รู้ไหม ? ‘น้ำ’ ฮีลใจเราได้ ชวนทำ Water Healing เอนกาย ปล่อยใจให้สายน้ำช่วยเยียวยา

29 Dec 2025 - 5 mins read

Health / Mind

Share

 “ถ้าในชีวิตนี้ เราต้องเจอความเครียดหรือเจอเรื่องหนัก ๆ สิ่งนี้จะเป็นอาวุธติดตัวให้เราได้” 

 

อาวุธที่กล่าวถึงนี้ หมายถึงใจอันแข็งแกร่งที่จะพาเราผ่านทุกเรื่องราวไปได้อย่างมั่นคง อีฟ - ชมพูนุช ชูประเทศ เล่าถึงสิ่งที่ Water Healing จะมอบให้กับเราทุกคน 

 

อีฟเริ่มหลงใหลในโลกใต้น้ำจากการเป็นเมอร์เมดแห่งท้องทะเลหรือนักดำน้ำลึกฟรีไดรฟ์ที่ดำลงไปพร้อมกับหางนางเงือกสวยพลิ้วไสว เธอค้นพบว่าการอยู่ในน้ำทำให้เธอมีสติ รู้สึกเป็นอิสระ และเป็นตัวของตัวเองมากกว่าอยู่บนบก ทุก ๆ วันของเธอจึงมี ‘สายน้ำ’ คอยโอบกอดอยู่เรื่อยมา  

 

แม้ในวันที่ชีวิตพลิกผัน สายน้ำก็ยังช่วยประคองจิตใจให้ผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้ และสร้างแรงบันดาลใจให้อีฟได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Water Healing หรือ การฮีลใจด้วยน้ำ เธอเป็นผู้ก่อตั้ง Water Vibes ChiangMai และเป็นคนไทยคนแรกที่เปิดสตูดิโอสระน้ำอุ่นเพื่อฮีลใจด้วยน้ำอย่างเต็มรูปแบบ  

 

มนุษย์ผูกพันกับสายน้ำโดยสัญชาตญาณ ร่างกายของเรามีของเหลวไหลเวียนอยู่ทั่วทุกส่วน และมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก ร่างกายของมนุษย์ต้องการน้ำเพื่อให้มีชีวิตอยู่ได้ เผ่าพันธุ์ของเราจึงมีความสามารถค้นหาแหล่งน้ำมาตั้งแต่โบราณกาล สัญชาตญาณนี้ฝังรากลึกในพันธุกรรมของเราจนทำให้มนุษย์รู้สึกสบายใจทุกครั้งเมื่อเห็นสายน้ำหรือเห็นวัตถุที่มีความมันวาวและชุ่มฉ่ำ 

 

มีงานวิจัยด้านจิตวิทยามากมายที่ชี้ให้เห็นว่า ‘น้ำมีความสัมพันธ์กับจิตใจมนุษย์’ เพราะนำพามาซึ่งความสงบ ผ่อนคลาย และทำให้มีสมาธิมากขึ้น แค่ได้อยู่ใกล้ ๆ น้ำ ได้ยินเสียงน้ำ ก็ทำให้ร่างกายหายเครียดและหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขออกมา ศาสตร์การบำบัดมากมายจึงเลือกใช้น้ำเป็นสื่อกลางช่วยดูแลทั้งร่างกายและจิตใจ

 

Water Healing คือศาสตร์ที่ผสมผสานศิลปะการบำบัดและบอดี้เวิร์กหลายแบบเพื่อช่วยให้จิตใจสงบและกลับมาเชื่อมต่อกับตัวเองมากขึ้น อีฟตั้งชื่อภาษาไทยให้ว่า ฮีลใจด้วยน้ำ เพราะอยากให้ทุกคนเข้าใจง่าย กิจกรรมนี้เริ่มเป็นที่นิยมจากหลายประเทศในยุโรป จึงมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป บ้างก็เรียกว่า Aquatic Bodywork หรือ Water Therapy แต่ทุกชื่อเรียก ทุกศาสตร์ที่ใช้น้ำบำบัด ต่างมีเป้าหมายเดียวกันคือการเยียวยาใจของเรา 

 

อีฟศึกษาเรื่องนี้โดยตรงกับ โอเฟร์ โรเซนทาล (Ofer Rosenthal) นักจิตวิทยาและนักบำบัดชาวอิสราเอล ผู้ก่อตั้งสถาบัน Fly Deeper ที่ให้ความรู้เรื่องการฮีลใจด้วยน้ำโดยเฉพาะ โอเฟร์เรียนรู้การบำบัดด้วยน้ำมาอย่างยาวนาน และเขาเป็นหนึ่งในคนที่มีโอกาสได้เรียนกับ แฮโรลด์ ดัลล์ (Harold Dull) ผู้คิดค้นศาสตร์ วัทสุ (Watsu) หรือ การกดจุดในน้ำอุ่นที่โด่งดังไปทั่วโลก โอเฟร์ได้นำศาสตร์และศิลปะต่าง ๆ มาออกแบบคลาสของเขา ทั้งการกดจุด การยืดเหยียด ใช้ขันคริสตัลทิเบต และนำความรู้ทางด้านปรัชญาและจิตวิทยามาผสมผสาน เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมและสร้างประสบการณ์ให้คนได้กลับไปเยียวยาตัวเอง  

 

“Water Healing คือการหลอกร่างกายและสมองให้รู้สึกปลอดภัย จนร่างกายของเรายอมรับการเยียวยา ระบบประสาทอัตโนมัติจะเปลี่ยนจากแอคทีฟมาเป็นโหมดพักผ่อน เกิดกระบวนการรีลีสและฟื้นฟู คล้ายกับการเคลียร์แคชออกไป ทำให้มีสติมากขึ้น เป็นการเปิดประตูบานแรกให้เรากลับมาหาตัวเอง” 

 

“มนุษย์เรารู้สึกผูกพันกับน้ำ เพราะร่างกายของเรากว่า 70 เปอร์เซ็นต์เป็นน้ำ ตอนที่เริ่มเป็นสิ่งมีชีวิตในท้องแม่ เราก็อยู่ในน้ำ น้ำเลยเป็น Safe Space หรือพื้นที่ที่ทำให้เรารู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และเป็นบ้านของจิตใจ แม้เราจะจำช่วงเวลานั้นไม่ได้ แต่ร่างกายของเราจำได้ Water Healing เลยสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยที่สุด น้ำในสระเป็นน้ำอุ่น มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส เลียนแบบน้ำในท้องแม่ รวมถึงมูฟเมนต์ รูป รส กลิ่น เสียง เราสร้างขึ้นเพื่อให้ร่างกายและจิตใจปล่อยวาง” อีฟเล่าให้เราฟัง

 

คลาส Water Healing เป็นแบบตัวต่อตัว โดยมีอีฟเป็นผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด ใช้เวลา 2 ชั่วโมงโดยประมาณ ทุกคลาสจะเริ่มจากบทสนทนาระหว่างอีฟกับผู้มาเยือนในห้องที่มีบรรยากาศผ่อนคลาย มีกลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกไม้ และมีเสียงเพลงคลอเบา ๆ ในแบบที่อีฟต้องการให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย 

 

“อีฟครีเอทคลาสใหม่ทุกครั้งเพื่อให้เหมาะกับคนคนนั้นในช่วงเวลานั้น และเราบรีฟก่อน เช่น ความสัมพันธ์กับน้ำเป็นอย่างไร ร่างกายมีข้อจำกัดอะไร บาดเจ็บตรงไหน ตรงไหนจับไม่ได้ เพื่อให้ทุกการสัมผัสของเราเป็นเรื่องที่เขารับรู้ก่อนแล้วและเพื่อความปลอดภัย นอกจากเรื่องร่างกาย ก็เป็นเรื่องของจิตใจ เราต้องเคลียร์แต่แรกว่าจะพาเขาไปทำอะไรเพื่อให้สบายใจก่อน ที่นี่คือพื้นที่ปลอดภัย เรื่องที่คุยกันจะถูกปิดเป็นความลับทั้งหมด” 

 

“จากนั้นจะไปบรีฟที่สระกันต่อว่า จะให้สัญญาณอย่างไร ขึ้นและลงสระอย่างไร เพื่อให้เขารับรู้แต่ไม่ได้กระตุ้นให้อยู่ในโหมดแอกทีฟ แล้วเราจะอยู่ในน้ำกันประมาณ 1 ชั่วโมง ระหว่างคลาส ถ้าอยากหลับก็หลับได้เลย เพราะมีโฟลตเตอร์ช่วยลอยตลอดเวลา” 

 

“บางคลาสจะมีพาร์ท Under Water พาลงไปใต้น้ำสั้น ๆ ก่อนจบคลาส เป็นกระบวนการรีเบิร์ธ ช่วยรีลีสความรู้สึกออกมาได้ ถ้ามีความหนักทางด้านอารมณ์สูงและไม่รู้สึกขยาดน้ำมากเกินไป อีฟจะแนะนำให้ลงใต้น้ำด้วย แต่บางคนถ้ามีความเหนื่อยทางกายสูง เช่น ต้องการการพักผ่อน เราจะไม่ปลุกเขาระหว่างคลาส และจะไม่พาลงใต้น้ำ จะเน้นความรีแลกซ์ให้หลับได้ลึกมากกว่า” 

 

คนที่มาทำ Water Healing ไม่ต้องเตรียมตัวเรื่องใดเป็นพิเศษ ไม่ต้องว่ายน้ำเป็นก็มาได้ เพราะมีตัวช่วยลอยคอยพยุง และมีอีฟประคองอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา ชุดที่ใส่มาให้เลือกแบบสบายตัวและสะอาด จะเป็นชุดว่ายน้ำหรือโยคะก็ได้ตามสะดวก แต่งหน้าได้เต็มที่ ลงสระในแบบที่มั่นใจที่สุด เพียงแต่ต้องงดใช้น้ำมันและโลชันทาผิว เพราะจะทำให้กดจุดและยืดเหยียดได้ไม่สะดวก  

 

ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาร่มรื่น เงาสะท้อนอยู่บนผิวน้ำในสระน้ำอุ่น เครื่องหอม ดอกไม้ ขันคริสตัล และรูปปั้นพระแม่ไกอา หรือ Mother of Earth ตั้งอยู่ด้วยกันที่มุมหนึ่งของสระน้ำ อีฟเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมสำหรับคลาสในวันนี้   

 

เมื่อผู้รับการฮีลมาถึง เธอค่อย ๆ พาลงในสระน้ำอย่างช้า ๆ และปรับท่าทางให้สมดุล ตลอดคลาสเงียบสงบ เรียบง่าย ได้ยินเพียงเสียงกิ่งไม้วูบไหวตามแรงลม น้ำกระเซ็นเป็นพัก ๆ คลอเสียงแห่งความผ่อนคลายจากขันคริสตัล 

 

เมื่อร่างกายลอยคว้างไร้น้ำหนักในสระที่เป็นเหมือนอ้อมกอดอบอุ่น วินาทีนั้นเองเราจะดำดิ่งเข้าไปหาตัวเราเอง ราวกับได้กลับเข้าไปยังสวนลับที่อยู่ลึกในหัวใจ เป็นช่วงเวลาที่ได้รดน้ำให้ต้นไม้ใบหญ้าที่เคยแห้งเหี่ยวให้กลับมาผลิบานอีกครั้ง  

 

อีฟเรียกตัวเองว่า ผู้ให้ (Giver) ที่ทำหน้าที่ดึงประสิทธิภาพของน้ำออกมาใช้สร้างพื้นที่ปลอดภัย และคอยซัพพอร์ตอยู่ข้าง ๆ เธอจะไม่เข้าไปซ่อมแซม บำบัด หรือชี้แนะแต่อย่างใด ทุกคนจะได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ที่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง บางคนสงบ บางคนผ่อนคลาย บางคนร้องไห้ ผลลัพธ์ของแต่ละคนจะแตกต่างกันไป ต่อให้มาหลายครั้ง ทุกครั้งก็อาจไม่เหมือนกัน เช่นเดียวกับผู้รับการฮีลในวันนี้ที่เล่าว่าครั้งนี้เธอได้พิจารณาร่างกายของตัวเองเป็นพิเศษอย่างที่ไม่เคยได้ทำในวันปกติ เป็นผลลัพธ์ที่ต่างจากครั้งก่อน 

 

“อีฟแค่เปิดสเปซให้ แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันเกิดขึ้นด้วยตัวเอง พอฮีลแล้วร่างกายของเราจะไปอยู่ในโหมดฟื้นฟู คลื่นสมองจะปรับเป็นธีต้า (Theta wave) บางคนครึ่งหลับครึ่งตื่น เป็นระดับเดียวกับสมาธิขั้นสูง จิตใต้สำนึกของแต่ละคนเชื่อมกับอะไร สิ่งนั้นก็จะโผล่ขึ้นมา บางคนเห็นแสง เห็นสี เห็นภาพ เห็นความทรงจำ เห็นอารมณ์ของตัวเอง แต่อีฟจะบอกทุกคนเสมอว่าเห็นแล้วอย่าเสพติด สิ่งนี้เป็นแค่ตัวกลางให้คุณเข้าหาตัวเองเฉย ๆ บางครั้งคนคาดหวังว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็มี” 

 

“Water Healing ไม่ต้องใช้คำพูด บางคนมีอะไรอยู่ในใจ มันยากที่จะพูดออกมา บางคนพูดแล้วรู้สึกเจ็บปวด บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นอะไรแต่รู้สึกทุกข์เหลือเกิน มีหลายรูปแบบ แต่หลังจบคลาส ทุกคนมักจะบอกหมดว่าเกิดอะไรกับชีวิตเขาบ้าง และเพราะอะไรเขาถึงมาที่นี่ อีฟก็เป็นผู้รับฟังเฉย ๆ การได้นั่งฟังคนเราก็เห็นกระจกสะท้อนตัวเองไปด้วย อีฟไม่เรียกตัวเองว่าครู แต่เราจะเป็นเพื่อนร่วมทาง ให้เขาได้เรียนรู้จากเรา เราก็ได้เรียนรู้จากเขา มันดีกว่าการที่เราสู้คนเดียว เราฮีลให้คนอื่นได้ด้วย เราได้กลับมาใช้ชีวิตด้วย” 

 

อีฟเองก็เคยเป็นผู้ได้รับการฮีลใจด้วยน้ำมาก่อน เธอจึงเล่าเรื่องราวพลิกผันของชีวิตที่ทำให้เธอได้มารู้จักกับ Water Healing จนได้กลายมาเป็นผู้ให้อย่างทุกวันนี้  

 

“พออายุประมาณหนึ่ง เราเก็บความเครียดไว้แบบไม่รู้ตัว ติดอยู่กับลูปที่ว่าใคร ๆ ก็ทำได้ แล้วทำไมเราจะทำไม่ได้ คนอื่นเขาอดทนได้ ทำไมเราอดทนไม่ได้ เราก็ทำ ๆ ไป อีฟเคยแท้งลูก ไปทำไฮฟูแล้วหน้าไหม้ต้องผ่าตัดหลายรอบในช่วงโควิด-19 หลายอย่างทำให้เราดาวน์ แต่เราเก็บ ฉันต้องไปต่อเพราะเป็นแม่ มีช่วงที่คุณแม่เป็นอัลไซเมอร์แล้วทรุดกระทันหัน มีช็อตหนึ่งเราทรุดและสั่นเป็นแพนิก เรากลายเป็นคนตกใจง่าย ไม่เป็นตัวของตัวเอง ขับรถไม่ได้ ไม่กล้าออกไปไหน มีอาการผวา เราพยายามทำโยคะ แต่ไม่มีแรงทำ ทำด้วยตัวเองไม่ได้ จนกระทั่งมีคนแนะนำให้รู้จักศาสตร์นี้ พอได้ไปลอง มันเป็นประสบการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตมาก่อน” 

 

“อีฟเคยดำน้ำลึกฟรีไดฟ์เป็นสิบเมตร แต่ตอนฮีลลิ่งรู้สึกเหมือนลงไปลึกกว่านั้น เหมือนเราได้ทิ้งตัวลงนอนแล้วหายเข้าไปในตัวเอง เราได้ลอยตัวแบบไร้น้ำหนัก เสียงก็ไม่ค่อยได้ยินเพราะอยู่ในน้ำ รู้สึกปลอดภัยมากกว่าคนกอด มันสบายถึงระดับที่ว่าสามารถเผลอหลับในอ้อมกอดคนแปลกหน้าได้ ส่วนพาร์ท Under Water รู้สึกเหมือนว่าได้ไปเที่ยว เป็นอิสระ” 

 

“หลายคนที่มาทำก็อธิบายความรู้สึกไม่ถูก เพราะไม่เคยรู้สึกแบบนี้ แต่ที่รับรู้ได้หลังจบคลาสคือ มันตัดวงจรหลาย ๆ อย่างในร่างกายเรา เวลาเป็นซึมเศร้า แพนิก จะมีลูปที่ทำให้เราออกไปไม่ได้ แต่สิ่งนี้ช่วยตัดวงจรได้ ให้เราพอจะฮึบ ลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง ตอนนี้อีฟยังไม่หายจากแพนิกนะ แต่แพนิกเป็นเหมือนภูมิแพ้ที่เราดีลกับมันได้”  

 

“ทุกครั้งหลังจบคลาส เวลาคนมาทำแล้วไม่รู้จะอธิบายอย่างไร อีฟจะให้จับไพ่ อีฟจะครีเอทหินกับไพ่ให้เหมาะกับแต่ละคน ไพ่นี้เป็นไพ่ออราเคิล ไม่ได้เปิดเพื่อทายดวง แต่เป็นไพ่สำหรับรีคอนเนกกับตัวเอง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นความรู้สึกที่จับต้องยาก ไพ่มีหน้าที่ทำให้สิ่งนั้นเป็นภาพ เป็นคำพูดที่ชัดขึ้น พอมันเป็นรูปธรรม ก็จะสามารถเก็บความรู้สึกนั้นกลับบ้านได้” 

 

นอกจากฮีลใจด้วยน้ำ ที่ Water Vibes ยังมีกิจกรรมไอซ์บาธ (Ice Bath) หรือ การแช่ตัวลงในน้ำแข็งเย็นจัด ซึ่งเป็นอีกวิธีการฮีลด้วยน้ำที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ปลุกโหมดตื่นตัวให้ร่างกายฮึดสู้อีกครั้ง และเพิ่มพูนพลังกายและใจได้ไม่ต่างจาก Water Healing  

 

“การทำฮีลลิ่งไม่จำเป็นต้องป่วย จริง ๆ มันเหมือนการออกกำลังกาย สิ่งนี้คือการออกกำลังใจ เรารับอะไรเข้ามา เราก็หาวิธีเอาออกไปอย่างเฮลตี้ เราก็จะไปต่อได้ ไม่อัดแน่นในร่างกาย ทุกคนสามารถฮีลได้หมด แค่ช่วงนี้รู้สึกเหนื่อยใจก็มาพักใจ ชาร์จแบต แล้วไปใช้ชีวิตต่อได้ แต่อีฟไม่แนะนำให้ใครที่กินยาอยู่เลิกกินยา คุณต้องอยู่ในการรักษาของแพทย์ เพียงแต่ถ้าวันหนึ่งคุณต้องเลิกกินยา คุณต้องลุกขึ้นยืนด้วยตัวเองให้ได้ ระหว่างนั้นคุณหาอาวุธติดตัวไว้ เพื่อให้ไลฟ์สไตล์พยุงเราต่อไป” 

 

“อีฟบอกคนที่มาเสมอว่า ไม่จำเป็นต้องกลับมาหาอีฟทุกครั้งที่รู้สึกหนักใจก็ได้ แต่ให้หาวิธีรีลีสที่เฮลตี้และเหมาะกับตัวเอง บางคนให้มานั่งสมาธิก็นั่งไม่ได้นะ เหมือนอีฟที่นั่งแล้วเตลิด เราก็หารูปแบบอื่นที่คลิกกับไลฟ์สไตล์และธรรมชาติของเรา แล้วเราก็จะปลดปล่อยตัวเองได้อย่างปลอดภัย” 

 

“ถ้าชีวิตเราต้องไปเจอความเครียด หรือเจอเรื่องหนัก ๆ สิ่งนี้จะเป็นอาวุธติดตัวได้” 

SHARE

facebook
twitter
copy
Related articles / บทความที่เกี่ยวข้อง
Loading...