

ผ่อนคลายกับเวิร์กชอปยาดมทำมือชิ้นเดียวในโลกที่ ‘ใบห่อคาเฟ่’ สเปซที่มีสมุนไพรเป็นพระเอก
Lifestyle / Guide
12 Dec 2025 - 4 mins read
Lifestyle / Guide
SHARE
12 Dec 2025 - 4 mins read
เห็นด้วยไหมว่ากลิ่นหอมของสมุนไพรและยาจีนคือหนึ่งในเอกลักษณ์ประจำย่านเยาวราช-สำเพ็ง
โดยเฉพาะละแวกถนนจักรวรรดิและซอยบพิตรพิมุข ที่มีร้านขายสมุนไพรและยาจีนเก่าแก่หลายเจ้าเปิดให้บริการมานานหลายชั่วอายุคน หนึ่งในนั้นคือ ง่วนเฮงจั่น ศูนย์รวมสมุนไพรไทย-จีนอบแห้งกว่า 1,000 ชนิด เจ้าของเดียวกับยาขมเม็ดตราใบห่อ ซึ่งไม่ไกลกันนั้นเอง เป็นที่ตั้งของคาเฟ่สีเขียวมิ้นต์สะดุดตา ติดป้ายชื่อร้าน ‘ใบห่อคาเฟ่’ ดึงดูดใจให้ผู้ที่สัญจรผ่านไปมาอยากก้าวเข้าไปสำรวจภายในห้องแถวคูหาเดียว ที่ซ่อนความน่าตื่นตาตื่นใจไว้ภายใน
บรรยากาศในโซนต้อนรับของใบห่อคาเฟ่
โซนแรกของใบห่อคาเฟ่ต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยสมุนไพรและดอกไม้แห้งหลากชนิดวางเรียงรายภายในเคาน์เตอร์กระจก มองไปสุดทางสะดุดตาด้วยฉลากยาตราใบห่อขนาดจัมโบ้โดดเด่นบนผนัง ก่อนจะเข้าสู่ลานกลางแจ้งที่เชื่อมเข้าสู่อาคารสไตล์โคโลเนียลเก่าแก่ ซึ่งได้รับการปรับโฉมเป็นคาเฟ่บรรยากาศย้อนยุคที่ผสานกลิ่นอายของความเก่า-ใหม่ได้เข้ากันอย่างลงตัว
ยังไม่ต้องผลักบานประตูกระจกเข้าไปสู่โซนคาเฟ่ก็สัมผัสได้ถึงชีพจรที่เต้นแรงของแบรนด์ยาขมเก่าแก่ที่อยู่คู่คนไทยมานานหลายทศวรรษ และไม่ยอมเก่าไปตามกาล
บรรยากาศภายในใบห่อคาเฟ่
“สมุนไพรต่างๆ เป็นองค์ความรู้ของครอบครัวอยู่แล้ว เราแค่หยิบมาตีความเล่าเรื่องใหม่ให้ร่วมสมัยมากขึ้น” คุณโอ๊บ - อิศรา อัคคะประชา ผู้บริหารห้างขายยาตราใบห่อ ผู้รับไม้ต่อจากคุณพ่อประสิทธิ์ อัคคะประชา ต้นตำรับการพลิกโฉมยาขมแบบเดิมที่กินยาก เพราะต้องต้มหรือชงก่อนกิน สู่ยาขมแบบตอกเม็ดที่กินง่ายกว่า และเมื่อมาถึงรุ่นของคุณอิศรา ได้มีการพัฒนายาขมสู่รูปแบบแคปซูลในดีไซน์แพ็กเกจใหม่ ปรับโฉมยาขมตราใบห่อให้ร่วมสมัยยิ่งขึ้น
คุณอิศรา อัคคะประชา กับคุณแม่วรรณี อัคคะประชา
โดยเฉพาะไอเดียในการริเริ่มเวิร์กชอปยาดม ‘หอมปรุง by ใบห่อ’ ที่ทำให้แบรนด์ใบห่อกลายเป็นชื่อที่ติดหูชาว Gen C หรือ Generation Connected ได้ไม่ยาก เพราะไม่ว่าใครต่างก็อยากมาเช็กอินที่นี่เพื่อสนุกกับการทำยาดมชิ้นเดียวในโลกเป็นของตัวเอง
“เราอยากให้ร้านนี้เป็น Herbal Experience Store จึงต้องมีครบทุกประสบการณ์ ไม่ได้มีแค่อาหารและเครื่องดื่ม แต่ยังมีกิจกรรมสนุก ๆ ให้คนมาลองทำ โดยใช้สมุนไพรเป็นตัวตั้ง เราเลยจัดเวิร์กชอปทำยาดมขึ้นมา เพราะยาดมเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ต่างชาติรู้จักดี ก่อนจะตามมาด้วยเวิร์กชอปทำถุงหอม พิมเสนน้ำ และเบลนด์ชาสมุนไพร” คุณอิศราขยายความเพิ่มเติมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนชั้นสองของใบห่อคาเฟ่ที่มีผู้ให้ความสนใจจองเวิร์กชอปยาดมเต็มไปจนถึงปีหน้า
บรรยากาศบนชั้น 2 ของใบห่อคาเฟ่
ยาดม : ยาดีที่อยู่คู่วิถีชีวิตคนไทย
ยาดมเป็นการบำบัดรักษาด้วยกลิ่น (Aromatherapy) โดยใช้พืชสมุนไพรที่มีมาตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ หรือนับเป็นเวลาหลายพันปีก่อนคริสตกาล มีการพบหลักฐานในตำราทางการแพทย์โบราณถึงวิธีการรักษาอาการหายใจติดขัด ด้วยการให้ผู้ป่วยสูดดมไอระเหยจาก พืชเฮนเบนดำ (Black Henbane)
ส่วนในฝั่งเอเชีย ประเทศจีนมีประวัติการใช้สมุนไพรและเครื่องหอมมายาวนานนับพันปี ด้วยการสูดดมกลิ่นจาก “ถุงสมุนไพร” เพื่อปรับสมดุลส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย
ดอกไม้และสมุนไพรต่าง ๆ สำหรับปรุงยาดม
สำหรับประเทศไทย การปรุงเครื่องหอมหรือ “บุหงารำไป” ในราชสำนักมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย โดยเป็นการนำกลิ่นหอมของดอกไม้นานาชนิด มาผสมกับพิมเสน การบูร หรือน้ำอบ เพื่อให้ได้กลิ่นหอมเย็น ก่อนจะพัฒนามาเป็น “ยาดมส้มมือ” คิดค้นโดย เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ในรัชกาลที่ 5 โดยในสมัยนั้นการใช้ “สุคนธบำบัด” หรือศาสตร์แห่งการบำบัดอาการต่าง ๆ ด้วยกลิ่นได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง และมีการส่งต่อสูตรการทำเครื่องหอมและยาดมตำรับไทยสืบต่อจนถึงปัจจุบัน
บรรยากาศภายในห้องเวิร์กชอป
บด ดม ผสม : ขั้นตอนง่าย ๆ ในการทำยาดม
“ส่วนผสมหลักในการทำยาดม ประกอบด้วยสมุนไพร 6 ชนิด ได้แก่ กานพลู เป็นสมุนไพรโทนสุขุม ช่วยลดอาการปวดฟันและไมเกรน, ลูกกระวาน เป็นสมุนไพรรสร้อน แต่ให้ความหอมเย็น, อบเชย เป็นสมุนไพรโทนอบอุ่น, ว่านเปราะหอม เป็นขิงชนิดหนึ่งที่มีน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ, เม็ดผักชี มีสรรพคุณช่วยให้หายใจโล่งสบาย และชะลูด เปลือกไม้ชนิดหนึ่งที่มีส่วนช่วยในการปรับสมดุลอารมณ์” คุณอิศราอธิบายถึงส่วนผสมหลักที่เป็นเบสในการทำยาดม
อุปกรณ์หลักในการทำยาดม ได้แก่ โกร่งบดยา และบีกเกอร์
ขั้นตอนแรกของการทำยาดมเริ่มด้วยการเลือกสมุนไพรทั้ง 6 ชนิดตามความชอบ โดยนำสมุนไพรแต่ละชนิดมาบุบหรือคลึงในโกร่งบดยาอย่างเบามือให้พอแตก เพื่อดมกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยที่ออกมาจากตัวสมุนไพร หากถูกใจสมุนไพรตัวไหนให้เทใส่บีกเกอร์ ตัวไหนยังลังเลใจให้เทพักไว้บนกระดาษรอง
ขั้นตอนการเลือกเบสสมุนไพรสามารถเลือกได้ 3-4 ชนิด หรือจะใส่หมดทั้ง 6 ชนิดเลยก็ได้ โดยผสมให้ได้ปริมาณ 10 กรัม
คุณตาล - กมลรัตน์ อัคคะประชา สาธิตการปรุงยาดม
“มีข้อควรระวังในการเลือกสมุนไพรที่เป็นเบสยาดมเล็กน้อย เช่น ถ้าใส่เม็ดผักชีมากเกินไป เมื่อเก็บไว้นานยาดมอาจมีกลิ่นคล้ายอาหาร หรือว่านเปราะหอมก็ไม่ควรใส่เยอะ เพราะนานไปจะมีกลิ่นฉุนออกมา” คุณตาล - กมลรัตน์ อัคคะประชา ผู้นำสาธิตในเวิร์กชอปยาดมบอกเล่าถึงเกร็ดควรรู้
“หลังจากได้เบสยาดมครบแล้ว มาถึงขั้นตอนแต่งกลิ่นด้วยดอกไม้แห้ง เลือกกลิ่นของดอกไม้ที่ถูกใจ แล้วใส่ลงไปในบีกเกอร์รวมแล้วไม่ให้เกิน 30 กรัม ค่อย ๆ ใส่ดอกไม้ไปทีละชนิดแล้วคน จากนั้นลองดมดู ถ้ารู้สึกว่ายังขาดโทนไหนสามารถใส่เพิ่มได้”
ขั้นตอนการเลือกปรุงกลิ่นด้วยดอกไม้แห้ง ซึ่งมีให้เลือกหลายชนิด ทั้งลาเวนเดอร์ กุหลาบ มะลิ จำปี มะกรูด พิกุล บุนนาค สารภี ตะไคร้ ดอกจันทร์ ฯลฯ อาจทำให้มือใหม่หัดปรุงยาดมเริ่มสับสน แต่ไม่ต้องกังวลใจ หากเลือกไม่ถูกว่าจะผสมกลิ่นไหนดี สามารถใช้ชาร์ทเทียบกลิ่นดอกไม้ให้เข้ากับแต่ละอารมณ์ ที่ทางร้านจัดเตรียมไว้ เท่านี้ก็จะง่ายต่อการตัดสินใจยิ่งขึ้น
“การปรุงยาดมเป็นการสะท้อนอารมณ์ในโมเมนต์ขณะกำลังทำได้เป็นอย่างดี หรือเราอาจจะทำเผื่อไว้ใช้งานในตอนที่อยากรู้สึกสดชื่น กระฉับกระเฉง หรือผ่อนคลายก็ได้” คุณตาลให้คำแนะนำในขณะที่ผู้ปรุงยาดมเองก็กำลังรู้สึกอยู่เช่นกันว่า การบรรจงดมดอกไม้ไปทีละกลิ่นช่วยให้จิตจดจ่ออยู่กับปัจจุบันขณะเป็นอย่างดี
ขั้นตอนการตกแต่งกระปุกยาดม
เมื่อเลือกส่วนผสมของสมุนไพรและดอกไม้ได้ลงตัวแล้วก็มาถึงขั้นตอนท้าย ๆ อย่างการผสมพิมเสน การบูร และเมนทอล เพื่อเสริมความเย็นสดชื่น ก่อนตักส่วนผสมทั้งหมดใส่ถุงตาข่าย บรรจงผูก แล้วบรรจุใส่กระปุกยาดมที่เลือกสีสันได้ตามชอบใจ ปิดท้ายด้วยการตกแต่งกระปุกยาดมด้วยสติกเกอร์ที่มีให้เลือกหลากหลายตามชอบใจ
หมายเหตุ : เมื่อทำยาดมเสร็จแล้ว ต้องปิดฝาไว้ 7 วัน ก่อนเปิดใช้งาน
เลือกดอกไม้และสมุนไพรที่ชอบ ก่อนนำไปบดเพื่อเป็นส่วนผสมในถุงหอม
ใครติดใจกรรมวิธีสนุก ๆ ของการทำยาดมแล้วอยากไปต่อ สามารถเวิร์กชอปทำถุงหอมเพิ่มเติมได้ โดยมีขั้นตอนการเลือกสมุนไพรและดอกไม้แห้งที่คล้ายกัน แตกต่างตรงกรรมวิธีการเอาส่วนผสมทั้งหมดมาบดด้วยลูกกลิ้งบดยาแบบโบราณที่สนุกไปอีกแบบ และได้ถุงหอมกลับไปใช้เติมความหอมแบบไทย ๆ ในพื้นที่ส่วนตัวอย่างห้องนอน ตู้เสื้อผ้า รถยนต์ ฯลฯ
ถุงหอม
อิ่มท้องกับเมนูอาหารที่ชูรสชาติด้วยสมุนไพร
เวิร์กชอปเสร็จเรียบร้อยอย่าลืมแวะทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีสมุนไพรช่วยชูรสชาติแปลกใหม่ เช่น Matoom Americano และ Vanilla Spice Tea อเมริกาโนมะตูมและชาใส่เครื่องเทศสูตรเฉพาะของใบห่อ อย่างโป๊ยกั๊ก กานพลู และพริกไทย ผสมผสานจนได้ชารสละมุน
Matoom Americano
อาหารคาวหวานของที่นี่ก็น่าชิมทุกรายการ ไม่ว่าจะเป็นรากบัวทอด ที่กรอบนอก กรอบใน และกรอบนาน ดิปกินกับซอสที่โรยด้วยเกสรบัวหลวง มีสรรพคุณบำรุงหัวใจและช่วยให้หลับสบาย
เมนูอาหารคาว-หวานที่มีสมุนไพรเป็นส่วนผสมสำคัญ
หนักท้องขึ้นมาอีกนิดด้วย ข้าวอบลาบคั่ว ที่เสริมรสชาติเผ็ดร้อนเบา ๆ ด้วยมะแขว่น สมุนไพรที่นิยมใส่ในอาหารเหนือ ปิดท้ายด้วย เต้าทึงกรีกโยเกิร์ต ที่เชฟนำรากบัวไปตุ๋นกับจับเลี้ยงจนเข้าเนื้อ คลุกเคล้ากับกราโนลาและธัญพืชอบกรอบนานาชนิด ราดด้วยซอสสามเกลอ ทำจากมะตูม กระเจี๊ยบ และพุทราจีน รสชาติอร่อยแบบไลท์ ๆ แถมยังช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงไต และลดไขมัน หรือจะลองไอศกรีมเก๊กฮวยหล่อฮังก้วยแบบแท่งก็สดชื่นและได้คุณค่าจากสมุนไพร
เต้าทึงกรีกโยเกิร์ต ทานคู่ไซรัปสามเกลอ
ไอศกรีมเก๊กฮวยแบบแท่ง
ก่อนกลับไม่อยากให้พลาดการจิบ Bitter Shot ช็อตยาขมตราใบห่อแบบดั้งเดิม ช่วยดูแลบำรุงสุขภาพจากภายใน ตำรับ ‘ขมเป็นยา’ อย่างแท้จริง
Bitter Shot
“ยาขมมีส่วนช่วยทำให้ร่างกายของเราเย็นลง จากการที่ร่างกายอาจเกิดการอักเสบภายในช่วงเปลี่ยนฤดูกาล หรือเริ่มรู้สึกระคายคอ ให้ลองจิบยาขม อาการจะดีขึ้น ครอบครัวเราไม่ว่าจะเดินทางไปไหนมาไหนจะพกยาขมตราใบห่อ ยาตราใบแก้ว และยาเม็ดฟ้าทะลายโจร ติดตัวไปด้วยเสมอ ถือเป็นยาสามัญประจำบ้านไปแล้ว เพราะนี่คือภูมิปัญญาไทยที่ควรสืบสานต่อไป” คุณพรรณี ผู้อยู่เคียงข้างนายห้างประสิทธิ์ ผู้บุกเบิกยาขมตราใบห่อ ปิดท้ายถึงคุณค่าแห่งยาขมที่อยู่คู่การดูแลสุขภาพคนไทยมานานกว่า 40 ปี
ใบห่อคาเฟ่
71 ซอยบพิตรพิมุข เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ
เปิดบริการ : วันอังคาร - วันศุกร์ เวลา 09.00-17.00 น. และวันเสาร์ - วันอาทิตย์ เวลา 09.00-18.00 น. ปิดวันจันทร์
เวิร์กชอปยาดม : ราคาเริ่มต้น 599 บาท
โทร. : 095 779 4622
Facebook : Homprung by Baihor
Instagram : @homprungbybaihor
