จากใบโคลเวอร์ 4 แฉก ถึงปีกแมลงทับ ส่องพลัง Charms ที่เปลี่ยนชีวิตให้มั่นใจเหนือโชคชะตา

11 Mar 2026 - 5 mins read

Lifestyle / Trends

Share

“To be lucky, you must believe in luck” 
“ถ้าอยากโชคดี ก็ต้องเชื่อในโชคเสียก่อน”

 

ฌัก อาร์เปลส์ (Jacques Arpels) มักจะกล่าวเช่นนี้อยู่เสมอ เขาเป็นผู้ให้กำเนิดคอลเลกชัน Alhambra สร้อยรูปใบโคลเวอร์  ที่กลายเป็นซิกเนเจอร์และตำนานของแบรนด์ Van Cleef & Arpels เสมอมา ฌักเชื่อเรื่องโชคลาภและมักจะตามหาใบโคลเวอร์ 4 แฉกจากสวนหลังบ้านของเขา เพื่อนำไปมอบให้กับพaกงาน พร้อมบทกวีภาษาอังกฤษที่ชื่อว่า Don’t Quit  เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้พวกเขาไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค 

 

ความเชื่อเรื่องโชคดีที่หยั่งรากลึกลงในเมซง ทำให้ Alhambra กลายเป็นคอลเลกชันสุดไอคอนิกตลอดกาลที่ทำให้โลกจดจำแวนคลีฟฯ นอกจากดีไซน์อันเรียบหรูแล้ว จี้รูปใบโคลเวอร์ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีอีกด้วย

 

ใบโคลเวอร์ 4 แฉกเพิ่งกลับมาเป็นกระแสอีกครั้งในปัจจุบัน โดยเฉพาะในเกาหลีใต้ที่มีคนนำใบโคลเวอร์หายากนี้มาใส่ในเคสสมาร์ตโฟน อีกทั้งเร็ว ๆ นี้เรายังได้เห็น ‘ชามูฮี’ นางเอกในซีรี่ส์เรื่อง Can this love be translated ? ยากชะมัดรักษาอะไร ที่คิดว่าตัวเองคือผู้หญิงที่โชคร้าย ก็เอาแต่สอดส่องบนพื้นและตามหาใบโคลเวอร์ 4 แฉกที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีอยู่ตลอดเวลา 

 

ความนิยมนี้แผ่ขยายมายังประเทศไทย จะเห็นว่าในตลาดงานคราฟต์นั้นมีร้านที่นำใบโคลเวอร์ 4 แฉกมาเคลือบเป็นพวงกุญแจบ้าง และเคสสมาร์ตโฟนน่ารัก ๆ บ้าง ไม่เพียงแค่รูปทรงน่ารัก แต่ความหมายของใบโคลเวอร์ 4 แฉกนั้นยังช่วยให้ผู้ที่ได้ครอบครองสบายใจ เพราะโอกาสเจอใบโคลเวอร์ 4 แฉกมีเพียง 1 ใน 10,000 ใบเท่านั้น ใบไม้เล็ก ๆ นี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของ ‘ความโชคดี’ 

 

โคลเวอร์ (Trifolium Repens) พบมากในทวีปยุโรปที่มีอากาศเย็นกำลังดี เป็นพืชคลุมดินใบเล็ก ๆ ที่มีสามแฉกรูปหัวใจ ใบโคลเวอร์มีมีโครโมโซมอยู่ 4 ชุดในหนึ่งเซลล์ ยีนที่ทำให้เกิดโคลเวอร์ 4 แฉกคือยีนด้อย หากมียีนด้อยอยู่บนทั้ง 4 โครโมโซมก็จะทำให้ใบโคลเวอร์ออกมาเป็น 4 แฉก เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากเพียง 1 ใน 10,000 แต่ปัจจุบันเมื่อสภาพอากาศเปลี่ยน ดินเป็นกรดมากขึ้น ในปี 2017 เป็นต้นมาพบว่าใบโคลเวอร์กลายพันธุ์เป็น 4 แฉกมากขึ้น มีความเป็นไปได้ 1 ใน 5,000 เมื่อเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยาก จึงทำให้มีความเชื่อว่าถ้าหาใบโคลเวอร์ 4 แฉกเจอจะโชคดี

 

เมื่อยีนด้อยกลายเป็นความโดดเด่น ปรากฏการณ์ใบโคลเวอร์ 4 แฉกนั้นก็คล้าย ๆ กับหลายความเชื่อในประเทศไทย เช่น ในเวลาที่มีต้นไม้ที่มีรูปทรงแปลกประหลาด หรือมีลักษณะพิเศษ คนเรามักจะนำมาเป็นเครื่องราง (Charms) หรือพากันไปขอโชคลาภเสมอ
 

 

ความเชื่อในเครื่องรางมีมาตั้งแต่ 40,000 ปีก่อน สัญชาตญาณนี้ฝังรากลึกลงในตัวมนุษย์มาตั้งแต่โบราณกาล เมื่อชีวิตคาดเดาไม่ได้และต้องการความปลอดภัย เรารู้ตัวเองดีว่าเอาชนะภัยอันตรายได้ทุกครั้ง เราจึงยกอำนาจศักดิ์สิทธิ์ให้กับสิ่งรอบตัวอย่างธรรมชาติแทน และเชื่อว่าธรรมชาติจะคอยปกป้องเรา

 

ในยุคนั้นมนุษย์นำสิ่งของจากธรรมชาติมาเป็นเครื่องลางหลายอย่าง หลักฐานชิ้นสำคัญคือที่เทือกเขาอัลไตในไซบีเรีย นักสำรวจพบฟันหมีถ้ำที่มีรูพรุนซึ่งเชื่อกันว่ามนุษย์นำมาใช้เป็นเครื่องรางเพื่อให้โชคดี นอกจากฟันหมียังมีกระดูกสัตว์ชนิดอื่น ๆ อีกมายมาย โดยคนยุคนั้นเชื่อว่ากระดูกสัตว์มีพลังและยังมีวิญญาณของสัตว์สถิตอยู่ช่วยปกป้องคุ้มครอง นอกจากนี้ยังมีเปลือกหอย ที่เชื่อกันว่าช่วย ให้อุดมสมบูรณ์และเสริมสร้างพลังให้ชีวิต เป็นต้น

 

แม้ในประเทศไทยเราไม่อาจเดินไปเจอใบโคลเวอร์ 4 แฉกตามทุ่งหญ้าเหมือนที่ฌัก อาร์เปลส์ทำในฝรั่งเศส แต่ความเชื่อเรื่องเครื่องรางแห่งความ ‘โชคดี’ นั้นเข้มข้นไม่แพ้กัน เพราะความโชคดีไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสายพันธุ์พืช แต่อยู่ในทุกวัตถุที่คนเราเชื่อว่าจะให้ความโชคดีกลับมาได้

 

ไทยเรามี แมลงทับ แมลงปีแข็งสีเขียวมรกตแวววาวเคลือบสีทองแดงหรือสีน้ำเงินสวยจนได้ชื่อว่าเป็นอัญมณีแห่งท้องทุ่ง เพราะความสวยงามของแมลงทับทำให้คนเชื่อว่าแมลงทับเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี เป็นแมลงมงคลของไทยที่นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและอุดมสมบูรณ์ คนมักนำปีกแมลงทับไปทำเป็นเครื่องประดับ เช่น ต่างหู เข็มกลัด จี้บนสร้อยคอ หรือเก็บไว้เป็นที่ระลึก

 

บางบ้านของชาวไทยเชื้อสายจีนก็เชื่อเรื่อง เต่า จะเห็นได้จากเต่าเงิน เต่าทอง ที่มาในรูปแบบของที่ระลึกบ้าง สร้อยข้อมือบ้าง เต่าเป็นหนึ่งในสี่สัตว์มงคลของจีน (มังกร หงส์ เต่า และเสือ) เต่าเป็นสัตวที่อายุยืน บางตัวอยู่ได้ถึงร้อยปี คนจึงเชื่อว่าเต่าเป็นตัวแทนของความมั่นคงและมั่งคั่ง ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นเต่ายังเป็นสัตว์นำโชคช่วยให้โชค ให้ลาภ ในเกาหลีเต่าคือตัวแทนของสติปัญญาและความเฉลียวฉลาด

 

ในประเทศอเมริกามี แมลงเต่าทอง ที่เชื่อว่าถ้าได้พบจะโชคดี เต่าทองเป็นศัตรูตัวฉกาจกับเพลี้ยที่คอยกัดกินพืชผลของเกษตรกร เมื่อเต่าทองช่วยกำจัดเพลี้ยและปกป้องศัตรูพืชให้กับเหล่าเกษตรกร พวกเขาจึงเชื่อว่าการได้เจอเต่าทองนับเป็นความโชคดีและเงินทอง หากใครจับเต่าทองได้ให้อธิษฐานก่อนแล้วค่อยปล่อยไปจะทำให้โชคดีเกิดขึ้นกับเรา

 

ในประเทศจีนยังมีความเชื่อว่า จิ้งหรีด จะนำมาซึ่งความโชคดี เพราะจีนมีวัฒนธรรมการเลี้ยงจิ้งหรีดมายาวนานกว่าพันปี เริ่มจาการเป็นเพื่อนคลายเหงาในวังสู่การพกเพื่อความโชคดี แม้จะตัวเล็กแต่จิ้งหรีดเป็นสัตว์ที่กล้าหาญ สู้สุดใจแม้ต้องเจอศัตรูที่ตัวที่ใหญ่กว่า และวางไข่ทีละหลายพันฟอง สอดคล้องกับความเชื่อของจีนที่ต้องการให้ลูกเต็มบ้าน หลานเต็มเมืองเ ผู้ชายทุกชนชั้นในสมัยนั้นจึงนิยมพาจิ้งหรีดใส่กรงและพกไปด้วยทุกที่นอกจากความบันเทิงแล้วเพ็เพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงนำโชค เช่นเดียวกับในเรื่อง มู่หลาน (Mulan) ที่นางเอกจะมีเพื่อนเป็นจิ้งหรีดสีฟ้าชื่อครีกี้ นั่นคือการสะท้อนเรื่องจิ้งหรีดนำโชคของชาวจีนได้เป็นอย่างดี 

 

ในประเทศอังกฤษก็มีพืชที่ให้โชคเช่นเดียวกับใบโคลเวอร์ นั่นคือ ลูกโอ๊ก คือสัญลักษณ์แห่งความโชคดี เรื่องราวของลูกโอ๊กเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1899 เมื่อเกิดเหตุเรืออับปางที่เมืองอัลเดเบิร์ก (Aldeburgh) หนึ่งในผู้รอดชีวิตบนเรือลำนั้นเชื่อว่าเขารอดมาได้เพราะลูกโอ๊กในกระเป๋าที่พกมาด้วย ซึ่งเป็นเหมือนความหวังเดียวในตอนนั้น หลังจากนั้นคนก็เชื่อว่าลูกโอ๊กช่วยคุ้มกันภัยและทำให้มีสุขภาพแข็งแรง โดยมีพกไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกางเกงเพื่อเรียกโชคลาภมาอย่างยาวนาน 

 

ต้นไผ่ ในเอเชียเองก็อยู่ในหลายความเชื่อของหลายประเทศ ไผ่เป็นพืชที่มีประโยชน์มากมายและโตไว เป็นทั้งอาหารและที่พักอาศัยของมนุษย์มาอย่างยาวนาน ผู้คนจึงเชื่อว่าไผ่คือไม้มงคลและนำโชค มักมีหินรูปต้นไผ่หรือเครื่องรางที่ทำมาจากต้นไผ่ ไม่ว่าจะเป็นในบ้านหรือออฟฟิศเรามักจะเห็นต้นไผ่เล็ก ๆ วางประดับอยู่เสมอ


โชคชะตาอาจไม่ใช่สิ่งที่ฟ้ากำหนดเพียงเท่านั้น แต่คือใจที่เชื่อมั่นของตัวเราเอง ไม่ว่าเครื่องรางในมือคุณจะเป็นใบไม้เล็กจิ๋วหรืออัญมณีล้ำค่า ทุกความโชคดีล้วนมีจุดเริ่มต้นเดียวกันดังเช่นที่ ฌัก อาร์เปลส์ เคยกล่าวไว้ว่า “ถ้าอยากโชคดี คุณต้องเชื่อในโชคเสียก่อน”

SHARE

facebook
twitter
copy
Related articles / บทความที่เกี่ยวข้อง
Loading...