

ลุยเดี่ยวจากไทยไปเม็กซิโกแบบไม่ขึ้นเครื่องบินกับ ‘ทัช Unless You Try’ ผู้ใช้รอยยิ้มนำทาง
Better Life / People
28 Nov 2025 - 5 mins read
Better Life / People
SHARE
28 Nov 2025 - 5 mins read
“จากไทยไปเม็กซิโกแบบไม่บิน… ”
สำหรับผู้ติดตามช่อง TikTok ของ touchunlessyoutry อยู่แล้ว ย่อมคุ้นเคยกับประโยคพูดเปิดคลิปรัว ๆ เร็ว ๆ ของ ทัช - ธีรัช วัฒนกิจรุ่งโรจน์ เป็นอย่างดี เพราะเขาพูดประโยคนี้ซ้ำ ๆ มาแล้วหลายร้อยครั้ง
หลังจากประกาศบนช่องทางโซเชียลมีเดียทุกช่องทางของตัวเองไปตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2567 ว่า “พรุ่งนี้ทัชกำลังจะเริ่มลุยแบกเป้ออกเดินทางคนเดียวจากไทยไปเม็กซิโก “แบบไม่นั่งเครื่อง!” ผ่าน 20+ ประเทศทั่วโลกไปเรื่อย ๆ แบบจนกว่าจะหมดตัว ไม่ก็หมดใจ!”
จนกระทั่งถึงวันที่ LIVE TO LIFE มีนัดสัมภาษณ์พูดคุยกับทัชในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน เวลา 11 โมงตรงของประเทศไทย เทียบเท่าเวลาตี 1 ในเมือง Puerto Alegre ทางตอนใต้ของประเทศบราซิล นับเป็นวันที่ 470 ในการเดินทางครึ่งโลกทริปนี้
“จากแผนเดิมที่วางไว้ คือ เดินทาง 20 ประเทศ ใช้เวลา 1 ปี ตอนนี้ผมเดินทางไปมากกว่า 40 ประเทศ ใช้เวลาไปปีครึ่งแล้ว ยังไม่ถึงไหนเลย” ทัชเล่ากลั้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
ทัชกับทะเลสาบในโปแลนด์
ขอบคุณภาพจากคุณธีรัช วัฒนกิจรุ่งโรจน์
แผนการเดินทางที่ถูกยืดออกไปอย่างไม่มีกำหนด (เขากำหนดไว้คร่าว ๆ ว่าจะไปให้ถึงเม็กซิโกในช่วงฟุตบอลโลก 2026 ในเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมปีหน้า ซึ่งเม็กซิโกเป็นหนึ่งในประเทศเจ้าภาพ) ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา เพราะทริปนี้เกิดจากความตั้งใจในการออกไปสัมผัสประสบการณ์เดินทางครึ่งโลกให้เต็มที่ ฉลองการก้าวสู่วัย 30 ปีของชีวิต และใช้เงินเก็บ 1 ล้านบาทให้คุ้มค่าที่สุด
ว่าแต่ทำไมต้องเป็นเม็กซิโก ? ก็เพราะทัชเคยใช้ชีวิตเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศเม็กซิโก เขาจึงอยากเดินทางไปเยี่ยมครอบครัวอุปถัมภ์อีกครั้งหลังผ่านไปนานกว่า 15 ปี อีกทั้งเม็กซิโกยังอยู่ห่างจากไทยเป็นระยะทางราวครึ่งโลกพอดี เหมาะเจาะกับนักเดินทางอย่างเขาที่ฝันอยากเดินทางรอบโลกเพื่อเรียนรู้ให้ได้มากที่สุด
ดังนั้น หากอายุขัยของคนเราอยู่ที่ประมาณ 70 ปี ช่วงอายุ 30 จึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งในการเดินทางไปสำรวจโลกให้ทั่วสักครึ่งหนึ่งก่อน แล้วที่เหลือค่อยว่ากัน
เรื่องราวกว่าหนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมาของทัชถูกเล่าในรูปแบบไดอารีประจำวันที่ทุกคนสามารถติดตามได้ไม่ยาก แต่เรื่องราวก่อนจะเป็นทริปนี้ และหลังจากนี้ชีวิตของนักเดินทางลุยเดี่ยวคนนี้จะดำเนินต่อไปในทิศทางไหน หาคำตอบได้จากบทสนทนาต่อไปนี้
หมุดหมายในการเดินทางจากไทยไปเม็กซิโกแบบไม่ใช้เครื่องบิน
ขอบคุณภาพจากคุณธีรัช วัฒนกิจรุ่งโรจน์
ทำไมทัชถึงเลือกที่จะเดินทางคนเดียว
“ก่อนหน้าจะเที่ยวคนเดียว ผมเริ่มจากการไปเที่ยวแบบ Unplanned กับเพื่อนก่อน ไปกัน 4 คน นัดเจอกันที่หัวลำโพง ซื้อตั๋วรถไฟนั่งไปเรื่อย ๆ ตูดแฉะเมื่อไรก็ลงตรงนั้น ทริปนั้นไปจบที่ระยะเวลาแค่ 3-4 วัน ไปกางเต็นท์นอนกันที่อุทยานแห่งชาติสักแห่งทางภาคเหนือ ผมจำไม่ได้ว่าที่ไหน ทริปนั้นได้ทั้งโบกรถ ได้สัมผัสความใจดีของชาวบ้านที่แบ่งอาหารให้พวกเรากิน นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเที่ยวแบบไม่วางแผนของผม ซึ่งตอนหลังรู้สึกว่าเที่ยวคนเดียวอิสระกว่า เราอยากทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องรอใคร ไม่ต้องถามความเห็นใคร วันนี้เหนื่อยก็พัก อีกวันอยากไปต่อค่อยไป เพราะผมมั่นใจว่าตัวเองสามารถหาเพื่อนใหม่ได้ทุกที่ ความเหงาจึงไม่ใช่ปัญหา แบบนี้ก็ครบแล้ว อยากอยู่คนเดียวก็อยู่ อยากเจอเพื่อนก็หาได้ มันเลยกลายเป็นนิยามคำว่าอิสระที่ทำให้ผมรักการออกเดินทางคนเดียว”
“ทริปเที่ยวคนเดียวครั้งแรกของผม คือ ทริปเดินทางไปพม่า อินเดีย และเนปาล ที่ตั้งใจจะเดินทางแบบไม่ใช้เครื่องบิน แต่พม่ามีปัญหาตรงแนวชายแดน ผมเลยต้องนั่งเครื่องไปอินเดีย แต่ก็เป็นทริปที่ค่อนข้างสุดเหมือนกัน ใช้เวลาสองเดือนกว่าโดยไม่มีแผน ไม่รู้ว่าคืนนั้นจะจบลงที่ตรงไหน”
ทัชสอนเด็ก ๆ วาดรูปที่อินเดีย
ขอบคุณภาพจากคุณธีรัช วัฒนกิจรุ่งโรจน์
ในความไม่มีแผน มีการวางแผนซ่อนอยู่ด้วยไหม ทำอย่างไรถึงจะเดินทางแบบไม่มีแผนได้อย่างปลอดภัย
“ผมวางแผนการเดินทางแบบคร่าว ๆ มากครับ ศึกษาเฉพาะเรื่องที่จำเป็นต้องวางแผนจริง ๆ ที่เหลือไปลุยตรงหน้าหมดเลย อย่างทริปเดินทางจากไทยไปเม็กซิโก ข้อจำกัดที่ยากที่สุด คือ วีซ่า ทริปนี้ผมจึงวางแผนแค่เรื่องวีซ่า โดยที่ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าประเทศอะไรอยู่ตรงส่วนไหนของโลก ผมเป็นคนมีความรู้รอบตัวต่ำมาก เรื่องที่คนอื่นเขารู้กัน ผมไม่รู้ ไม่เคยได้ยิน”
“แต่ผมเชื่อว่าโดยพื้นฐานตัวเองเป็นคนมีมารยาท จึงไม่กลัวว่าจะไปทำเรื่องผิดพลาด ส่วนเรื่องอื่น ๆ ที่เหลือค่อยไปหาข้อมูลก่อนเข้าประเทศนั้น ๆ เช่น ผมเพิ่งรู้จากการบังเอิญได้ดูคลิปของ gap.bumseeker ที่ไปนอนกับตาลีบันว่า อิหร่านเป็นสังคมเงินสดร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่สามารถใช้บัตรเครดิตได้ ผมเลยต้องเตรียมเงินสดให้เพียงพอกับการเดินทางในอิหร่าน ดีไม่ดีถ้าผมไม่ได้ดูคลิปนั้นก่อน ผมอาจจะไม่รู้และไปตายเอาดาบหน้าก็ได้”
โบกรถเที่ยวในอิหร่าน
ขอบคุณภาพจากคุณธีรัช วัฒนกิจรุ่งโรจน์
“หรืออย่างการที่ตอนนี้ผมมาอยู่เมือง Puerto Alegre ซึ่งอยู่ทางใต้ของประเทศบราซิล ผมก็เพิ่งตัดสินใจเมื่อสองวันก่อน เพราะเคยสัญญากับเพื่อนชาวบราซิลที่เจอกันที่ปรากในทริปนี้ว่าถ้ามีโอกาสจะมาหา เลยได้มานอนบ้านมันในตอนนี้ แล้วแจ็กพอตมาก เมื่อเช้านี้เลย ผมตื่นมาพร้อมกับข้อความที่เด้งมาในอินสตาแกรมว่า น้องจะผ่านมาที่เมืองชื่อนี้ไหม พี่เปิดร้านนวดตรงนี้ ถ้ามาให้แวะมา พี่จะทำอาหารให้กินและพาไปเที่ยว ผมก็รู้สึกว่า เย้ มีอะไรให้ทำต่อแล้ว ทุกอย่างในทริปนี้ Pop Up แบบวันต่อวัน ผมก็ใช้ชีวิตปรับตัวไปตามนั้น และเริ่มชินกับชีวิตแบบนี้ที่อยู่กับมันมาเป็นปีแล้ว”
รู้สึกไหมว่าการที่ตัวเองเป็นคนยิ้มเก่ง ยิ้มง่าย เป็นประตูบานสำคัญที่ทำให้มีเพื่อนใหม่ได้เสมอ
“หลายคนสงสัยว่าทำไมผมหาเพื่อนใหม่ได้ทุกวัน ซึ่งมันง่ายมากเลย เริ่มต้นจากการยิ้ม จากนั้นก็สวัสดี และถามเขาว่ามาจากไหน จบเลยแค่นี้ ซึ่งผมเป็นคนยิ้มเก่งแบบไม่มีกั๊กมาแต่ไหนแต่ไร เลยเหมือนเผยออกมาหมดเปลือกแล้วว่า คนคนนี้ไม่มีอะไรน่ากลัว”
ยิ้มเก่ง ยิ้มง่าย มาตั้งแต่ไหนแต่ไรเลยรึเปล่า
“ตอนเด็ก ๆ ผมไม่ค่อยมีเพื่อน เป็นเด็กติ๋มใส่แว่นนั่งหลังห้อง แต่พอกลับจากเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนในโครงการ AFS ที่เม็กซิโก ได้ทำกิจกรรมเยอะ เจอคนเยอะ เลยซึมซับส่วนดี ๆ ที่ผมชอบในคนแต่ละคนมาประกอบจนเป็นตัวเอง และหลังกลับจาก AFS ผมต้องทำค่ายอบรมให้น้อง ๆ รุ่นถัดไป ซึ่งบทบาทของผมคือ การเป็นพิธีกรในงาน ต้องเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์เลยแจกยิ้มตลอดเวลาจนชิน”
เมือง Yazd ในอิหร่าน
ขอบคุณภาพจากคุณธีรัช วัฒนกิจรุ่งโรจน์
คิดว่าประสบการณ์การเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนส่งผลต่อตัวเองในแง่ไหนบ้างไหม
“ปีที่ผมได้ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่เม็กซิโกถือเป็นปีที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผม จากเด็กติ๋มที่เพื่อนเรียกว่าถั่วงอก เพราะผมเหมือนถั่วงอกในถาดทิชชูที่ถูกวางอยู่ตรงขอบหน้าต่างในห้อง โดนแดดบ้างเล็กน้อย แต่ไม่เคยเจอโลกภายนอก การเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนทำให้ผมได้ออกไปเจอโลกคนเดียวครั้งแรกในชีวิต เหมือนถั่วงอกที่ได้ไปเจอแดด เจอพายุ เจอฝนของจริง เลยเติบโตเร็วกว่าอยู่ในบ้านแล้วโดนแค่แดดอ่อน ๆ”
“ที่สำคัญไปกว่านั้น คือ ผมได้ฝึกทักษะในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก็จากการเป็นเด็ก AFS เหมือนกัน แต่เป็นช่วงที่ผมกลับมาแล้วทำค่ายให้เด็กรุ่นต่อ ๆ ไปเป็นประจำทุกปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ผมได้เรียนรู้การทำงานและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเยอะสุด ๆ ด้วยความที่ผมเป็นพิธีกรในงาน ดังนั้น ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น เราต้องเป็นคนแก้ไข ทั้งการจัดสรรเวลา การปรับเปลี่ยนทุกอย่างเฉพาะหน้าให้งานดำเนินต่อไปให้ได้ ผมเลยได้เอาทักษะเหล่านี้มาปรับใช้ในการใช้ชีวิตและการเดินทาง”
ปั่นจักรยานใน Lyon ฝรั่งเศส
ขอบคุณภาพจากคุณธีรัช วัฒนกิจรุ่งโรจน์
เวลาเจอประสบการณ์ไม่ดีระหว่างทางหรือเหตุการณ์ที่ทำให้อารมณ์พัง ทำอย่างไร
“เวลาเจอเรื่องไม่ดีก็คิดเสียว่ามันจะเป็นเรื่องตลกที่วันนึงเราสามารถเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้คนอื่นฟังได้ แล้วทุกคนคงนั่งขำด้วยกัน เช่น ผมโดนขโมยพาสปอร์ตตั้งแต่วันที่สามของการเดินทาง ตอนที่พาสปอร์ตหายผมก็ไม่ตลกนะ จนกว่าจะผ่านไปแล้ว หรือล่าสุด เมื่อสามวันที่แล้วผมทำโทรศัพท์หาย แค่เผลอวางทิ้งไว้ในห้องน้ำแป๊บเดียว หันมาอีกทีหายไปแล้ว ผม Panic ไปหนึ่งชั่วโมงเต็ม โชคดีที่สุดท้ายได้โทรศัพท์คืน เอาเข้าจริง ผมเป็นคนที่ตัดอารมณ์ไม่ดีต่าง ๆ ทิ้งง่ายมาก ผมจะให้เวลาตัวเองเซ็งหรือเศร้าไม่เกิน 10 นาที จบ ดีดนิ้ว ช่างมัน ทำอะไรไม่ได้แล้ว จากนั้นค่อยขำ เอาไงต่อดี แก้ปัญหายังไงดีวะ (หัวเราะ)”
“บางคนอาจจะบอกว่าผมโลกสวย คิดว่าโลกนี้มีแต่คนดี ๆ ซึ่งไม่จริง ผมเจอความชิบหายวายป่วงมาไม่น้อยเหมือนกัน แต่พื้นฐาน คือ ผมมักเจอคนน่ารัก 99% เลยทำให้ผมไม่เซ็งกับปัญหานานเกินไป เพราะเดี๋ยวก็มีเรื่องดี ๆ รอให้ผมพบเจอ ถ้าผมมัวไปนั่งปวดหัวกับหนึ่งคอมเมนต์ที่ไม่ดี หรือต้องไปนั่งเซ็งกับคนแย่ ๆ ที่บังเอิญเจอระหว่างทาง ทั้ง ๆ ที่มีคนน่ารักกับผมตั้งไม่รู้กี่ร้อยกี่พันคน ก็ดูจะเป็นการไม่ให้เกียรติคนที่น่ารักกับเรา ผมรู้สึกว่าเราไม่ควรเอาเวลาไปนั่งปวดหัวกับเรื่องไม่ดีที่พบเจอ”
ผูกมิตรกับเพื่อนใหม่ชาวอิหร่าน
ขอบคุณภาพจากคุณธีรัช วัฒนกิจรุ่งโรจน์
คิดว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเดินทางคนเดียว
“ผมคิดว่า Mindset คือสิ่งที่นักเดินทางควรมี เรามีวิธีคิดแบบไหน เราก็จะเดินทางไปเจอผู้คนและสัมผัสประสบการณ์แบบนั้น ถ้า Mindset พาเราลงเหว เราก็จะลงเหวไปจริง ๆ ใครที่มองโลกมีแค่ขาวกับดำ พอไปเจอดำปุ๊บ เราก็คิดว่าโลกมันแย่จนยากที่จะกู่กลับ แต่ผมมองโลกว่ามีทั้งสีขาว ดำ เทา มีสีรุ้งหลากสี ผมเลยปรับตัวกับการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุดได้เรื่อย ๆ ทำให้ผมมีความฝันที่ไม่มีวันทำสำเร็จ นั่นคือ การได้ไปเห็น ได้สัมผัส และได้ไปทดลองทำสิ่งต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุดในชีวิต ซึ่งโลกนี้กว้างใหญ่ มีของใหม่เกิดขึ้นทุกวัน ดังนั้นมันคือ Infinity ชีวิตนี้ผมไม่มีทางได้ลองทำทุกอย่างอยู่แล้ว เลยเป็นความฝันที่ผมไม่มีวันไปถึง แต่เป็นความฝันที่ผมมีความสุขมากในการได้วิ่งไล่ทำมันไปเรื่อย ๆ”
โบกรถเที่ยวในอัฟกานิสถาน
ขอบคุณภาพจากคุณธีรัช วัฒนกิจรุ่งโรจน์
“Mindset ของผมคือ ช่วงวัย 20-30 ปีเป็นวัยเล่น ผมจึงไม่สนใจเรื่องเก็บเงิน มีเท่าไรใช้ให้หมด แต่ใช้อย่างฉลาด เช่น เอาไปลงทุนซื้อกล้อง เพื่อฝึกทักษะการถ่ายภาพถ่ายวิดีโอ ผมได้วิธีคิดนี้มาจากพ่อที่ไม่ได้สอนให้ผมประหยัดเงิน แต่สอนให้ใช้เงินให้คุ้มค่าที่สุด พ่อพูดเสมอว่าอะไรที่ทำแล้วมีประโยชน์กับชีวิต เท่าไรเขาก็ยอมจ่าย ผมอยากซื้อกล้องมาฝึกถ่ายรูปเหรอ กี่แสนว่ามา เดี๋ยวพ่อหาเงินมาให้ แต่ไม่ได้หมายความว่าการประหยัดไม่ดีนะครับ แต่มันอาจจะทำให้เราต้องประหยัดประสบการณ์ไปด้วยรึเปล่า เพราะบางอย่างมันต้องใช้เงินจริง ๆ ”
สเก็ตช์ภาพเมือง Talinn ในเอสโตเนีย
ขอบคุณภาพจากคุณธีรัช วัฒนกิจรุ่งโรจน์
“เมื่อผมโฟกัสที่การใช้ต้นทุนที่มีให้คุ้มค่าที่สุด ไม่ใช่การประหยัดเงิน ผมเลยไม่คิดที่จะเก็บเงิน แต่ด้วยความที่ผมเป็นเด็กกิจกรรม พอลงมือทำหลายกิจกรรมอย่างตั้งใจก็เลยกลายมาเป็นหลายอาชีพ ผมเป็นฟรีแลนซ์ที่ทำงานทั้งกลางวันและกลางคืน เพราะผมบริหารเวลาของตัวเองได้ โดยทุกงานที่ผมเลือกทำเป็นงานที่ทำแล้วผมต้องมีความสุขกับมันเท่านั้น ซึ่งทุกอย่างที่ทำเงินได้ล้วนมาจากงานอดิเรกของผมทั้งสิ้น พอเราเอนจอยกับงานก็ออกมาดี เลยเกิดเป็นรายได้ ยิ่งเราพัฒนาฝีมือ เงินก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น รู้ตัวอีกทีผมก็หาได้เดือนละเป็นแสนช่วงอายุ 27-29 ปี จึงมีเงินเก็บหลักล้าน มากพอสำหรับการลาออกจากทุกงานแล้วออกเดินทางในทริปนี้ แต่ต้องใส่ดอกจันตัวใหญ่ ๆ ด้วยนะครับว่า ผมมีต้นทุนครอบครัวที่ดี ผมยังไม่ต้องดูแลพ่อแม่ แค่ต้องรับผิดชอบตัวเองให้ได้เท่านั้น”
มีวิธีบริหารการเงินอย่างไรในทริปนี้
“การบริหารการเงินระหว่างทริปง่ายมากครับ ถ้ากินแพง ก็นอนถูก ส่วนถ้าเป็นเรื่องของการใช้เงินซื้อประสบการณ์ ผมจ่ายไม่อั้น ซึ่งตลอดทริปนี้ผมโชว์ Budget ให้คนดูเห็นตลอด และพยายามแยกให้ทุกคนเห็นว่า ถ้าจะทำทริปให้ราคาประหยัดกว่านี้ก็สามารถทำได้จริงๆ แต่ผมไม่ได้ออกแบบทริปนี้ให้เป็นทริปที่มีค่าใช้จ่ายถูกที่สุด แต่เป็นทริปที่ผมจะใช้ชีวิตให้เต็มที่ที่สุด โชคดีที่ระหว่างทริปผมมีสปอนเซอร์มาสนับสนุนเป็นระยะ ๆ เพราะหากผมเดินทางด้วยเงินเก็บหนึ่งล้านบาท ผมคงเอาเงินซื้อประสบการณ์ได้น้อยกว่านี้ บางกิจกรรมผมอาจจะยอมไม่ทำ เพราะผมไม่มีเงินพอ”
ความยิ่งใหญ่ของน้ำตก Iguazu ในอาร์เจนตินา
ขอบคุณภาพจากคุณธีรัช วัฒนกิจรุ่งโรจน์
ถ้า 20-30 ปีเป็นวัยเล่น แล้วช่วงอายุ 30-40 ปีสำหรับทัชคือวัยอะไร
“ผมเคยคิดมาตลอดว่า 30 คงเป็นวัยที่เราอาจจะเริ่มคิดถึงความมั่นคงมากขึ้น หรือวางแผนเรื่องสร้างครอบครัวเหมือนคนอื่น กลายเป็นว่าตอนอายุ 30 ผมก็ทำทริปนี้ให้เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนอีกครั้งในชีวิต กลายเป็นว่าตอนนี้ความคิดผมเปลี่ยนไปแล้ว เพราะขนาดเรากำลังเล่นอยู่ แต่ชีวิตก็ดูมั่นคงดี มีงานรอให้เรากลับไปทำเพียบเลย แบบนี้ก็ไม่เห็นจะต้องเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต เลยคิดว่าจะเล่นต่อไปครับ เพราะผมค่อนข้างมั่นใจว่าผมเล่นแล้วทำให้ชีวิตมั่นคงได้”
“ส่วนเรื่องความรักหรือการสร้างครอบครัว ผมมองว่าถ้ามันจะเกิดก็เกิด และด้วยผมความที่ผมทำค่าย AFS เป็นอาชีพจึงได้ทำงานกับเด็กมัธยมเป็นหลัก ผมรู้จักเด็ก ๆ เป็นร้อยเป็นพันคนเพิ่มขึ้นทุกปี ในใจผมเลยรู้สึกคล้าย ๆ ว่าตัวเองกำลังมีลูก เด็กบางคนผมเห็นตั้งแต่เขาอยู่ ม.1 จนตอนนี้เรียนจบทำงานแล้วก็ยังติดต่อกันอยู่ ผมรู้สึกภูมิใจเหมือนได้เป็นพ่อเขาจริง ๆ ”
ทัชกับเด็กหญิง Dora แห่ง Lijiang ประเทศจีน
ขอบคุณภาพจากคุณธีรัช วัฒนกิจรุ่งโรจน์
“อีกหนึ่งอาชีพของผม คือ Inspirational Speaker ซึ่งไม่ใช่ Life Coach แต่เป็นการบอกเล่าประสบการณ์ชีวิตที่เราอยากแชร์โดยไม่ได้ไปบอกว่าใครควรทำอะไร หรืออะไรถูกอะไรผิด ผมแค่มาเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟัง ส่วนใครสามารถเก็บส่วนไหนไปปรับใช้ได้ ผมก็ยินดี แต่ไม่ต้องทำตามหรือคิดว่าสิ่งที่ผมทำนั้นถูกต้องหรือดี เพราะชีวิตคนเราแตกต่างกันออกไป”
“ผมเคยมีความฝันอยากมีหนังเป็นของตัวเอง อยากเป็นพระเอก แต่ผมไม่ได้หล่อหรือแอคติ้งเก่งพอที่จะไปเล่นหนังคนอื่นได้ ก็เลยทำคลิปการเดินทางของตัวเองขึ้นมา เหมือนสร้างหนังของตัวเองโดยไม่ต้องรอให้ใครมาแคสติ้ง ฉันก็เป็นฉัน ไม่ต้องเขียนบทด้วย และยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนจบว่าจะเป็นยังไง จะเข้าประเทศเม็กซิโกได้หรือไม่ เพราะตอนนี้ผมยังไม่มีวีซ่าเม็กซิโกเลยครับ (หัวเราะ) แต่ผมเชื่อว่าผมจะหาทางออกเจอแน่นอน”
ติดตามการเดินทางจากไทยไปเม็กซิโกแบบไม่ใช้เครื่องบินของทัชได้ทาง Instagram : touchhhh และ TikTok : touchunlessyoutry
