

พลิกวิกฤตหนี้บ้านให้เป็นโอกาส เปิดมุมมองในการสร้างความมั่งคั่งของ 'ใหม่ Powerpuff GAY’
Better Life / People
22 Sep 2025 - 7 mins read
Better Life / People
SHARE
22 Sep 2025 - 7 mins read
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความสุขกับการติดตามคอนเทนต์ของ Powerpuff GAY กลุ่มเพื่อนอินฟลูเอนเซอร์สายฮา 4 คน ประกอบด้วย ใหม่ อาท หนุ่ม และเต้ ที่สร้างชื่อจากคอนเทนต์สนุกสนาน ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตประจำวันและมุมมองต่าง ๆ อย่างตรงไปตรงมา จนกลายเป็นที่รักของผู้ชมในโลกออนไลน์
คุณน่าจะรู้สึกเพลิดเพลินจนติดตามต่อไปยังโซเชียลส่วนตัวของแต่ละคนและจะพบว่าพวกเขาทั้งสี่มักไปรวมตัวกันที่บ้านของ จิรวัฒน์ วงศ์ดิลกวัฒน์ หรือ ใหม่ รอเรน เป็นประจำ จนบ้านหัวมุมถนนหลังนี้กลายเป็นหนึ่งในฉากหลังของการทำคอนเทนต์สนุก ๆ ที่ทำให้หลายคนคุ้นเคยและผูกพันกับบ้านหลังนี้โดยไม่รู้ตัว
บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่คุณใหม่รักมาก และทุ่มเงินทั้งหมดที่หามาได้จากอาชีพอินฟลูเอนเซอร์ไปกับการปลดหนี้ก้อนโตเพื่อให้บ้านที่เคยใช้เป็นแหล่งทำมาหากินอย่างการเปิดคลินิกแพทย์แผนไทยมานานปี แต่ต้องเผชิญภาระหนี้สินรุมเร้าจนเกือบถูกยึด ได้กลับมาเป็นบ้านของครอบครัวในที่สุด
และวิกฤตหนี้สินที่เคยบั่นทอนจิตใจก็กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้คุณใหม่ค้นพบโอกาสในแบบฉบับของตัวเอง จนสามารถพลิกชีวิตให้เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์อย่างล้นเหลือ ทำให้นอกจากบทบาทของการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่ทำร่วมกับเพื่อน ๆ กลุ่ม Powerpuff GAY คุณใหม่ยังได้ก้าวเข้าสู่การเป็นนักธุรกิจเต็มตัว ด้วยการสร้างแบรนด์สินค้าจากคาแร็กเตอร์ที่เป็นตัวตนของตัวเอง รวมถึงการวางแผนที่จะเปิดบาร์เล็ก ๆ ที่บ้าน สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยความทรงจำ และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เขาต่อสู้เพื่อปลดหนี้สินให้ครอบครัวได้สำเร็จ
การเดินทางบนถนนสายชีวิตของ ใหม่ Powerpuff GAY จึงไม่ใช่แค่เรื่องของธุรกิจและการทำงาน แต่คือการสร้าง "บ้าน" ให้เป็น "วิมาน" และพิสูจน์ให้เห็นว่าความสุขที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ แต่มาจากสิ่งที่เรารักและได้ลงมือทำด้วยตัวเอง
อยากให้อัปเดตถึงงานในปัจจุบันหน่อยว่าคุณใหม่กำลังทำงานอะไรอยู่บ้าง
“นอกจากงานที่ทำกับเพื่อน ๆ Powerpuff GAY แล้ว ใหม่กำลังเริ่มต้นสร้างแบรนด์ของตัวเอง ด้วยการหยิบคาแร็กเตอร์ของตัวเองมาสร้างเป็นมาสคอตขึ้นมา ตอนนี้สินค้าที่กำลังทำอยู่คือ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นหน้าตัวเองในรูปแบบการ์ตูน เช่น พวงกุญแจ หรือเคสใส่ยาดม ซึ่งได้รับผลตอบรับดีเกินคาด เพราะโดยพื้นฐานของชีวิตแล้วเวลาจะทำอะไรก็ตาม ใหม่จะเลือกทำเฉพาะสิ่งที่ตัวเองชอบ ทุกงานเลยออกมาในรูปแบบที่เราอยากทำหรืออยากดีไซน์”
ทำไมถึงเริ่มด้วยพวงกุญแจ
“ใหม่ชอบพวกชาร์มที่ห้อยกระเป๋าอยู่แล้ว เลยตีโจทย์มาจากตัวเอง และสนุกกับการดีไซน์ ใส่ลูกเล่นเข้าไป แล้วทำออกมาหลายแบบมาก บางตัวเปลี่ยนทรงผมได้ ลูกค้าเลยชอบและขายดีมากจนช่วงแรก ๆ ผลิตตามออเดอร์ไม่ทัน เพราะเป็นงานคราฟต์ที่ต้องเย็บหนังแบบชิ้นต่อชิ้น เลยใช้เวลาในการผลิตค่อนข้างนาน พอออเดอร์ล้นก็เลยใช้วิธีเปิดขายเป็นรอบ ๆ ”
“ตอนนี้กำลังคิดอยู่ว่าจะต่อยอดจากพวงกุญแจไปเป็นเครื่องใช้เซรามิก เช่น แจกันรูปทรงเงือก ก็จะได้ฟีลทะเลเมดิเตอร์เรเนียน หรืออันที่เป็นเชอร์รี่ก็จะได้ฟีลปิกนิก ตอนนี้เพิ่งเริ่มวางแผนเลยกำลังมองหาพาร์ตเนอร์ร้านเซรามิกอยู่ และกำลังจะจ้างน้องอีกคนมาวาดคาแร็กเตอร์การ์ตูนรอเรนให้ออกมาเป็นการ์ตูนตาหวาน เพราะโดยส่วนตัวชื่นชอบผลงานของอาจารย์นักวาดการ์ตูนตาหวานชาวญี่ปุ่นอยู่แล้ว และวางแผนจะต่อยอดลายดังกล่าวมาเป็นลายพิมพ์บนผ้า เพื่อทำผ้าพันคอหรือเสื้อเชิ้ตในอนาคต”
“อีกธุรกิจที่อยากทำคือ เปิดบาร์เล็ก ๆ ที่บ้าน เพราะปกติเพื่อน ๆ ชอบมาปาร์ตี้ที่บ้านเป็นประจำอยู่แล้ว ใหม่เลยทำ รูฟท็อปบาร์เล็ก ๆ ขึ้นมา ซึ่งพอทำแล้วก็อยากใช้ให้เกิดประโยชน์ เลยคิดว่าจะเปิดเป็นบาร์ที่ลูกค้าต้องจองเข้ามาก่อน ซึ่งก็มีความเชื่อมโยงกับการปลดหนี้บ้าน เพราะใหม่เคยพูดกับทุกคนเสมอว่าเราไม่อยากทิ้งบ้านหลังนี้ และด้วยความที่เราเติบโตมาในครอบครัวที่แม่เป็นแม่ค้า เลยชอบการค้าขาย ชอบมองสถานที่ที่อยู่ในโลเคชั่นดี ๆ สวย ๆ ที่สามารถทำกินได้มากกว่าการเป็นแค่ที่อยู่อาศัย ขนาดทุกวันนี้มีบ้านของตัวเองแล้ว ใหม่ยังชอบมองหาอสังหาริมทรัพย์ที่โลเคชั่นสวย ๆ ในกรุงเทพฯ ตลอดเวลา ซึ่งโดยส่วนตัวชอบที่ดินในเมืองมากกว่าที่ดินต่างจังหวัด เพราะใหม่เชื่อว่าถ้าต้องการจะหาเงินให้ได้มาก ๆ คุณก็ต้องอยู่กรุงเทพฯ เมืองศูนย์กลางที่คนทุกจังหวัดมุ่งมาหางานทำที่นี่ เราเชื่อแบบนั้น”
“นอกจากวางแผนจะเปิดบาร์ตอนกลางคืนแล้ว ลึก ๆ ก็อยากเปิดตอนกลางวันด้วยเหมือนกัน เพราะโลเคชั่นหน้าบ้านสวยมาก อยู่ตรงข้ามสวนสาธารณะนวมินทร์ภิรมย์ แถวบางกะปิ เส้นนั้นจะมีร้านกาแฟเยอะ คนที่มาออกกำลังกายตอนเช้าก็มักจะมาแวะกัน ใหม่เลยแอบคิดว่าน่าจะลองทำหมูปิ้งฟีลคล้าย ๆ ร้านสะเต๊ะเนื้อใต้ต้นข่อยที่เชียงใหม่ คงจะน่ารักดี แต่ด้วยความที่ตอนนี้ใหม่เป็นคนเดียวที่ดูงานให้ทั้งทีม Powerpuff GAY ด้วย งานส่วนตัวด้วย และดูแลครอบครัวด้วย เลยยังไม่รู้ว่าจะเอาเวลาจากตรงไหนไปทำ”
“ถ้าเป็นไปได้ใหม่อยากทำอะไรที่ได้อยู่กับบ้าน เพราะเมื่อก่อนใหม่ไม่กล้าลงมือทำอะไรกับบ้านเลย ไม่กล้าต่อเติม เพราะเราไม่รู้ว่าธนาคารจะมายึดเมื่อไร แต่พอวันนึงที่บ้านเป็นของเราแล้ว เลยพร้อมที่จะทำอะไรกับมันก็ได้ ทุบตรงนั้นเสริมตรงนี้ เลยอยากทำอะไรก็ได้ที่ได้อยู่บ้านแล้วคนสามารถเอาเงินมาให้เราได้เลย เพราะใหม่มองว่าค่าเช่าที่คือปัจจัยสำคัญในการทำธุรกิจสมัยนี้ ทำงานหาเงินมาได้เท่าไรก็หมดไปกับค่าเช่าที่ เพราะใหม่เห็นแม่เช่าพื้นที่ในการทำธุรกิจมาตั้งแต่เด็ก เลยรู้ว่าแม้จะหาเงินได้เยอะเท่าไร พอหักค่าที่ ค่าจ้างลูกน้องไปแล้วก็แทบไม่เหลืออะไร เลยมองว่าอะไรที่ทำในบ้านได้น่าจะแฮปปี้กว่า”
ดูเหมือนคุณใหม่จะสนุกกับการเป็นคนค้าขาย
“สนุก และชอบทำอะไรใหม่ ๆ ไม่ชอบกลับมาทำอะไรซ้ำ อย่างพวงกุญแจก็จะไม่กลับมาทำแบบเดิมซ้ำอีก เพราะในหัวเรามีสิ่งที่อยากทำอีกเยอะ คิดออกไป ฟุ้งออกไปอีก ให้ออกมาเป็นอะไรใหม่ ๆ ที่คนเห็นแล้วจะต้อง ว้าวได้อีก ดีกว่าให้เขาเกิดความคิดว่า “เดี๋ยวเขาก็เอาแบบนี้กลับมาขายใหม่” เรารู้สึกว่าอะไรที่ไม่ทำให้คนรู้สึกเซอร์ไพรส์ตลอดเวลาจะเติบโตได้ยากในยุคนี้ เช่นเดียวกัน ถ้าใหม่ใส่เสื้อผ้าตัวเดิมในการทำคลิปทุกวัน ๆ มันก็ซ้ำ คนก็จะไม่รู้สึกถึงความแปลกใหม่”
“ใหม่ชอบบิดรูปแบบคอนเทนต์เรื่อย ๆ จะเริ่มจากดูว่าคอนเทนต์นี้ซ้ำเดิมรึเปล่า คอนเทนต์แบบนี้มีคนทำไปรึยัง ถ้าเราจะทำแล้วไม่เจ๋งเท่าเขา เราจะดร็อปทันที แต่ถ้าทำอะไรที่ฉีกออกไป เราจะขึ้นมาเป็นคนแรกที่ทำ ซึ่งใหม่ชอบอะไรแบบนี้มากกว่า”
วิธีคิดแบบนี้เป็นพื้นฐานในการทำ Powerpuff GAY ตั้งแต่แรกเลยไหม หรือจุดเริ่มต้นเกิดมาจากความสนุกในกลุ่มเพื่อนและการด้นสดไปตามธรรมชาติ
“Powerpuff GAY เกิดจากความสนุกและด้นสดเสียมากกว่า ซึ่งต้องยอมรับว่าแรก ๆ เราไม่มีความรู้อะไรเลย ทำเพราะสนุก อยากทำ จนวันหนึ่งที่มันกลายเป็นอาชีพเลยต้องมองให้ลึกมากกว่าแค่ความสนุก ต้องคิดให้รอบด้านว่าคอนเทนต์ไหนทำได้หรือไม่ได้ อะไรที่ทำแล้วจะเกิดกระแสที่ดี ต้องมองให้ลึกขึ้นเพราะมันเป็นอาชีพ แต่ถ้าไม่ได้คิดอะไร ทำเพื่อสนุกไปวัน ๆ ก็สามารถลงมือทำได้เลย”
แปลว่ายากขึ้น
“ยากขึ้นกว่าเดิมมาก ทุกครั้งที่จะถ่ายงานกับน้อง ๆ ในทีมจะต้องคุยกันว่าเทรนด์วันนี้ต้องการอะไร อันนี้เชยรึยัง ถ้าเชยปัดตกเลย เพราะถ้าเราไม่เร่งหรือรีบทำเดี๋ยวนั้นก็จะมีคนคิดเหมือนเรา มนุษย์ชอบมีความคิดที่เหมือนกัน ซึ่งไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน บางทีคนบอกว่าก๊อปไอเดียกันรึเปล่า ไม่ เขามีสิทธิคิดเหมือนกัน แต่เขาลงมือทำก่อนเรา เราก็ต้องเร่งทำก่อนไหม เพื่อเป็นตราประทับว่าเราทำก่อน”
เท่ากับว่ายังสนุกกับงานอินฟลูเอนเซอร์อยู่ แค่อยากแบ่งพาร์ทมาทำธุรกิจของตัวเองแล้ว
“ยังสนุกอยู่ แต่ใหม่รู้สึกว่าโลกของการเป็นอินฟลูเอนเซอร์มีการสวิตช์อารมณ์เยอะมาก และพักผ่อนน้อยจนทำให้เสียสุขภาพทั้งกายและใจ สมัยที่ทำไลฟ์สดก็เคยคุยกันในทีมว่าไม่อยากรับงานไลฟ์สดแล้ว เหนื่อย รู้สึกสวิตช์อารมณ์ไม่ทัน และกลัวว่าตัวเองจะเป็นโรคซึมเศร้า กลัวสารเคมีบางอย่างหลั่งออกมาโดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะอารมณ์แปรปรวนตลอดเวลาในการทำงาน เราต้อง Keep Energy ตลอดเวลา ซึ่งไม่ใช่ว่าจะทำได้ทุกคน และไม่ได้ทำได้ตลอดเวลา ล่าสุดใหม่เพิ่งคุยกับผู้ช่วยว่ากลัวจะเป็นโรคแพนิก เพราะสังคมยุคนี้มีอะไรหลาย ๆ อย่างที่ทำให้เรารู้สึกว่าต้องคิดเยอะกว่าจะทำอะไรได้สักอย่าง เริ่มกลัวสังคม บางทีพอกลัวมาก ๆ ทำให้เราไม่กล้าทำในสิ่งที่คิดไว้ในหัว ต้องกลับมานั่งไตร่ตรองคิดแล้วคิดอีก อินฟลูเอนเซอร์เป็นอาชีพที่เงินดี แต่ปัญหาสุขภาพก็มีเหมือนกัน”
หรือควรกำหนดวันเกษียณให้อาชีพนี้ ?
“ถ้ายังทำต่อได้ก็ทำ แต่อาจจะต้องมีอะไรที่มันง่ายขึ้นกว่าเดิม อย่างสมัยนี้คนดูไม่ได้ชอบการตัดต่อ คนชอบดูอะไรที่เรียล ๆ ตั้งกล้องแล้วพูดเลย ไม่มีการตัดต่อเลยตลอด 2 นาทีคนก็นั่งดู หรือประเภทที่ตัดต่อเร็ว ๆ แล้วคนยังชอบดูอยู่ก็มีเหมือนกัน”
ตอนที่ยังเป็นหนี้สิบล้าน มีไฟหรือมีพลังในการทำงานแบบนี้ไหม
“มีค่ะ เราก็คิดของเราไปเรื่อย ๆ เพราะเรายังสนุกกับงานในช่วงแรกที่ได้เจออะไรใหม่ ๆ ตื่นเต้นกับการได้ทำ ๆ ๆ ต้องยอมรับว่าเพราะหนี้ด้วยทำให้เราพยายามสู้กับมัน มีประโยคนึงที่เพื่อนชอบพูดกับเราเวลามาเที่ยวที่บ้าน คือ ชอบบ้านเราจังเลย ชอบบรรยากาศแบบนี้ ใหม่ยังบอกกับเพื่อนเลยว่า ก็ไม่รู้นะว่าความสนุกแบบนี้ ความแฮปปี้แบบนี้จะอยู่ไปได้อีกนานแค่ไหน เวลาเพื่อนแนะว่าทำไมไม่สร้างระเบียงล่ะ ก็ได้แต่บอกว่า อยากทำ แต่ไม่กล้าทำ เพราะบ้านนี้ยังไม่เป็นของเรา ถ้าเกิดทำไปแล้ววันนึงบ้านโดนยึดก็เท่ากับเสียเงินซ้ำซ้อน”
ตอนนั้นคิดไหมว่าเราต้องทำให้บ้านเป็นของเราให้ได้
“ไม่มี ในหัวคืออะไรจะเกิดก็เกิดเลย เพราะไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน เวลาเจ้าหนี้โทรมาทวงเงิน ก็บอกเขาไปตรง ๆ ว่าไม่รู้จะหาเงินจากไหนเหมือนกัน ตอนนั้นไม่รู้จริง ๆ ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมาจะเครียดทุกวัน วันนี้มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง จะหาเงินมาจ่ายค่านั่นค่านี่ยังไง จนกระทั่งวันนึงที่ปลดหนี้ได้ก็ไม่ได้รู้สึกแฮปปี้ทันทีในวันนั้น เหตุการณ์ผ่านไปนานอีกเดือนสองเดือน วันนั้นใหม่หยุดงาน แล้วตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกว่า เช้านี้จะทำกับข้าวให้แม่ เล่นกับหมา แล้วก็รู้สึกว่าวันนี้ไม่ต้องเครียดแล้วว่าบ้านนี้จะถูกยึดเมื่อไร วันนั้นเป็นวันที่มีความสุขมาก เป็นวันที่ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกว่าพอไม่มีหนี้ มันแฮปปี้เนอะ”
เท่ากับว่าปลดหนี้ได้เพราะอาชีพอินฟลูเอนเซอร์
“ใช่ค่ะ 100% ถ้าไม่ได้อาชีพนี้คงไม่สามารถปลดหนี้ได้เร็วขนาดนี้”
หลายคนมองว่าอาชีพนี้หาเงินง่ายและได้เงินเยอะจริงไหม
“หลายคนมองว่าการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ง่าย แต่จริง ๆ แล้วกระบวนการคิดของมันไม่ได้ง่าย ถามว่ารายได้ที่เข้ามาคุ้มค่ากับสิ่งที่อินฟลูจะได้ไหม ใช่ค่ะ เพราะกว่าจะมายืนอยู่ ณ จุดของทุกวันนี้ได้ มันเหนื่อยมาก คล้ายกับอาชีพนักแสดง ทุกวันนี้ที่ใหม่เล่นซีรีส์ต่าง ๆ ก็ไม่เคยเรียนการแสดง และไม่ใช่ทุกคนที่เห็นกล้องแล้วจะแอคติ้งได้ จะพูดได้ หัวจะไว ฉะนั้นใหม่จึงรู้สึกว่ารายได้ที่ได้รับนั้นสมเหตุสมผลแล้ว เพราะอินฟลูเอนเซอร์สร้างอะไรบางอย่างให้กับแบรนด์จริง ๆ ใช่ เงินเยอะก็จริง แต่ก็ต้องแลกกับอะไรหลาย ๆ อย่าง เหมือนจะง่าย แต่ไม่ง่ายนะ การเล่นตลกแต่ละครั้งยากกว่าที่คิด เพราะต้องผ่านขั้นตอนการคิดมาแล้วเป็นอย่างดี”
จัดการเงินที่เข้ามาอย่างไร
“อันดับแรกคือ ตั้งใจไว้เลยว่าจะปลดหนี้บ้านก่อน บอกที่บ้านไว้เลยว่าจะปลดหนี้บ้าน ที่บ้านก็บอกว่าใจเย็น ๆ หมายศาลยังไม่มา ระหว่างนี้ให้ทำงานเก็บเงินไปก่อน แต่เชื่อไหมว่าหลังจากวันที่ใหม่พูดว่าจะปลดหนี้บ้าน ผ่านไป 2 อาทิตย์ หมายศาลมาเลย ไวอย่างที่ปากพูด ใหม่เลยทำเรื่องเลยเดี๋ยวนั้น ซึ่งเป็นช่วงสิ้นปีพอดี เลยติดขัดเรื่องวันหยุดยาวและกระบวนการต่าง ๆ ก็เยอะมาก จนเวลาล่วงเลยไปอีกครึ่งปี ถึงจะได้จ่ายค่าบ้าน ซึ่งระหว่างนั้นก็คุยกับเพื่อนเหมือนกันว่า โห ทำงานมาแทบตาย ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ ทำใจลำบากเหมือนกันนะ เพื่อนก็บอกว่า แต่ถ้ามึงมีบ้านอยู่ มึงกินมาม่าก็ได้นะ อย่างน้อยต้องมีที่อยู่ก่อน เราเองก็รู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วเลยกัดฟัน จ่ายเลย ให้มันจบ วันข้างหน้าจะเป็นยังไงไม่รู้ เดี๋ยวหาเอาใหม่”
คุณใหม่เป็นคนมีวินัยทางการเงินแบบไหน
“ใหม่เป็นคนที่ไม่สร้างบัญชีเยอะ มีแค่ 2 บัญชี คือ บัญชีเงินเก็บกับบัญชีที่เอาไว้ใช้จ่าย จะได้ไม่งง เพราะถ้าแยกย่อยบัญชีเยอะเกินไป เราจะไม่รู้ว่าเงินไปอยู่ตรงไหนแล้ว ที่เหลือเป็นบัตรเครดิตกับบัตรกดเงินสดที่ใหม่รู้สึกว่าต่อให้ไม่ใช้ก็อยากให้มีไว้ก่อน บางคนกลัวการใช้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสด แต่ใหม่รู้สึกว่าบัตรเหล่านี้ช่วยชีวิตเราได้ เช่น เวลาที่เราไม่มีเงิน ชีวิตเราเหลือศูนย์ การจะแบกหน้าไปขอเงินใครมันยากนะ”
“แต่อย่างน้อยถ้าวันนี้เราล้ม แล้วเรามีบัตรเครดิตใบนึงที่ไม่เคยใช้เลยและมีวงเงินสักสี่แสน เราสามารถที่จะตัดออกมาแสนนึงแล้วลองทำธุรกิจสักอย่าง เช่น ทำร้านหมูปิ้งง่าย ๆ ไปก่อน ถ้าเกิดมันติดตลาดขึ้นมาเราก็เอาเงินแสนมาใช้คืนตัวเองในวันข้างหน้าไป ใหม่จึงคิดเสมอว่าบัตรเครดิตสามารถใช้เป็นเงินทุนชีวิตให้เรายามฉุกเฉินได้”
“ถามว่าใหม่เป็นคนสุรุ่ยสุร่ายไหม เราก็ชอบชอปปิงเหมือนคนอื่น แต่ค่อนข้างมีวินัย ก่อนจะใช้บัตรเครดิตจะต้องรู้ด้วยว่าจะมีเงินรายได้เข้ามาไหม ก่อนที่ใหม่จะเสียเงินซื้ออะไรสักอย่างต้องคิดก่อนว่าเราจะจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายอย่างไร”
จากคนที่ครอบครัวเคยเป็นหนี้สิบล้าน ทำให้คุณใหม่เป็นคนมีปมกลัวการเป็นหนี้รึเปล่า
“กลัว กลัวมาก เลยติดเป็นนิสัยในทุกวันนี้ว่าค่าใช้จ่ายสะระตะต่าง ๆ ในการทำงาน เช่น ค่าทำผม ค่าแต่งหน้า เงินเดือนลูกน้อง ฯลฯ เราจะพยายามเคลียร์ก่อน เพื่อที่จะได้เหลือเงินก้อนที่รู้ว่าสามารถเอาไปจัดการอะไรต่อได้ ซึ่งรายได้ของ Powerpuff GAY จะหารเท่าหมด เราใช้วิธีคิดแบบง่าย ๆ เลย จะเล่นมากหรือเล่นน้อย ทุกคนได้เงินเท่ากัน”
นอกจากไม่อยากเป็นหนี้ ความรวยกับความมั่งคั่งสำคัญกับชีวิตคุณใหม่แค่ไหน
“ใหม่รู้สึกว่าพอเรามีทุกอย่างแล้ว ความแฟนตาซีหรือความสนุกในชีวิตมันไม่เกิด การไม่ได้ฝ่าฟันมันไม่ตื่นเต้น ไม่สนุก เลยต้องหาอะไรทำไปเรื่อย ๆ ต่อให้มีเงินแล้ว เราก็ยังต้องทำงาน ทำธุรกิจอยู่ มันทำให้ใช้ชีวิตได้สนุกกว่า”
“เคยมีคนถามว่าความฝันของใหม่คืออะไร ความฝันเราเล็กมาก บางทีคนเห็นใหม่แต่งตัวฟู่ฟ่าจัดจ้านทำนั่นทำนี่ สุดท้ายใหม่แค่อยากมีบ้านที่มีอยู่ ได้อยู่กับหมา ทำอาหาร ไม่มีความฝันที่ยิ่งใหญ่ไปมากกว่านี้ และไม่อยากใช้คำว่าเป็นคนพอเพียง แต่เราเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย ถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่าแค่นี้ก็กินได้ แค่นี้ก็อยู่ได้ ถามว่าอยากกินอาหารดี ๆ ไหม อยาก แต่แค่อยากรู้ว่ารสชาติเป็นยังไง อร่อยไหม ถ้าเรามีเงินจ่ายก็ลองกินดู ลองชิมดู ลองไปดู ลองให้รู้ว่ามันเป็นยังไงแค่นั้นเอง”
วางแผนชีวิตบั้นปลายของตัวเองไว้แบบไหน
“ใหม่อยากมีธุรกิจสักอย่างเป็นของตัวเอง เพื่อที่จะได้สามารถเลี้ยงดูตัวเองไปได้เรื่อย ๆ แค่นั้นเอง ยังไม่ได้มองถึงอนาคตไกลกว่านั้นว่าวันนึงฉันจะอยู่ยังไง หลานจะรักฉันไหม ฉันจะมีลูกรึเปล่า ใหม่มองแค่ทำปัจจุบันไปเรื่อย ๆ ก่อน เราต้องทำอะไร เราสามารถต่อยอดอะไรได้อีก”
“ส่วนเรื่องสุขภาพ ถามว่ารู้ไหมว่าในอนาคตสุขภาพต้องแย่ลง ก็รู้ แต่ยังไม่ได้วางแผนเรื่องสุขภาพอะไรมาก ด้วยความที่สรีระเราไม่ใช่คนผอม การเป็นโรคต่าง ๆ ก็อาจจะเกิดขึ้นง่าย แต่ด้วยความที่ทุกวันนี้เราขายคาแร็กเตอร์ของตัวเอง ถ้า ใหม่ รอเรน ผอม คงไม่มีใครซื้องานแน่นอน เอาไว้วันนึงข้างหน้าที่อาจจะไม่ได้ทำงานตรงนี้แล้ว ใหม่คงพยายามที่จะดูแลสุขภาพตัวเองให้ผอมลงกว่านี้แน่ ๆ คิดเอาไว้เหมือนกัน”
“ที่จริงพอมีบ้านแล้วทุกอย่างคอมพลีทมาก รู้สึกเหมือนบั้นปลายชีวิตแล้วตอนนี้ ไม่อยากมีอะไรเพิ่ม เพราะใหม่รักบ้านหลังนี้มาก เป็นบ้านที่อยากได้ตั้งแต่ตอนอยู่ ป.3 เพราะเวลานั่งรถไปโรงเรียนต้องผ่านบ้านหลังนี้ทุกวัน เป็นบ้านเดี่ยวตั้ง อยู่หัวมุมถนน ฝั่งตรงข้ามเป็นป่าต้นไม้ที่สวยมาก ใหม่เลยพูดกับแม่ว่าบ้านหลังนี้สวยจังเลย จนกระทั่งวันนึงแม่ถูกหวย แล้วเผอิญขับรถส่งเราไปโรงเรียนเหมือนเดิม และบ้านหลังนี้ติดป้ายประกาศขายพอดี แม่ก็เลยโทรไปซื้อเดี๋ยวนั้นเลย ซึ่งบ้านหลังนี้เป็นบ้านที่คนย่านนั้นอยากได้มากที่สุด เพราะอยู่ในทำเลดีและสวยโดดเด่น ใหม่รู้เลยว่าถ้าติดป้ายขายบ้านหลังนี้จะขายออกเร็วมาก ใหม่เลยรักบ้านหลังนี้มาก ๆ เพราะมันทำอะไรได้เยอะ เปิดธุรกิจอะไรคนต้องมาแน่นอน อีกอย่างคือ เราไม่ต้องเสียค่าที่แล้ว ที่นี่คือสวรรค์เลย เราจะต่อยอดบ้านของเราเป็นอะไรก็ได้”
“การเป็นหนี้มันท้อนะ แต่ก็ต้องเรียนรู้ด้วยว่าหนี้สินตรงนั้นเกิดจากอะไร เกิดจากคุณสร้างเองหรือคนในครอบครัวสร้างขึ้นมา ในกรณีของใหม่ เกิดจากครอบครัวเป็นคนสร้าง ซึ่งมีข้อดีที่ทำให้เราไม่อยากกลับไปเป็นแบบนั้น เพราะเราเผชิญความเครียดมาโดยตลอด”
“ส่วนหนี้สินที่เกิดจากตัวเราเป็นคนสร้างมันขึ้นมา ก็ต้องมาดูว่าเกิดจากอะไร เพื่อหาวิธีแก้ไข ใหม่เชื่อว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่เอาตัวรอดได้เสมอ ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถเกิดวิวัฒนาการต่าง ๆ ขึ้นมาได้ ฉะนั้นใหม่เชื่อว่าทุกคนจะผ่านมันไปได้ เพียงแค่กลับมาย้อนมองปัญหาให้ละเอียด คนเราเวลาคิดอะไรหนัก ๆ มักจะหยิบนั่นมารวมกับนี่จนประเดประดังไปหมด ดังนั้น เราควรจะค่อย ๆ แก้ไปทีละปม เคลียร์เรื่องนี้ก่อน แล้วค่อยไปเคลียร์อีกเรื่องถ้าจับทุกอย่างมารวมกัน มันแก้ไม่ไหวหรอก ใหม่เคยโดนเจ้าหนี้โทรมาทวงหนี้วันละ 7 รอบ จนเราต้องบอกเขาว่า ถ้าพี่ทวงขนาดนี้ ใหม่ไม่มีเวลาไปทำงานหาเงินหรอก แค่รับโทรศัพท์ก็ไม่ไหวแล้ว เรารู้ว่าตัวเองผิด แต่ขอเวลาหน่อย ถ้าคุณจี้ขนาดนี้เราก็ไม่รู้จะทำไงต่อ”
คุณใหม่คิดว่าทุกคนสามารถสร้างความมั่งคั่งได้ด้วยตัวเองหรือไม่
“สร้างได้ แต่อยู่ที่ Mindset ด้วยว่าคุณสนใจ ตั้งใจ และมีวินัยแค่ไหน หรือถ้ามีไม่ครบตามทุกอย่างที่ว่ามา ก็ต้องมีไอเดียในหัวหรือต้องอยากเรียนรู้ เราไม่สามารถไปบอกได้ว่าคนนี้เก่งกว่าคนนี้เพราะอะไร อยู่ที่หัวจิตหัวใจของแต่ละคนด้วยว่าอยากจะผ่านพ้นวิกฤตชีวิตและสร้างความมั่งคั่งให้ตัวเองแค่ไหน”
ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของ ใหม่ Powerpuff GAY ได้ทาง Instagram : jirawat_vongdilokvath และ Facebook : ดิฉันไม่ใช่คนภาค2
