48 ชั่วโมงทำอะไรได้บ้างใน 'อุบลราชธานี' แจกพิกัดเที่ยวย่านเมืองเก่า กินข้าวร้านมิชลิน

26 Jan 2026 - 10 mins read

Travel / Thailand

Share

“วันพรุ่งนี้ ดวงอาทิตย์ขึ้นที่ผาชะนะได อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เวลา …”

 

เสียงประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาที่แจ้งเวลาพระอาทิตย์ขึ้นเป็นประจำช่วงข่าวภาคค่ำ ทำให้ผาชะนะไดเป็นที่จดจำในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะแก่การไปชมแสงแรกของประเทศไทย  

 

อุบลราชธานี จึงเป็นจุดหมายที่หลายคนเลือกไปสัมผัสบรรยากาศของการเริ่มต้นศักราชใหม่ ด้วยการชมพระอาทิตย์ดวงกลมโตค่อย ๆ โผล่พ้นทิวเขาจากป่าเขียวชอุ่มทางฝั่งลาว 

แสงแรกที่ผาชะนะได

 

จริง ๆ แล้วไม่ต้องไปไกลถึงอำเภอโขงเจียม แค่ได้ตระเวนเที่ยวในตัวอำเภอเมืองอุบลราชธานีกับอำเภอวารินชำราบ สองอำเภอที่อยู่ใกล้ชิดติดกันราวกับพี่ชายน้องสาว มีเพียงลำน้ำมูลกั้นกลาง ก็เหมาะแก่การชาร์จพลังต้อนรับปีใหม่ เพราะทั้งสองอำเภอนี้เต็มไปด้วยกิจกรรมให้ทำหลากหลาย

 

ไม่ว่าจะเป็นการตระเวนกินอาหารอร่อยที่มีทั้งอาหารเวียดนาม อาหารอีสานพื้นบ้าน ร้านกาแฟโบราณ ไปจนถึงคาเฟ่ที่เป็นแหล่งรวมพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ เติมเสน่ห์ให้บรรยากาศในเมืองอุบลฯ เต็มไปด้วยสีสันของประวัติศาสตร์เก่าแก่และไอเดียใหม่ ๆ ที่อยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน

 

LIVE TO LIFE อาสาพาเที่ยวอำเภอเมืองอุบลราชธานี และอำเภอวารินชำราบ ใช้เวลาแค่ 48 ชั่วโมง เก็บครบทั้งร้านกาแฟเก่าแก่ ร้านอร่อยระดับมิชลิน คาเฟ่ที่เสิร์ฟมากกว่าชา-กาแฟ พิพิธภัณฑ์เก๋ในตึกเก่า ร้านหนังสือบรรยากาศท้องทุ่งนา และร้านขายของคัดสรร Made in Ubon ที่รับประกันว่าได้ของฝากถูกใจผู้รับแน่นอน

 

เช็กลิสต์ร้านเก๋ทั่วย่านเมืองเก่าอุบลฯ

 

หากมีเวลาจำกัดในการเที่ยวอุบลราชธานี แนะนำว่าไปที่ ถนนยุทธภัณฑ์ สายเดียว ก็ได้เที่ยวและทำกิจกรรมหลากหลาย ทั้งกินกาแฟโบราณในร้านเก่าแก่ แฮงเอาท์ในคาเฟ่ดีไซน์เท่ เวิร์กชอปปั้นดิน เพ้นต์รูปบนแคนวาส ไปจนถึงการเลือกซื้อของฝากท้องถิ่นชิ้นเก๋ติดมือกลับบ้าน

 

ถนนยุทธภัณฑ์เหมาะแก่การเดินเที่ยวได้อย่างเพลิดเพลิน เพราะตลอดสองทางเรียงรายด้วยอาคารเก่าแก่สวยคลาสสิก กำแพงบางช่วงก็เพ้นต์งานกราฟฟิตี้สร้างสีสันและชีพจรใหม่ให้ย่านเมืองเก่ามีชีวิตชีวามากขึ้น เหมาะสำหรับคนที่รักการถ่ายรูปแบบสตรีตอาร์ต หรือชอบสำรวจตึกเก่า รับรองว่าต้องเดิน ๆ หยุด ๆ เพื่อชื่นชมความงามของบ้านเรือนในย่านนี้ ที่เป็นส่วนผสมลงตัวของกิจการเก่าแก่คู่เมือง อย่างร้านขายของชำ ร้านทำกรอบรูป ร้านทอง ร้านขายแว่นตา ฯลฯ ที่เข้ากันกับการเกิดขึ้นใหม่ของบรรดาคาเฟ่ บาร์ สตูดิโอศิลปะ ฯลฯ ที่มาเสริมทัพเสน่ห์แห่งความร่วมสมัยให้ละแวกเมืองเก่าใจกลางอุบลฯ กลายเป็นย่านท่องเที่ยวยอดนิยมในปัจจุบัน

 

เริ่มต้นเดินเที่ยวกันตั้งแต่หัวถนน ออกสตาร์ทบริเวณสี่แยกถนนยุทธภัณฑ์ตัดกับถนนเขื่อนธานี พิกัดแรก ได้แก่ Normal Ubon คาเฟ่ที่ต่อยอดความสำเร็จมาจากสาขาดั้งเดิมอย่างราชบุรี กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ที่มีจุดขายมากกว่าการเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่ม โดยมีโซนขายเครื่องหอมแบรนด์ของตัวเอง ทั้งน้ำหอม โลชั่นบำรุงผิว และเทียนหอมไขถั่วเหลือง 100% ซึ่งนอกจากจะไว้ใช้จุดเพื่อสร้างบรรยากาศและให้กลิ่นหอมอ่อน ๆ แล้ว สามารถป้ายเนื้อเทียนไขอุ่น ๆ มาทาบำรุงผิวได้ เพราะทำจากถั่วเหลืองแท้ที่ดีต่อผิว

เจลาโตชะพลูเสิร์ฟกับซอสเมี่ยงคำ

 

สำหรับเมนู Signature ที่ไม่อยากให้พลาด ได้แก่ เจลาโตชะพลูเสิร์ฟกับซอสเมี่ยงคำ ที่มีให้ชิมบางฤดูกาล ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเสาะหาใบชะพลูมาเป็นวัตถุดิบในการทำเจลาโต้ที่ให้รสสัมผัสเหมือนได้เคี้ยวเมี่ยงคำจริง ๆ เพราะมีครัมเบิลมะนาวรสชาติเปรี้ยวนิด ๆ ผสมกับครัมเบิลมะพร้าวคั่ว เพิ่มมิติใหม่ในการกินของหวานได้อย่างน่าประทับใจ

 

Normal Ubon
ที่ตั้ง : 61-63 ถ.ยุทธภัณฑ์ ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี
โทร : 088 225 1000
เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 08.00-20.30 น.
Facebook : Normal Ubon

 

จาก Normal Ubon ไม่ต้องเดินไปไหนไกล เพราะตึกหัวมุมที่อยู่ตรงข้ามกันเพียงมีตรอกเล็ก ๆ กั้นเป็นที่ตั้งของ ฮะฮง ร้านกาแฟโบราณเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองอุบลมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 สืบทอดวิถีการคั่วกาแฟจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูกในปัจจุบัน และถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของร้านกาแฟโบราณอีกหลายร้านในอุบลฯ ก็ว่าได้

ปาท่องโก๋ ไข่ลวก

 

อยากไปเยือนฮะฮงให้ได้บรรยากาศสภากาแฟต้องไปแต่เช้า เพราะบรรดาลูกค้าขาประจำรุ่นเก๋าจะแวะเวียนมานั่งดื่มชา กาแฟ หรือโอวัลติน แกล้มปาท่องโก๋ และต้องไม่พลาดการสั่ง ปาท่องโก๋ ไข่ลวก มาชิม โดยต้องเหยาะซอสเปรี้ยวยี่ห้อ Lea & Perrins ซอสแบรนด์ดังที่มีมาตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนาม ด้วยความที่เป็นของดีและมีราคาสูง ในยุคนั้นจึงมีแต่ร้านฮะฮงเท่านั้นที่ลงทุนให้ลูกค้าได้ลิ้มรสชาติซอสอร่อยแบรนด์นี้ และยังคงรักษามาตรฐานการใช้ของดีมานานกว่า 66 ปี รวมถึงการเลือกใช้พริกไทยป่นแท้ตรามดแดง ที่ให้รสเผ็ดร้อน ถึงใจ ของดีประจำอุบลราชธานี

 

ฮะฮง
โทร : 081 877 9607
เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 07.00-12.30 น.

 

ถัดจากฮะฮงไม่กี่คูหา คือพิกัดของ Rila Kakao (อ่านว่า ริลา) คาเฟ่สำหรับคนรักการทานช็อกโกแลตโดยเฉพาะ โดยทางร้านคัดสรรเมล็ดโกโก้จากแหล่งเพาะปลูกในพื้นที่ต่าง ๆ ของไทย แน่นอนว่าเมนู Signature เป็นช็อกโกแลตที่ทำจากโกโก้ที่ปลูกในอุบลฯ และพัฒนาโดยคนอุบลฯ โดยได้รับรางวัลเหรียญทองการันตีคุณภาพจากเวทีประกวดโกโก้ระดับโลกที่ลอนดอน

 

นอกจากนี้ ยังมีโกโก้จากประจวบคีรีขันธ์ เชียงใหม่ จันทบุรี และนครศรีธรรมราช เลือกสั่งมาชิมความเข้มข้นของช็อกโกแลตสัญชาติไทยได้ตามกลิ่นและรสที่ชอบใจ หรือจะเลือกเป็นเมนูขนมหวานก็มีให้เลือกทั้งซอฟต์เซิร์ฟช็อกโกแลตอุบล หรือ Double Choco ช็อกโกแลตเย็นอุบล ท็อปด้วยซอฟต์เซิร์ฟ เข้มข้นสำหรับ Kakao Lover ตัวจริง

Cocoa Beer และ โกโก้เย็นอุบล

 

หรือถ้าอยากได้ฟีลจิบชาเบา ๆ แนะนำให้ลองสั่ง Cocoa Beer มาชิม ชาเนื้อโกโก้หรือชานิปส์แก้วนี้มีสีสันและพรายฟองคล้ายเบียร์ ส่วนรสชาติเป็นชาหอมกลิ่นโกโก้บาง ๆ จิบเพลินในบรรยากาศตึกเก่าผ่านการเนรมิตให้เรียบเท่ด้วยการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์สวยคลาสสิก ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย

 

Rila Kakao
ที่ตั้ง : 53 ถ.ยุทธภัณฑ์ ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี
เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 10.00-19.00 น.
Facebook : Rila Kakao

 

สำหรับคนที่รักงานศิลปะหรือชอบใช้เวลาในการทำเวิร์กชอป ห้ามพลาดการไปเช็กอินที่ Temp.studio สตูดิโอศิลปะที่มีกิจกรรมให้ทำหลากหลายเหมาะกับทุกเพศทุกวัย โดยมีตั้งแต่กิจกรรมสำหรับเด็กอย่างการเพ้นต์สีปูนปลาสเตอร์ ค่อย ๆ ไล่ระดับมาเป็นการเพ้นต์สีอะคริลิกบนผ้าใบ หรือจะเลือกสนุกกับการปั้นดินด้วยมือและเพ้นต์สีใต้เคลือบเซรามิก หรือจะปั้นดินด้วยแป้นหมุน ที่นี่ก็มีบริการ โดยมีพนักงานคอยดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดในบรรยากาศสบาย ๆ หรือใครไม่ถนัดสร้างงานศิลปะด้วยตัวเองก็สามารถเลือกซื้องานเซรามิกน่ารัก ๆ ติดไม้ติดมือกลับไปได้

 

Temp.studio 
โทร : 084 789 2958
เปิดบริการ : วันอังคาร-วันศุกร์ เวลา 13.00-19.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-19.00 น. ปิดวันจันทร์
Facebook : Temp.Studio UBON

บานอฟฟี่และเลมอนทาร์ตแห่ง KOLé Bakery Bar

 

สำหรับคนชอบลิ้มรสเค้กและเบเกอรี่เป็นชีวิตจิตใจ ออกจาก Temp.studio แล้วเดินเลี้ยวขวาตามเส้นทางถนนพรหมราชไปนิดเดียว ก็จะเจอสวรรค์ของคนรักการทานขนมหวานอย่าง KOLé Bakery Bar ที่แปลงโฉมอาคารเก่าแก่ให้กลายเป็นคาเฟ่ฟีลยุโรปได้สวยน่าทึ่ง และที่น่าตะลึงยิ่งกว่าคือบรรดาเบเกอรีละลานตาที่ตัวเลือกราว 20-30 เมนู ทางร้านจึงต้องอัปเดตบนเพจเฟสบุ๊กทุกเช้าว่าวันนี้มีเบเกอรี่อะไรให้ชิมบ้าง โดยในแต่ละเทศกาลพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นฮัลโลวีน คริสต์มาส วาเลนไทน์ ฯลฯ ก็จะมีเบเกอรี่เมนูพิเศษให้เลือกเติมความหวานที่เหมาะกับเทศกาล

 

KOLé Bakery Bar
ที่ตั้ง : 248 ถ.พรหมราช ถ.เขื่อนธานี ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี
โทร : 061 294 6535
เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 10.00-18.00 น.
Facebook : KOLé Bakery Bar

 

อิ่มหนำกับเบเกอรี่เป็นที่เรียบร้อย เดินลัดเลาะตรอกซอกซอยไปอีกหน่อย ปักหมุดไปที่โรงแรมอุบลโฮเต็ล หรือ โรงแรม 9 ชั้น ก็จะได้ฟินกับการเลือกซื้อของฝากที่ร้าน โคตรอุบล Selected Shop ที่คัดสรรสินค้าของคนอุบลฯ จากทุกอำเภอมาไว้ที่นี่แบบครบครัน มีตั้งแต่พริกไทยป่นตรามดแดง (ที่ได้ชิมดีกรีความเผ็ดร้อนมาแล้วจากร้านฮะฮง) กระบก หรืออัลมอนด์อีสานแบบบรรจุกระป๋อง สะดวกพร้อมทาน ส่งตรงจากอำเภอโขงเจียม, กาแฟดริปจากร้านกาแฟดังประจำอุบลฯ, ข้าวเม่าคาราเมล, ยาดม, กล้วยฉาบ, ต้นไม้, เสื้อผ้า ฯลฯ มาที่นี่ที่เดียวก็ได้ขนของฝากติดมือกลับบ้าน ราวกับได้ไปเยือนอุบลฯ ครบทุกอำเภอ

 

โคตรอุบล 
ที่ตั้ง : ล็อบบี้โรงแรมอุบลโฮเต็ล (โรงแรม 9 ชั้น) ถ.เขื่อนธานี ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี
โทร : 089 799 2835
เปิดบริการ : เวลา 10.00-18.00 น. ปิดวันจันทร์
Facebook : โคตรอุบล

 

อร่อยตั้งแต่เช้ายันค่ำใน 4 ร้านมิชลินเจ้าดังประจำเมืองอุบลฯ

 

เอาใจนักท่องเที่ยวสาย Foodies ด้วยตัวเลือกของร้านอาหารเจ้าดังประจำเมืองอุบลฯ ที่ได้มาตรฐานขึ้นหิ้งระดับมิชลิน บิบ กูร์มองด์ (Bib Gourmand) หรือร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารคุณภาพดีในราคาสมเหตุสมผล เลือกอร่อยกันได้ตั้งแต่มื้อเช้าจนถึงดินเนอร์ในแบบ Chef’s Table สไตล์ลูกอีสานขนานแท้

ปากหม้อญวน ร้านปากหม้อโรบอท

 

มื้อเช้า : ปากหม้อโรบอท

 

ร้านปากหม้อญวนเจ้าเก่าคู่เมืองอุบลฯ ที่เปิดบริการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 เดิมเป็นที่รู้จักในชื่อปากหม้อหน้าอำเภอ แต่ด้วยเอกลักษณ์ของเจ้าของร้านที่มีสเต็ปการละเลงแป้งปากหม้อด้วยลีลาว่องไวในจังหวะจะโคนที่ใครเห็นก็ไม่อาจละสายตาได้ ทำให้ร้านนี้ได้รับฉายาว่า ปากหม้อโรบอท หรือปากหม้อหุ่นยนต์ ในปัจจุบัน

ปากหม้อนิ่ม ปากหม้อไข่ดาว ปากหม้อไข่เจียว และปากหม้อกรอบ

 

ด้วยความที่ร้านอยู่ในห้องแถวคูหาเดียวที่มีโต๊ะจำกัด ระหว่างรอโต๊ะ ลูกค้าทุกคนจะได้ยืนชมลีลาการทำปากหม้ออย่างกระฉับกระเฉงเป็นเหมือนการเรียกน้ำย่อย ก่อนจะถึงเวลาชิมปากหม้อเสิร์ฟในจานสแตนเลสแบบออริจินัล มีให้เลือกทั้งปากหม้อแบบนิ่ม ปากหม้อกรอบ ปากหม้อไข่เจียว และปากหม้อไข่ดาว ซึ่งแตกต่างกันที่รสสัมผัสของแป้งด้านนอก ส่วนตัวไส้ที่หมูสับรวนปรุงรสกลมกล่อมเคล้ากับต้นหอมซอยและหมูยอหั่นเป็นเส้นเล็ก ๆ กับน้ำจิ้มสูตรเฉพาะของทางร้าน คือหัวใจของความอร่อยอันเป็นอมตะที่ขายดีมานานเกือบ 40 ปี

 

ปากหม้อโรบอท
ที่ตั้ง : 82 ถ.เบ็ญจะมะ ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี
โทร : 086 710 9768
เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 06.30-14.00 น.

 

มื้อสาย : อากาเว่

 

เยือนถิ่นอีสานทั้งที หากไม่ได้กิน ‘ข้าวจี่’ ก็เหมือนมาไม่ถึง

 

ข้าวจี่เป็นอาหารพื้นบ้านทั้งของภาคอีสานและภาคเหนือ ทำจากข้าวเหนียวนึ่งทาเกลือ นำมาปั้นเป็นก้อนกลมหรือรี แล้วเสียบไม้นำไปย่างด้วยไฟอ่อน ๆ บนเตาถ่าน พอสุกได้ทีค่อยนำมาชุบไข่แล้วนำไปย่างต่อจนเป็นสีเหลืองส้มหอมน่ารับประทาน เมื่อสุกได้ที่ค่อยดึงไม้ที่เสียบไว้ออกแล้วยัดน้ำตาลอ้อยเข้าไปแทน น้ำตาลจึงละลายกลายเป็นไส้ กินเปล่า ๆ ก็อร่อย หรือจะกินกับหมูพวง เนื้อพวง ก็อยู่ท้องได้สบาย ๆ 

ข้าวจี่ หมูพวง

 

เมนูทำง่าย กินสะดวกอย่างข้าวจี่จึงเป็นสตรีทฟู้ดที่หาทานได้ทั่วไปตามตลาด แต่หากอยากกินข้าวจี่ที่เก๋กว่าใคร ต้องมาที่ อากาเว่ ร้านอาหารเวียดนามที่เปิดบริการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 โดยใช้วัตถุดิบทำเองสดใหม่ ทั้งเส้นปลา หมูยอ ปลายอ และแหนมเนืองปลา ที่เน้นการเสิร์ฟรสชาติความอร่อยดั้งเดิมผ่านหน้าตาอาหารและการจัดจานในแบบร่วมสมัย อย่างการพลิกโฉมข้าวจี่ให้กลายเป็นวาฟเฟิล เสิร์ฟพร้อมหมูพวงและแจ่วรสจัด  หรือ กวยจั๊บเส้นปลา ก็จัดใหญ่ให้เยอะ ในชามอัดแน่นด้วยเส้นปลา กระดูกหมู และหมูยอชิ้นโตแบบเน้น ๆ  

กวยจั๊บเส้นปลา

 

อากาเว่
ที่ตั้ง : 6/11 ถ.พโลรังฤทธิ์ ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี
โทร : 065 414 6453
เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 11.00-20.00 น.
Facebook : อากาเว่ / vietnamese cuisine & café

 

มื้อเที่ยง : อินโดจีน

 

ร้านอาหารเวียดนามเก่าแก่ที่สืบทอดสูตรความอร่อยของแผ่นเมี่ยงทำเองมาแล้วถึง 3 รุ่น โดยสูตรดั้งเดิมติดตัวมาจากคุณยายของเจ้าของร้านรุ่นปัจจุบันที่อพยพมาจากเมืองกว๋างบิ่ญ ประเทศเวียดนาม และเริ่มสร้างตัวด้วยการทำแผ่นเมี่ยงขายให้กับพี่น้องชาวเวียดนามด้วยกันเอง รวมถึงการทำปอเปี๊ยะสดและปอเปี๊ยะทอดขาย จากนั้นจึงค่อยเปิดเป็นร้านอาหารอินโดจีนในรุ่นคุณแม่เจ้าของร้าน

 

เอกลักษณ์ของร้านอินโดจีนคือ ความพิถีพิถันในขั้นตอนการทำแผ่นเมี่ยง โดยเริ่มตั้งแต่การทำนาปลูกข้าวเพื่อให้ได้คุณภาพของแป้งที่ได้มาตรฐาน และยังคงกรรมวิธีการโม่แป้งด้วยมือแบบดั้งเดิมเอาไว้ ที่สำคัญคือ การหมักแป้งนานถึง 5 วันก่อนจะนำมาทำแผ่นเมี่ยง ทำให้เมนูเวียดนามที่หากินที่ไหนอย่างแหนมเนือง ปอเปี๊ยะสด ปอเปี๊ยะทอด ขนมเบื้องญวน ข้าวเปรียบปากหม้อ บั๋นแบ๋ว (หรือขนมถ้วยเวียดนาม) ของร้านอินโดจีนมีรสชาติไม่เหมือนที่ไหน เพราะตัวแป้งมีรสชาติเปรี้ยวนิด ๆ จึงเข้ากันกับน้ำจิ้มที่ออกรสหวานอย่างลงตัว

แหนมเนืองแบบห่อและปากหม้อแผ่นกรอบ

 

ใครที่นึกไม่ออกว่าจะสั่งอะไรมาชิมดีจากตัวเลือกของรายการอาหารที่มีมากกว่า 30 อย่าง แนะนำให้ลองเมนูที่มีแผ่นเมี่ยงเป็นพระเอก อย่างปากหม้อแผ่นกรอบ ที่โรยหน้าด้วยกุ้งตัวโตเนื้อแน่น, เมี่ยงทอด ที่ตัวแป้งบางกรอบ ไส้แน่น และแหนมเนืองแบบห่อ พอดีคำ ทานง่าย เพราะใส่ผักมาให้แล้วแบบครบเครื่อง

 

และอย่าลืมสั่งข้าวเหนียวเปียกข้าวโพดมาทานเป็นขนมหวานปิดท้ายมื้อ เพราะที่นี่ใช้ข้าวโพดพันธุ์พื้นเมืองในท้องถิ่นอุบลฯ ที่หารับประทานได้ยาก เมื่อนำมาต้มน้ำตาลราดน้ำกะทิจึงยิ่งอร่อยเป็นพิเศษ

 

อินโดจีน
ที่ตั้ง : 170 ถ.สรรพสิทธิ์ ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี
โทร : 045 245 584
เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 09.00-20.00 น.
Facebook : ร้านอาหาร อินโดจีน จ.อุบลฯ Indochine restaurant - Vietnam cuisine

 

มื้อเย็น : หมก

 

ปิดท้ายวันด้วยมื้อที่เต็มไปด้วยเรื่องราวน่าสนใจในอาหารทุกจาน ณ ร้านอาหารไทย-อีสานโมเดิร์นชื่อกะทัดรัดจำง่ายอย่าง ‘หมก’ ซึ่งได้รับการบอกต่อปากต่อปากจากมื้อเชฟเทเบิล แต่ใครอยากไปรับประทานอาหารแบบอะลาคาท (À la carte) และเซ็ตเมนูก็มีไว้บริการ

 

ความพิเศษของร้านหมกคือส่วนผสมที่ลงตัวของบรรยากาศที่เรียบง่ายของตัวร้าน ซึ่งเป็นบ้านไม้ที่มีทั้งโซนอินดอร์และเอาท์ดอร์รับลมธรรมชาติเย็นสบาย ๆ กับตัวเลือกของรายการอาหารที่เหมือนจะธรรมดา แต่แฝงด้วยความพิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบท้องถิ่นชั้นดีทั่วไทย เช่น หมกปลากะพงพื้นบ้าน ที่ใช้ปลากะพงจากจังหวัดตราด นำมาปรุงแบบอีสาน โดยนำใบตองมารองแล้วหมกหม้อแบบบ้าน ๆ ด้วยน้ำปลาร้าและสมุนไพร แต่ได้ผลลัพธ์ออกมาถูกใจคณะกรรมการมิชลิน  

ขอบคุณภาพจากร้าน ห ม ก

 

อีกเมนูธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ได้แก่ พะโล้ไข่เค็ม เมนูที่ถือกำเนิดมาจากชีวิตหลังเกษียณของคุณตาคุณยายที่หันมาปลูกผักและเลี้ยงเป็ดจนได้ผลผลิตเป็นไข่เป็ดจำนวนมาก จนต้องนำมาถนอมอาหารด้วยการนำไปทำไข่เค็ม ซึ่งก็เยอะจนกินไม่ทันอยู่ดี ป้าเชฟ - ศิโรรัตน์ เถาว์โท เจ้าของร้าน จึงนำมาลองทำไข่เค็มพะโล้ เพื่อให้ได้พะโล้ที่รสชาติแตกต่างอย่างกลมกล่อมด้วยรสหวานและเค็มที่ตัดกันอย่างลงตัว

พะโล้ไข่เค็ม
ขอบคุณภาพจากร้าน ห ม ก

 

อีกหนึ่งเมนูจานเดียวที่น่าลอง คือ ข้าวผัดกวยจั๊บ ที่ป้าเชฟนำข้าวหอมมะลิมาผัดกับน้ำมันหอมเจียวพริกผัด ปรุงรสอ่อน ๆ ด้วยน้ำซุป เติมเครื่องเคราให้ครบด้วยซี่โครงหมูตุ๋นสูตรคุณยาย หมูยออุบล กากหมู ไข่ต้ม และหอมเจียว พร้อมก้านคะน้ากรอบ ตัดรสด้วยมะนาว อิ่มแบบครบเครื่อง

 

ปิดท้ายด้วยเมนูขนมหวานที่ผ่านกระบวนการคิดสุดสร้างสรรค์ไม่แพ้สำรับคาว เช่น นางสาวอุบล ไอศกรีมอัญชันและเม็ดบัวสีสวยประกบด้วยขนมปังบริยอชเนื้อนุ่ม ราดซอสคาราเมลดอกบัว สมชื่อเมนูนางสาวอุบล 

นางสาวอุบล
ขอบคุณภาพจากร้าน ห ม ก

 

อีกหนึ่งขนมหวานชื่อชวนค้นหาอย่าง แสร้งว่าปากริมไข่เต่า ที่ยิ่งเคี้ยวยิ่งอยากเดาว่าวัตถุดิบที่เป็นพระเอกในถ้วยที่หน้าตาคล้ายเยลลี่ สีดำ แต่เนื้อสัมผัสกรุบๆ นุ่มๆ ไม่คุ้นลิ้น กินกับน้ำกะทิและเนื้อมะพร้าวอ่อนได้อย่างเข้ากัน นั้นทำจากอะไร ยิ่งเมื่อรู้คำตอบว่าทำจากเห็ดตาโล่ ยิ่งรู้สึกอยากทำความรู้จักวัตถุดิบอีสานมากยิ่งขึ้น

 

หมก
ที่ตั้ง : 113 ถ.พรหมราช ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี
โทร : 095 292 4622
เปิดบริการ : วันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา 11.00-22.00 น. ปิดวันจันทร์และวันอังคาร
Facebook : ห ม ก

 

หนึ่งวันที่ ‘วารินชำราบ’ ประตูสู่เมืองอุบล

 

ชวนข้ามสะพานข้ามแม่น้ำมูลไปทำความรู้จัก ‘วารินชำราบ’ อำเภอที่ถือเป็นประตูสู่อุบลราชธานีที่แท้จริง เพราะในอดีตขบวนรถไฟจะมาสิ้นสุดที่ ‘สถานีวารินทร์’ ผู้โดยสารที่ต้องการเข้าไปยังตัวเมืองอุบลฯ ต้องเดินทางด้วยรถม้าย้อนกลับเข้ามาในเมือง

รถม้าและป้ายสถานีวารินทร์จำลอง ภายในสวนของเวฬาวาริน

 

นับตั้งแต่สถานีวารินทร์เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2473 ความเจริญก็เริ่มหลั่งไหลมาสู่อุบลราชธานี โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณใกล้ ๆ สถานีวารินทร์ ที่กลายเป็นศูนย์กลางการค้าขายและการขนส่ง โดยชาวจีนอพยพมาตั้งรกรากทำการค้า เริ่มมีการก่อสร้างโรงแรมเพื่อรองรับคนเดินทาง โดยมีทั้งห้องแถวไม้และตึกแถวสไตล์ตะวันตกปะปนกันไป เกิดเป็นเสน่ห์ที่ยังคงปรากฏให้เห็นตามท้องถนนทั่วอำเภอวารินฯ และอำเภอเมืองมาจนถึงทุกวันนี้

 

หนึ่งในอาคารประวัติศาสตร์ที่ถูกชุบชีวิตใหม่ให้ทุกคนสามารถสัมผัสวันเวลาแห่งอดีตได้โดยทั่วกัน ก็คือ โรงแรมเวฬาวาริน (Vela Warin) อาคารไม้ 3 ชั้นทรงหกเหลี่ยมสวยคลาสสิก ที่ยืนหยัดผ่านร้อนผ่านหนาวบริเวณหัวมุมถนนทหารและถนนศรีสะเกษมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2482 

โรงแรมเวฬาวารินในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของร้านส้มตำน้ำโจ้กมาก่อน

 

อาคารหลังนี้เคยครองสถานะอาคารไม้ที่สูงที่สุดในอุบลฯ ในยุคแรกสร้าง บทบาทแรกคือ เป็นโกดังสินค้าของพ่อค้าชาวจีน ก่อนจะเปลี่ยนมือขายต่อให้เพื่อนสนิทที่พลิกโฉมอาคารหลังใหญ่ให้กลายเป็น ‘โรงแรมสากล’ ที่มีห้องพักให้บริการถึง 21 ห้อง จุดประกายให้ชุมชนย่านถนนทหารช่วงยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 คึกคัก โดยไม่ไกลกันนั้นมีโรงแรมเปิดให้บริการอีก 3-4 แห่ง รวมถึงโรงหนังและตลาดอีกด้วย

 

โรงแรมสากลเปิดให้บริการนานกว่า 30 ปีก่อนจะปิดตัวลง จากนั้นมีร้านอาหารและร้านขายของเปลี่ยนมือมาเช่าพื้นที่สำหรับใช้งาน และถูกทิ้งร้างไปนานกว่าสามทศวรรษ จนกระทั่งได้รับการชุบชีวิตใหม่อีกครั้งในช่วงโควิด-19 โดย คุณบี-อภิวัชร์ ศุภากร หลานตา (ผู้เป็นเจ้าของโรงแรมสากล) ที่ลงทุนลงไอเดียในการปรับปรุงอาคารไม้เก่าแก่เจียนพัง ให้กลายเป็นบูติกโฮเต็ลที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของอุบลราชธานี

 

ทุกรายละเอียดภายในโรงแรมเวฬาวารินผสมผสานด้วยของเก่าและของใหม่อย่างกลมกลืน เช่น การลงเสาเข็มเสริมความแข็งแรงควบคู่ไปกับเสาไม้เดิม หรืออย่างพื้นบริเวณระเบียงก็เป็นระดับพื้นเดิม ส่วนพื้นห้องเป็นระดับใหม่ที่เหลื่อมกันพอให้สัมผัสถึงความแตกต่าง ทั้งยังเน้นออกแบบการใช้แสงธรรมชาติเพื่อให้แสงและเงาสร้างบรรยากาศที่สวยงามไม่ซ้ำกันในแต่ละช่วงของวัน

บรรยากาศร่มรื่นหน้าห้องพัก

 

เวฬาวารินมีห้องพักไว้บริการ 11 ห้อง โดยรายละเอียดการตกแต่งของแต่ละห้องไม่ซ้ำกัน หากมีโอกาสจึงไม่อยากให้พลาดการมาพักผ่อนยังอาคารประวัติศาสตร์หลังนี้ โดยบริเวณสวนด้านหลังโรงแรมมีการนำรถม้าซึ่งเคยใช้งานจริงเมื่อเกือบร้อยปีที่แล้วมาจัดวาง เข้ากันกับป้ายจำลองสถานีวารินทร์ ช่วยสร้างบรรยากาศแห่งการย้อนเวลาให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

สิ่งของจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์วารินชำราบ

 

หรือหากไม่ได้เข้าพักที่เวฬาวาริน ก็สามารถใช้บริการในส่วนของคาเฟ่ได้ และพื้นที่บางส่วนบริเวณชั้นล่างยังเปิดเป็น พิพิธภัณฑ์วารินชำราบ แหล่งเรียนรู้ที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเมืองวารินฯ พร้อมกับจัดแสดงของสะสมหายาก ตั้งแต่ของใช้พื้นบ้าน เครื่องไม้เก่า ฯลฯ ภายใต้โครงการ ฟื้นชีวิต คืนชีวา สร้างคุณค่าเมืองวารินฯ

 

โรงแรมเวฬาวาริน
ที่ตั้ง : 2-6 ถ.ทหาร ต.วารินชำราบ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
โทร : 080 369 7639
เปิดทำการ : ทุกวัน เวลา  08.30–17.00 น.
Facebook : VelaWarin เวฬาวาริน

สวนสาธารณะทุ่งคำน้ำแซบ

 

สำหรับแขกที่ได้เข้าพักที่เวฬาวาริน หลังจากอิ่มอร่อยกับอาหารเช้าที่มีให้เลือก 4 เมนู ได้แก่ กวยจั๊บญวน ไข่กระทะ ข้าวต้ม และอาหารเช้าแบบอเมริกัน เสิร์ฟพร้อมกาแฟหรือชา พร้อมเซตปาท่องโก๋หลากรสชาติที่หากินที่อื่นไม่ได้ง่าย ๆ แนะนำให้เดินออกกำลังกายยามเช้ามุ่งหน้าไปยัง ทุ่งคำน้ำแซบ สวนสาธารณะของคนรักการออกกำลังกาย

บรรยากาศ ‘โด๊ปกาแฟแต่เช้า’

 

ที่นี่จะมีรถกระบะสีเหลืองน่ารักจอดริมฟุตบาทปักป้าย Coffee Dope โด๊ปกาแฟแต่เช้า เพื่อสัมผัสบรรยากาศการจิบกาแฟแบบสบาย ๆ จุดนัดหมายของนักวิ่งชาววารินฯ มาพบปะพูดคุยกันยามเช้า จิบกาแฟในราคาเบา ๆ เมนูละ 40 บาท มีทั้งอเมริกาโน, กาแฟดริป,เอสเปรสโซ, โกโก้, ชาเขียว, ชาไทยเย็น และน้ำผึ้งมะนาวโซดา ลองแวะไปชิลกับชาวอุบลได้ทุกเช้าวันเสาร์และวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 06.15-11.45 น.

ส่งสาร สถานีรถไฟ (Songsarn X Railway Station)

 

ไม่ไกลจากสวนสาธารณะทุ่งคำน้ำแซบมีอีกหนึ่งจิ๊กซอว์ที่ช่วยทำให้ปะติดปะต่อเรื่องเล่าของวารินชำราบให้เนียนสนิทเป็นเนื้อเดียวกันยิ่งขึ้น นั่นคือ ส่งสาร สถานีรถไฟ (Songsarn X Railway Station) สาขาที่สองของร้านกาแฟ ‘ส่งสาร’ เจ้าดังในฝั่งอุบลฯ

 

บนชั้นสองของคาเฟ่บรรยากาศดิบ ๆ เท่ ๆ ที่ตั้งอยู่ในอาคารเก่าแก่ที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เปิดเป็น พิพิธภัณฑ์รถไฟ ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการ "ฟื้นชีวิต คืนชีวา สร้างคุณค่าเมืองวาริน : การออกแบบนิเวศการเรียนรู้ของย่านเมืองเก่าวารินชำราบ ด้วยซอฟต์พาวเวอร์และทุนทางวัฒนธรรม" โดยความร่วมมือของเทศบาลเมืองวารินชำราบและมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ภายใต้การสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) 

 

เนื้อหาหลักภายในพิพิธภัณฑ์รถไฟบอกเล่าถึงประวัติศาสตร์การสร้างทางรถไฟสายกรุงเทพฯ - อุบลราชธานี โดยมีการจำลองหัวรถจักรและบรรยากาศในตู้โดยสารรถไฟได้อย่างสมจริง นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งรวบรวมภาพถ่ายเก่าของอำเภอวารินชำราบที่หาชมได้ยาก ความสนุกของการได้มาเยือนพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ แห่งนี้จึงเป็นการได้เห็นรอยยิ้มและความสุขของชาวอุบลฯ เมื่อครั้งที่ขบวนรถไฟขนความเจริญมาสู่ราชธานีแห่งอีสานใต้

 

ส่งสาร สถานีรถไฟ (Songsarn X Railway Station) 
ที่ตั้ง : 168 ถ.เกษมสุข อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
โทร : 082 891 5479
เปิดทำการ : วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 06.30-16.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 07.00-17.00 น.
Facebook : Songsarn X Railway Station 

ร้านหนังสือฟิลาเดลเฟีย

 

ปิดท้ายทริปด้วยการเติมเต็มบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ ด้วยการขับรถออกนอกตัวอำเภอวารินฯ ไปราว 15 กิโลเมตร เลยมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีไปไม่ไกล เป็นที่ตั้งของ ร้านหนังสือฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia) ร้านหนังสือทรงดินสอสีเหลืองแปลกตาที่ร่มรื่นด้วยสีเขียวของพันธุ์ไม้นานาชนิด สมกับนิยามของร้านที่เรียกขานตัวเองว่า ‘ร้านหนังสือในสวนดอกไม้’

 

ร้านหนังสือฟิลาเดลเฟียก่อตั้งโดย เจี๊ยบ-วิทยากร โสวัตร นักเขียนและนักอ่านผู้แบกความตั้งใจในการสร้างร้านหนังสือแห่งนี้เพื่อสานฝันให้คนรัก พร้อมกับเป็นพื้นที่ในการเติบโตและเรียนรู้ของลูกสาวทั้งสองคน รวมถึงบรรดานักเรียน นักศึกษาในจังหวัดอุบลราชธานี ที่หากต้องการอ่านวรรณกรรมดี ๆ ที่มีให้เลือกครบทุกหมวด ต่างก็มุ่งหน้ามาที่ฟิลาเดลเฟียและขลุกอยู่กับหนังสือเล่มโปรดได้ครึ่งค่อนวัน

 

บรรยากาศของร้านหนังสือริมทุ่งนาแห่งนี้จึงมักเต็มไปด้วยการตั้งวงสนทนาของนักเดินทาง ที่หลายคนดั้นด้นมาที่นี่เพื่อเลือกซื้อหนังสือดีติดมือสักเล่ม ไปจนถึงนักกิจกรรม นักเคลื่อนไหว ที่มักมาตั้งวงเสวนากันที่นี่ทั้งโดยตั้งใจและปล่อยไหลไปตามจังหวะของการได้แวะเวียนโคจรมาเจอกัน

 

ร้านหนังสือฟิลาเดลเฟีย
ที่ตั้ง : 397 หมู่ 3 ต.เมืองศรีไค อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
โทร : 099 474 2626
เปิดบริการ : เวลา 10.00-22.30 น.
Facebook : ฟิลาเดลเฟีย ร้านหนังสือในสวนดอกไม้

 

48 ชั่วโมงในอุบลราชธานีอาจไม่พอสำหรับการเก็บทุกมุมของเมือง แต่ก็มากพอจะทำให้หลงรักเสน่ห์ของเมืองเก่าที่มีชีวิต วัฒนธรรมที่ยังเติบโต และรสชาติอาหารที่ผูกโยงผู้คนเข้ากับเรื่องราวของบ้านเกิดอย่างแนบแน่น เกิดเป็นเสน่ห์ที่ทำให้หลาย ๆ คนอยากกลับไปทำความรู้จักอุบลราชธานีให้ดียิ่งขึ้น

SHARE

facebook
twitter
copy
Related articles / บทความที่เกี่ยวข้อง
Loading...