

ออกกำลังกายแบบไหนไกลมะเร็ง ! ชวนขยับกายให้หัวใจเต้นแรง เคล็ดลับสร้างภูมิดีต้านโรคร้าย
Health / Body
10 Feb 2026 - 3 mins read
Health / Body
SHARE
10 Feb 2026 - 3 mins read
รู้หรือไม่ ? ทุกคนมีโอกาสเป็น ‘มะเร็ง’
แม้แต่คนที่มั่นใจมาตลอดว่าสุขภาพแข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัว และไม่เคยเจ็บป่วยร้ายแรงถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล ก็ยังคงมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งได้ เพราะว่าภายในร่างกายของเราทุกคนประกอบด้วยเซลล์สร้างขึ้นใหม่ที่อาจกลายพันธุ์ไปเป็นเซลล์มะเร็งได้ทุกเมื่อ
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่ากังวลยิ่งกว่าก็คือ นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 เป็นต้นมา จำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปีกลับพุ่งสูงขึ้นมากถึง 79% กลายเป็นปัญหาที่เรียกว่า Early-onset Cancer หรือ การเป็นมะเร็งก่อนวัยอันควร
ภาพจำลองเซลล์มะเร็ง
โดยเฉพาะคน Gen Y ที่อยู่ในวัยสร้างความมั่นคงให้ชีวิต หลายคนเลือกทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ให้กับการทำงานหามรุ่งหามค่ำมากกว่าการดูแลสุขภาพร่างกาย ยอมนอนไม่เป็นเวลา พักผ่อนน้อย ดื่มแอลกอฮอล์หนัก และไม่ได้ออกกำลังกาย โดยไม่ทันได้รู้ตัวว่า พฤติกรรมทำลายสุขภาพเหล่านี้ กำลังเป็นภัยเงียบที่เพิ่มความเสี่ยงให้คน Gen Y ป่วยเป็นมะเร็งไวขึ้น
หนทางที่ดีที่สุดคือการกลับมาใส่ใจดูแลสุขภาพตัวเองให้ห่างไกลมะเร็งด้วย Hard Exercise หรือ High Intensity Exercise ซึ่งเป็นรูปแบบการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูง ในบทความนี้ LIVE TO LIFE อยากชวนทุกคนทำความเข้าใจโรคมะเร็งและหาคำตอบร่วมกันว่า ทำไมการออกกำลังกายให้หัวใจเต้นแรง จึงเป็นวิธีสร้างภูมิดีต้านโรคมะเร็งได้ ?
‘มะเร็ง’ ภัยเงียบที่อยู่ใกล้ตัวทุกคน
ข้อมูลจากกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า โรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับ 1 คือ ‘มะเร็ง’ และ ‘เนื้องอก’ เพราะแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้สูงถึง 67,000 คน หมายความว่าทุก ๆ 8 นาที จะมีคนไทย 1 คนที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง และมีผู้ป่วยใหม่ราว 140,000 คนต่อปี หรือประมาณ 400 คนต่อวัน ที่น่าตกใจมากไปกว่านั้นคือ กลุ่มคน Gen Y กำลังเป็นกลุ่มเสี่ยงใหม่ที่ต้องเริ่มระมัดระวังตัวเองให้ห่างไกลจากมะเร็งตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะลุกลามบานปลายจนสายเกินกว่าจะรักษา
แต่หนึ่งในความเข้าใจผิด ๆ ที่ทุกคนควรรู้ก่อน เพราะคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงก็คือ ถ้าพ่อแม่เป็นมะเร็ง เท่ากับให้ทำใจล่วงหน้าไว้ได้เลยว่าตัวเองมีโอกาสเป็นมะเร็งชนิดเดียวกันแน่ ๆ ถึงแม้ว่ามะเร็งสามารถถ่ายทอดผ่านกรรมพันธุ์ได้ แต่โอกาสที่จะเกิดขึ้นกลับมีเพียง 5-10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
ในทางตรงกันข้าม หากไม่มีใครในครอบครัวเป็นมะเร็ง แสดงว่าสบายใจได้ เพราะไม่มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเลย ก็ไม่ใช่ความเข้าใจที่ถูกต้องเช่นเดียวกัน เพราะว่าสาเหตุหลักของโรคมะเร็งกว่า 90-95 เปอร์เซ็นต์ นั้นเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติโดยไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กับกรรมพันธุ์ ส่วนใหญ่เป็นความเสื่อมของเซลล์ตามอายุและอาการอักเสบเรื้อรังของร่างกาย หรือไม่ก็อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทำให้ได้รับสารก่อมะเร็งอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานจนแสดงอาการป่วยออกมาในที่สุด
สำหรับคนที่อยากรู้ว่า ตัวเองมีพฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อโรคมะเร็งหรือไม่ ? LIVE TO LIFE แนะนำให้ทบทวนไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมในชีวิตประจำวันด้วยชุดคำถาม Self-checkup 12 ข้อต่อไปนี้
❑ 1. ทำงานหรืออยู่ที่โล่งแจ้ง ตากแดดตากลมทั้งวัน เผชิญฝุ่นควันบ่อย ❑ 2. สูบบุหรี่จัด ทั้งบุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้า หรืออยู่ใกล้ชิดกับคนที่สูบบุหรี่ ❑ 3. มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ หรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ❑ 4. ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกวัน ปริมาณมากกว่า 2 แก้ว ❑ 5. กินอาหารดิบ โดยเฉพาะสัตว์น้ำจืด เช่น ปลา กุ้ง และหอย ❑ 6. ไม่ชอบออกกำลังกาย มีพฤติกรรมเนือยนิ่ง ไม่ค่อยขยับเขยื้อนร่างกาย ❑ 7. มีภาวะอ้วน ชอบอาหารไขมันสูง ต้องปิ้งย่างเนื้อสัตว์ให้ไหม้เกรียมก่อนกิน ❑ 8. ไม่กินผัก ชอบอาหารแปรรูป อาหารหมักดอง และอาหารบรรจุกระป๋อง ❑ 9. เป็นกรดไหลย้อนเรื้อรัง ❑ 10. ขับถ่ายไม่เป็นเวลา ท้องอืด ท้องผูกบ่อย ถ่ายปนเลือด ❑ 11. รู้สึกไม่สบายตัว เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ไม่อยากอาหาร น้ำหนักลง ❑ 12. จิตตก เคร่งเครียดตลอดเวลา รู้สึกกดดันไม่มีความสุขในชีวิต |
คนที่ยิ่งมีพฤติกรรมเข้าข่ายชุดคำถาม Self-checkup มากเท่าไหร่ ยิ่งตกอยู่ในความเสี่ยงก่อโรคมะเร็งได้มากเท่านั้น เพราะทุกพฤติกรรมในแต่ละข้อ ล้วนมีส่วนกระตุ้นให้เซลล์ในร่างกายผิดปกติและกลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็งหรือเนื้อร้ายได้
ทั้งนี้ ชุดคำถาม Self-checkup 12 ข้อ เป็นเพียงการสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงเบื้องต้นเท่านั้น หากยังรู้สึกกังวลและต้องการคัดกรองมะเร็งให้แน่ชัด LIVE TO LIFE แนะนำให้เข้ารับการตรวจวินิจฉัยมะเร็งจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียด เพื่อความแม่นยำในการระบุชนิด ระยะของโรค และวางแผนการรักษาได้อย่างทันท่วงที เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดอัตราการเสียชีวิต
ขยับกายให้ ‘ใจเต้นแรง’ ต้านมะเร็ง
กลับเข้าสู่คำถามสำคัญที่ว่า ทำไมการออกกำลังกายให้หัวใจเต้นแรง จึงเป็นวิธีสร้างภูมิดีต้านโรคมะเร็งได้ ?
ต้องเข้าใจกลไกการทำงานของร่างกายก่อนว่า ขณะออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาที่ทำให้หัวใจเต้นแรงอย่างต่อเนื่อง สมองจะยิ่งหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีน (Adrenaline) ออกมา นอกจากจะทำให้ร่างกายตื่นตัวแล้ว ยังกระตุ้นให้เซลล์ภูมิคุ้มกันหรือเซลล์เม็ดเลือดขาวเข้าสู่ในกระแสเลือดไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะชนิดที่เรียกว่า Natural Killer Cells เป็นเซลล์นักฆ่าที่คอยตรวจจับและกำจัดเซลล์ผิดปกติได้อย่างแม่นยำ ไม่ให้หลุดรอดจนกลายพันธุ์ไปเป็นเนื้อร้ายและมะเร็ง
ภาพจำลองเซลล์เม็ดเลือดขาว ขณะกำจัดเซลล์มะเร็ง
แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจมากกว่าเดิม คือผลการศึกษาล่าสุดของ Newcastle University สหราชอาณาจักร ซึ่งยืนยันได้ว่า Hard Exercise หรือ High Intensity Exercise ที่เน้นการออกกำลังกายให้หัวใจเต้นเร็วภายในช่วงเวลาสั้น ๆ แค่ 10 นาที สามารถยับยั้งการเกิดและการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ตั้งแต่ต้นตอ เพราะจะยิ่งกระตุ้นให้เซลล์นักฆ่าเข้าสู่กระแสเลือดได้มากขึ้น พร้อมกับหยุดการทำงานของยีนไม่ให้เซลล์ปกติเกิดการกลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็ง รวมถึงต่อต้านการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย ทำให้เซลล์มะเร็งขาดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการขยายตัว
ดร. แซม ออเรนจ์ (Dr. Sam Orange) แพทย์ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและสรีรวิทยาการออกกำลังกาย หัวหน้าคณะผู้วิจัยของการศึกษานี้ย้ำถึงความสำคัญและความจำเป็นของการออกกำลังกายแบบ Hard Exercise หรือ High Intensity Exercise ว่า “ไม่ได้ส่งผลดีต่อเซลล์ที่แข็งแรงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ลึกถึงระดับยีนในเซลล์มะเร็ง เพื่อไม่ให้เติบโตไปเป็นเนื้อร้าย”
ก่อนหน้านี้ แพทย์อาจแนะนำกว้าง ๆ ว่า ให้ทุกคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อร่างกายของเราจะได้ห่างไกลโรค แต่ถ้าอ้างอิงข้อค้นพบจากการศึกษานี้ แพทย์จะสามารถระบุรูปแบบของการออกกำลังกายที่ช่วยต้านมะเร็งได้เจาะจงมากขึ้น คือเน้น Hard Exercise หรือ High Intensity Exercise ที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ระหว่าง Aerobic Zone และ Anaerobic Zone โดยมีวิธีสังเกตได้ง่าย ๆ ว่าเป็นระดับที่เหนื่อยจนหายใจแรง พูดได้เป็นคำ ๆ เท่านั้น
ตัวอย่างการออกกำลังกายแบบ Hard Exercise หรือ High Intensity Exercise ที่น่าสนใจ ได้แก่
- วิ่งเร็ว : เร่งวิ่งสุดกำลังเป็นเวลา 30 วินาที สลับเดินเร็วหรือวิ่งเหยาะ 30 วินาที ทำวนไปจนครบ 10 นาที
- ปั่นจักรยาน : ปั่นแบบเร่งความเร็วหรือเพิ่มแรงต้านให้รู้สึกว่าขาต้องออกแรงหนักต่อเนื่อง
- กระโดดเชือก : กระโดดด้วยความเร็วคงที่ 1 นาที พัก 10-15 วินาที ทำวนไปเรื่อย ๆ จนครบ 8 รอบ
- ว่ายน้ำ : ว่ายด้วยความเร็วสูงสุดสลับเบา ว่ายเร็ว 30 วินาที พัก 10-15 วินาที
ถึงแม้เราทุกคนจะตั้งใจดูแลตัวเองอย่างเต็มที่ ทั้งออกกำลังกายเป็นประจำ พักผ่อนให้เพียงพอ และเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ แต่สาเหตุของโรคมะเร็งบางชนิดก็อาจควบคุมยากกว่าที่คิดหรืออยู่เหนือการควบคุม อย่างมลภาวะที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน การเตรียมความพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนของสุขภาพด้วยประกันโรคร้ายแรงอย่าง ‘ประกันมะเร็ง’ จึงเป็นหนทางที่ช่วยวางแผนด้านสุขภาพและสร้างความอุ่นใจให้คน Gen Y ได้ เพราะราคาของการป้องกันย่อมถูกกว่าราคาของการรักษาเสมอ
LIVE TO LIFE ขอแนะนำประกันมะเร็งของไทยประกันชีวิต เฮลท์ ฟิต มัลติเพย์ แคนเซอร์ ให้ความคุ้มครองการเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งทุกระยะ ตรวจพบมะเร็งระยะไม่ลุกลามจ่าย 20%* ตรวจพบมะเร็งระยะ ลุกลามจ่าย 100%* และคุ้มครองการกลับมาเป็นมะเร็งซ้ำ มีเงินชดเชยกรณีเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลจากการเป็นมะเร็งระยะลุกลามครั้งแรก จ่าย 1%* (สูงสุดไม่เกิน 5,000 บาทต่อวัน) เคลมโรคมะเร็งระยะลุกลามครั้งแรกแล้ว ยังได้รับความคุ้มครองผลประโยชน์อื่น ๆ ต่อ โดยไม่ต้องชำระเบี้ยสัญญาเพิ่มเติมนี้อีก นอกจากนี้เบี้ยประกันยังสามารถลดหย่อนภาษีได้บางส่วน**
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
**สิทธิลดหย่อนภาษีเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
• ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดของกรมธรรม์ประกันภัยก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
พร้อมรับบริการพิเศษเฉพาะลูกค้าไทยประกันชีวิต Health Care Solutions ครอบคลุมการดูแลและตอบทุกความต้องการเรื่องสุขภาพ ดังนี้
- ไทยประกันชีวิต Hotline เคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินฟรี เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย ทุกที่ ทั่วโลก
- ไทยประกันชีวิต Medical Second Opinion ให้คุณมั่นใจเมื่อต้องเผชิญโรคต่าง ๆ ด้วยบริการให้คำปรึกษาความเห็นที่ 2 จากแพทย์
- ไทยประกันชีวิต Medicare หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย บริการสำรองค่ารักษาพยาบาล
- ไทยประกันชีวิต International Claims Solutions หมดกังวลเมื่อเดินทาง ด้วยบริการสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล ในต่างประเทศ กรณีประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยระหว่างเดินทาง
- ไทยประกันชีวิต Telemedicine ใกล้ไกลก็ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่าน Video Conference
เพราะ ‘มะเร็ง’ เป็นเรื่องใหญ่ที่ใครก็ชะล่าใจไม่ได้ หากป่วยเป็นโรคมะเร็ง ชีวิตอาจพลิกผันและสั่นคลอนทันทีจากภาระในการรักษาพยาบาล การทำประกันมะเร็งจึงเท่ากับการวางแผนสร้างเกราะคุ้มกันด้านการเงินที่แข็งแกร่งให้ตัวเองและคนข้างหลัง เพื่อให้ใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุขและไร้กังวล
อ้างอิง
- สถาบันมะเร็งแห่งชาติ. 5 ทำ 5 ไม่ ห่างไกลมะเร็ง. https://bit.ly/45LeN9C
- Zhao J, et al. (2023). Global trends in incidence, death, burden and risk factors of early-onset cancer from 1990 to 2019. BMJ Oncology, 2(1), e000049. https://doi.org/10.1136/bmjonc-2023-000049
- Newcastle University. Could just 10 minutes of intense exercise fight cancer?. https://bit.ly/45HcxAg
- ScienceDaily. Just 10 minutes of exercise can trigger powerful anti-cancer effects. https://bit.ly/3ZcSqWW
