า นี่คือรสชาติที่แท้จริงของเมล็ดโกโก้ไทย แต่ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในแง่ของการให้ความรู้ระดับหนึ่ง” จากคำบอกเล่าของคุณต้า มาถึงวันนี้คนไทยรวมไปถึงชาวต่างประเทศเริ่มเปิดใจให้ KAD KOKOA นอกจากคาเฟ่ร้านแรกที่ซอยนราธิวาส 17 ล่าสุดทางแบรนด์ได้ขยายสาขา เปิดร้าน 31 Degrees by Kad Kokoa ที่สุขุมวิท 31 ให้บริการทั้งขนมและเครื่องดื่มจากช็อกโกแลตไทย รวมถึงอาหารสไตล์บิสโทรและค็อกเทลที่มีส่วนผสมจากโกโก้และช็อกโกแลต โดยเชฟฝีมือดีทีม Bocuse d’Or Thailand ซึ่งโดดเด่นในฐานะตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันทำอาหารระดับโลก นับได้ว่าเป็นร้านแรกในเอเชียที่นำเอาโกโก้และช็อกโกแลตมาเป็นส่วนผสมในทุกเมนู

 

ในขณะที่ค่อย ๆ ทลายกำแพงอคติของผู้บริโภคในประเทศ KAD KOKOA ก็สร้างชื่อในระดับโลกด้วยการคว้ารางวัลมากมาย โดยเฉพาะ Dark Chocolate 70% - Single Origin Chumphon ที่คว้ารางวัลเหรียญทอง AVPA Awards 2021 จากประเทศฝรั่งเศสมาได้ อีกทั้งยังขยายตลาดคราฟต์ช็อกโกแลตไทยไปยังต่างประเทศ โดยมีเคาน์เตอร์ KAD KOKOA ที่ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ ฮ่องกง และสิงคโปร์

ทำในสิ่งที่ทำได้ : สร้างเครือข่ายเกษตรกร พัฒนาคุณภาพเมล็ดโกโก้

จุดเริ่มต้นจากไร่โกโก้แบบตกกระไดพลอยโจนในเชียงใหม่ เกิดเป็น KAD KOKOA ซึ่งนำคำว่า “กาด” ที่หมายถึงตลาดหรือศูนย์รวมสินค้าในภาษาเหนือ มารวมเข้ากับ “โกโก้” สื่อถึงการเป็นตลาดระหว่างเกษตรกรกับคนทำช็อกโกแลตและคนกินช็อกโกแลต ทั้งยังเป็นศูนย์กลางของเมล็ดโกโก้ไทยที่พร้อมส่งออกช็อกโกแลตรสชาติไทยแท้ให้คนต่างชาติได้รู้จัก ผ่านมา 5 ปีจากวันเริ่มลงต้นกล้าจนปัจจุบัน คุณต้าเผยความลับพร้อมเสียงหัวเราะว่า “สรุปแล้วต้นโกโก้ของไร่เราไม่เคยออกผลเลยจนถึงทุกวันนี้” แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะเธอเลือกที่จะทำในสิ่งที่ทำได้ และยกเรื่องที่ทำไม่ได้ให้ผู้เชี่ยวชาญอย่างเกษตรกรเจ้าของไร่ทั่วประเทศทำแทน

 

“แทนที่จะไปกังวลตรงนั้น เราก็เอาวิชาที่ได้จากฮาวาย อย่างการติดตา แต่งกิ่ง โดยเฉพาะการหมักที่ทำให้เมล็ดดีขึ้น ไปบอกเกษตรกรที่เราทำงานด้วย เพื่อช่วยให้เขาเพิ่มมูลค่าของเมล็ดโกโก้ได้มากขึ้น” นั่นเท่ากับว่า KAD KOKOA ต่อยอดจากความตั้งใจเดิมออกไปสู่สังคมในวงกว้างมากขึ้น ผ่านการทำงานกับเกษตรกรใน 4 แหล่งปลูกโกโก้ของประเทศ ทั้งชุมพร เชียงใหม่ จันทบุรี และประจวบคีรีขันธ์ โดยมีสมาชิกเกษตรกรที่ส่งเมล็ดโกโก้ให้ทางแบรนด์กว่า 50 ครอบครัว 

สำหรับคนที่ทำงานด้านกฎหมายมาตลอดอย่างคุณต้นและคุณต้า การลงมาแข่งขันในสนามธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ทั้งคู่ก็มองว่าความท้าทายนี้คุ้มค่าต่อการทุ่มเทแรงกายและแรงใจ ในฐานะมือใหม่ในเรื่องธุรกิจและโกโก้ คุณต้าเผยว่า “เราเริ่มจากศูนย์เลย เหมือนออกจากคอมฟอร์ตโซนมาเผชิญหน้าบนเส้นทางใหม่ ซึ่งไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ อารมณ์เหมือนเด็กไปโรงเรียนที่ต้องเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ ระหว่างทาง แต่ที่ทำให้มีความสุขและรู้สึกสนุก คือการทำงานกับเกษตรกร ทุกครั้งที่ไปหาเกษตรกรในต่างจังหวัด จะรู้สึกสนุกมาก เหมือนเราไปทำงานด้วย ไปเที่ยวด้วย นับเป็นเรื่องใหม่ที่เข้ามาในชีวิต ที่สำคัญคือเรารู้สึกว่าได้ช่วยสังคมกลับคืนไปด้วย เพราะเงินที่ได้จากการขายของหน้าร้าน ก็เอากลับไปซื้อเมล็ดจากเกษตรกร คือแทบไม่ได้กำไรอะไรมาก แต่เราก็ยังอยากทำ” รอยยิ้มที่เผยให้เห็นของทั้งสองคนสะท้อนถึงความสุขที่ได้ทำแบรนด์ KAD KOKOA อย่างชัดเจน

 

“เรารู้ดีว่าวันนี้คนที่รู้จัก KAD KOKOA รู้จักคราฟต์ช็อกโกแลต ยังมีอยู่แค่หยิบมือ ดังนั้นเราก็จะทำหน้าที่ให้ความรู้กับผู้คนไปเรื่อย ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจ ให้คนไทยเปิดใจรับว่าโกโก้ไทยน่าชื่นชม เป็นที่ยอมรับของต่างชาติ และทำให้คนต่างประเทศได้รู้ว่าโกโก้ไทยมีรสชาติที่ดีแบบที่หาไม่ได้จากที่ไหนในโลก” คุณต้าเอ่ยถึงความหวังของเธอ ซึ่งแม้จุดเริ่มต้นจะไม่ได้เกิดจากการทำสิ่งที่รัก แต่วันนี้ทั้งเธอและคนข้างกายอย่างคุณต้น กำลังหลงรักในสิ่งที่ทำมากขึ้นทุกวัน

SHARE

facebook
twitter
copy
Related articles / บทความที่เกี่ยวข้อง
Loading...