

ความรักตอนนี้เป็นไงบ้าง ? แนะนำ 10 คำถาม Deep Talk กับคนพิเศษ จากเทคนิค Emotional Check-in
Health / Mind
13 Feb 2026 - 5 mins read
Health / Mind
SHARE
13 Feb 2026 - 5 mins read
ไม่ว่าจะคบกันมานานแค่ไหน ทุกความสัมพันธ์ควรมีวันที่ได้ Deep Talk หรือ วันที่ได้เปิดใจคุยกันอย่างลึกซึ้ง
ไม่ใช่แค่คำถามว่า “วันนี้กินข้าวกับอะไร” “วันนี้ไปไหน” “ทำอะไรอยู่” แต่เราต่างต้องชวนคุยเรื่องชีวิต อารมณ์ ความฝัน เพื่อเรียนรู้กันและกันอยู่เสมอ
ดร. เทอร์รี ออร์บัช (Dr. Terri Orbuch) อาจารย์จาก Oakland University และนักวิจัยจาก University of Michigan ศึกษาคู่รักกว่า 400 คู่ เป็นเวลานานถึง 30 ปี จนค้นพบว่า คู่รักที่มีความสุขที่สุดคือคู่ที่ได้ใช้เวลาอย่างน้อยวันละ 10 นาที พูดคุยเรื่องต่าง ๆ ที่มีความหมาย
นอกจากนี้ การเปิดใจคุยกันยังส่งผลให้สุขภาพจิตและอารมณ์มั่นคง มีความสุขเพิ่มขึ้น ช่วยลดระยะห่างในความสัมพันธ์ ช่วยคลายความรู้สึกโดดเดี่ยว เพิ่มความเห็นอกเห็นใจ และรู้สึกว่าชีวิตได้รับการเติมเต็ม
หากย้อนไปยังวันแรก ๆ ของความสัมพันธ์ เราต่างก็อยากรู้เรื่องราวของอีกฝ่าย จึงทำให้มีบทสนทนาแสนลึกซึ้งเกิดขึ้นมากมาย แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราสนิทกันมากขึ้น และคิดว่ารู้จักกันเป็นอย่างดี บทสนทนาเหล่านั้นก็ค่อย ๆ หายไป เพราะหมดความสงสัยใคร่รู้ในตัวอีกฝ่ายแล้ว ทำให้แม้ตัวจะอยู่ใกล้กัน แต่ใจกลับยิ่งห่างเหิน
เมื่อคนเราเติบโตขึ้นทุกวัน และเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตัวเราในวัย 20 นั้นมีมุมมองต่างจากตอนอายุ 30 เรื่องความรักก็เช่นกัน หากไม่ได้พูดคุยอย่างลึกซึ้งบ่อย ๆ เราจะไม่รู้เลยว่าคนข้าง ๆ กำลังคิดอะไร รู้สึกอะไร หรือมีเป้าหมายอะไรใหม่ ๆ ในชีวิต สุดท้ายแล้ว จะเกิดเป็นความไม่เข้าใจและนำมาซึ่งรอยร้าวในความสัมพันธ์ได้
ไม่ใช่เฉพาะคู่รักเท่านั้น แต่ทุกความสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวหรือเพื่อน ต่างก็ต้องพูดคุยกันในเรื่องที่ลึกซึ้งอยู่เสมอ แค่เพียงวันละ 10 นาที อย่างที่งานวิจัยระบุไว้ก็ช่วยให้ทุกความสัมพันธ์ของเรามีความสุขได้
แล้วเราจะคุยอะไรกันดี ?
การคุยอย่างลึกซึ้งไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องจริงจังและใช้เวลามากมาย แต่เป็นเพียงการยกระดับให้บทสนทนาประจำวันมีมิติมากกว่าเดิมก็ได้ เช่น
เปลี่ยนจากถามว่า หนังสนุกไหม ?
เป็น หนังเรื่องนี้มีความหมายกับเธออย่างไร ?
เปลี่ยนจากถามว่า วันหยุดที่ผ่านมาทำอะไร ?
เป็น วันหยุดที่ผ่านมามีเรื่องที่สำคัญอะไรบ้างที่เกิดขึ้นกับเธอ ?
เปลี่ยนจากถามว่า อร่อยไหม ?
เป็น ทำไมถึงชอบ มีความทรงจำอะไรดี ๆ เกี่ยวกับจานนี้หรือเปล่า ?
ชุดคำถามเหล่านี้จะพาเราไปสำรวจทั้งแนวคิด ทัศนคติ และค่านิยมของอีกฝ่าย ที่มีความหมายมากกว่าการรับรู้ข้อมูลทั่วไป และทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้น
หากยังไม่รู้จะชวนคุยเรื่องอะไรดี LIVE TO LIFE ขอแนะนำให้เริ่มจากการสำรวจ ‘อารมณ์ประจำวัน’ หรือ Emotional Check-in เพราะเป็นเทคนิคที่นักจิตวิทยาและนักจิตบำบัดแนะนำให้เราทุกคนทำ เพื่อรู้เท่าทันอารมณ์ตัวเองให้ดีขึ้น
คำถาม 10 ข้อในชุดนี้ใช้ได้กับทุกความสัมพันธ์ แค่ได้อัปเดตว่าแต่ละวันเขาและเรารู้สึกอย่างไร เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้เข้าใจกันได้มากขึ้นแล้ว
1.วันนี้เหนื่อยไหม อยากบ่นหรือระบายเรื่องอะไร บอกได้นะ
2.ช่วงนี้ฉันเผลอทำให้เธอไม่สบายใจเรื่องอะไรหรือเปล่า บอกกันได้เลย
3.วันนี้เรื่องที่ทำให้เธอรู้สึกภูมิใจในตัวเองมากที่สุดคืออะไร
4.เรื่องไหนที่เธออยากให้ฉันเข้าใจและไม่ตัดสินเธอ
5.สิ่งที่จะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นได้ในตอนนี้คืออะไร
6.วันนี้หรือช่วงนี้มีเรื่องที่รู้สึกอยากขอบคุณไหม
7.ตอนนี้มีเรื่องที่ค้างคาใจที่อยากจัดการให้หายไปไหม
8.ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ชอบช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกันช่วงไหนมากที่สุด
9.อะไรที่เธอทำแล้วทำให้รู้สึกรักตัวเองมากขึ้น
10.คำพูดไหนที่ฉันพูดแล้วทำให้เธอรู้สึกดี
บางครั้งการเปิดใจคุยกันก็เป็นเรื่องยาก บางคู่รู้สึกเขินอายเกินกว่าจะแชร์มุมของตัวเอง บางคู่ยังไม่ชินที่จะต้องเปิดเผยความรู้สึกข้างในออกมาตรง ๆ สำหรับมือใหม่ที่อยากเริ่มคุยแบบ Deep Talk ลองฝึกด้วยเคล็ดลับเหล่านี้
ฝึกฟังและสื่อสารให้เป็น การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพนั้นมีหลักการอยู่ 3 ข้อ
หากต้องคุยกับใครสักคนเราต้อง…
1. ฟังอย่างกระตือรือร้น ให้ความสนใจกับผู้พูดที่อยู่ตรงหน้า
2. จดจ่ออยู่กับปัจจุบัน ฟังเรื่องที่อีกฝ่ายกำลังเล่าอย่างตั้งใจ ใช้สายตาและท่าทางที่สื่อว่าเรากำลังตั้งใจฟังเขาอยู่คนเดียว ไม่พูดแทรกระหว่างกำลังเล่าเรื่อง
3. สื่อสารสองทาง นอกจากฟังแล้วต้องคอยถามกลับเสมอถึงเรื่องที่อีกฝ่ายกำลังเล่า และต้องคอยสรุปในสิ่งที่เขาเล่ามา หรือสิ่งที่เราได้ยิน เพื่อให้แน่ใจว่าเรารับสารอย่างถูกต้อง หากไม่สรุปบ่อย ๆ อาจเข้าใจผิดกัน และกลายเป็นเรื่องค้างคาใจต่อไปในอนาคตได้
กล้าเปิดเผยด้านที่เปราะบาง ไม่ว่าจะเป็นความทุกข์ ความสุข ความฝัน ความหวัง ความกลัว หรือความเชื่อ การกล้าเปิดเผยเรื่องราวเหล่านี้กับอีกฝ่าย จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยสร้างความไว้วางใจตลอดบทสนทนา อีกทั้งยังทำให้อีกฝ่ายลดกำแพง เกิดบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ชวนให้เขาอยากเปิดใจกับเราเช่นกัน
ทำความเข้าใจความคิดของอีกฝ่าย ไม่ใช่แค่ฟังเท่านั้น แต่ต้องพยายามทำความเข้าใจด้วยว่าอีกฝ่ายให้คุณค่าเรื่องอะไร มีแนวคิดแบบไหน อะไรทำให้เขาเป็นทุกข์ อะไรทำให้เขามีความสุข และสิ่งเหล่านั้นสอดคล้องกับความเป็นเราอย่างไร การจับใจความสำคัญในส่วนนี้จะช่วยให้เข้าใจกันมากขึ้น ถ้าฟังแล้วยังไม่เข้าใจสามารถตั้งคำถามกลับได้ เช่น สิ่งนี้มีความสำคัญกับเธออย่างไร, เหตุการณ์นี้ทำให้เธอเกิดความรู้สึกอะไรบ้าง เป็นต้น
สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ทำให้อีกฝ่ายเห็นว่าเรารับฟังและไม่ตัดสินโดยการตั้งคำถามที่เชื้อเชิญให้ตอบอย่างเป็นมิตร เช่น แทนที่จะถามว่า ‘ทำไมเธอถึงรู้สึกแบบนั้น’ ให้เปลี่ยนเป็น ‘ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมเกี่ยวกับความรู้สึกนี้…’ คำพูดเหล่านี้แสดงออกถึงความใส่ใจมากกว่า
รู้จักขอบคุณกันและกัน การพูดเปิดใจนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป บางครั้งก็เป็นเรื่องยากและต้องใช้พลังใจ การที่อีกฝ่ายแชร์มุมที่เป็นตัวตนของเขาให้เราฟังนั้นเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่และกล้าหาญมาก ๆ ดังนั้นการกล่าวขอบคุณจึงเป็นเรื่องจำเป็น อาจพูดขอบคุณในวาระต่าง ๆ ระหว่างสนทนา เช่น ขอบคุณที่แชร์มุมนี้, ขอบคุณที่เปิดใจเล่าให้ฟังนะ ฉันพร้อมรับฟังเธอเสมอ
ความสนิทอาจกลายเป็นกำแพงที่ทำให้เราเผลอละเลยคนข้าง ๆ การทำ Emotional Check-in หรือคุย Deep Talk วันละนิดไม่ใช่แค่ช่วยรักษาความสัมพันธ์ แต่ยังทำให้เรากับคนพิเศษเติบโตไปพร้อม ๆ กัน และบทสนทนาที่ลึกซึ้งจะเป็นสะพานอันแข็งแรงที่พาให้ทุกความสัมพันธ์ไปต่อได้
อ้างอิง
- Kristine Hoestermann. The Power of Vibe Checks: Understanding the Importance of Emotional Check-Ins. http://bit.ly/4kkor92
- Brown, B. (2010). The Gifts of Imperfection: Let Go of Who You Think You're Supposed to Be and Embrace Who You Are. Hazelden Publishing.
- Alena Dibenedetto. 30 Effective Daily Mental Health Check-In Questions. https://bit.ly/4qZCQKo
