อัปเดตที่เที่ยว ‘ราชบุรี’ เมื่อโรงเจและตลาดเก่าถูกจับแต่งตัวใหม่จนใคร ๆ ก็อยากไปเช็กอิน

12 Mar 2026 - 5 mins read

Travel / Thailand

Share

นึกถึงการไปเที่ยว ‘ราชบุรี’ คนส่วนใหญ่มักปักหมุดไปอำเภอสวนผึ้ง เพราะเต็มไปด้วยรีสอร์ท คาเฟ่ ร้านอาหาร และธรรมชาติให้เลือกพักผ่อนหย่อนใจแบบค้างคืนได้สบาย ๆ

 

แต่รู้ไหมว่าตอนนี้ไม่ต้องไปไกลถึงสวนผึ้ง เพราะจากถนนเพชรเกษมเลี้ยวซ้ายเข้าไปยังตัว อำเภอเมืองราชบุรี ก็มีที่เที่ยวเก๋ ๆ ให้คู่รักวัยทำงานที่งานรัดตัวสามารถชาร์จพลังชีวิตได้ง่าย ๆ ใช้เวลาวันเดียวก็เที่ยวได้แบบใจฟู

ประติมากรรมโอ่งมังกรริมแม่น้ำแม่กลอง

 

เที่ยวตัวเมืองราชบุรีรอบนี้สามารถเดินเล่นเพลิน ๆ ได้ตลอดทั้งวัน เพราะสถานที่ที่ LIVE TO LIFE เลือกมาแนะนำทั้ง 2 แห่งอยู่ไม่ไกลกัน ที่แรก คือ The Old Town Ratchaburi โซนใหม่ที่ Hidden อยู่ในตลาดเก่าแก่คู่เมือง โดยกลุ่มผู้ประกอบการซึ่งล้วนเป็นชาวราชบุรีแท้ ๆ ตั้งใจคัดสรรร้านอาหารและร้านค้าที่ขายของไม่ซ้ำกันเลยสักร้านมาไว้ที่นี่ กับอีกแห่งคือ เช็งเต็กตึ๊งคาเฟ่ คาเฟ่ที่เนรมิตโรงเจเก่าแก่อายุเกือบร้อยปีให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในสไตล์จีนโมเดิร์น และเต็มไปด้วยมุมถ่ายรูปสวย ๆ จนต้องขอเก็บภาพไว้ทุกมุม

 

ความน่าสนใจของทั้ง 2 แห่ง คือ การชุบชีวิตตลาดเก่าและโรงเจร้างซึ่งกำลังจะเลือนหายไปจากความทรงจำของชาวราชบุรีให้กลับมามีชีพจรเต้นแรงอีกครั้ง ด้วยการจับอาคารเก่าแก่ดั้งเดิมมาแต่งตัวใหม่ แล้วเลือกขายสินค้า อาหาร หรือเครื่องดื่มที่ตอบโจทย์คนทุกแบบ นอกจากนี้ ทั้งสองแห่งยังมีบทบาทในการเชื่อมโยงคน Gen เก่ากับ Gen ใหม่เข้าด้วยกัน โดยในละแวก The Old Town Ratchaburi ก็ยังมีผู้ประกอบการรุ่นพ่อแม่ไปจนถึงอาม่าที่ยังคงค้าขายสินค้าเจ้าเก่าของตัวเองเหมือนเดิม โดยมีคนรุ่นใหม่มาเปิดร้านข้าง ๆ และมีคนทุกรุ่นเป็นลูกค้าผู้น่ารักที่แวะเวียนมาทำความรู้จักโฉมใหม่ของอำเภอเมืองราชบุรีมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ มีอีกหนึ่งพิกัดในอำเภอโพธารามที่ไม่อยากให้พลาด นั่นคือ SOP Café ร้านอาหารและพื้นที่พักผ่อนริมแม่น้ำแม่กลองซึ่งใช้สถาปัตยกรรมสวยแปลกตาอย่างอุโมงค์เหล็กที่ค่อย ๆ เปลี่ยนโฉมเป็นสีสนิมไปตามกาลเวลา เป็นจุดขายดึงดูดให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสธรรมชาติร่มรื่นริมฝั่งน้ำของจังหวัดราชบุรี

 

อยากเที่ยวราชบุรี One Day Trip แบบไม่ต้องเผชิญแดดร้อนหรือเลี่ยงผู้คนพลุกพล่าน ควรเริ่มออกเดินทางกันแต่เช้าราว 7 โมง แนะนำให้ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ M81 ที่ช่วยร่นระยะทางไปสู่ใจกลางเมืองนครปฐมได้ภายในเวลาครึ่งชั่วโมง จากนั้นขับรถสบาย ๆ ไปถึงตัวเมืองราชบุรีประมาณ 9 โมงพอดี 

เช็งเต็กตึ๊งคาเฟ่

 

มาถึงราชบุรียามเช้า อย่าเพิ่งรีบเข้าไปเที่ยวในตัวตลาด เพราะร้านในตลาดยังเปิดไม่ครบดี แนะนำให้ไปชิลที่ เช็งเต็กตึ๊งคาเฟ่ กันก่อน เช้า ๆ แบบนี้เหมาะแก่การเก็บภาพโรงเจอายุเก่าแก่เกือบร้อยปีที่ถูกชุบชีวิตใหม่ กลายเป็นคาเฟ่ที่มีมุมถ่ายรูปเยอะมาก และสวยงามในทุกรายละเอียด

 

เช็งเต็กตึ๊งคาเฟ่ ต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยบรรยากาศของทิวแถวของต้นหลิวริมรั้ว ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่เมืองจีนย้อนยุคไม่มีผิด และเมื่อก้าวเข้าไปยังตัวอาคารก็ปรากฏหลักฐานความเก่าแก่ของอดีตโรงเจแห่งนี้บนป้ายเหนือประตูทางเข้าที่ระบุปีพุทธศักราช 2478 อันเป็นปีที่แม่ชีท่อกี่ อุดมศิริ เริ่มก่อตั้งโรงเจแห่งนี้ขึ้น เพื่อให้ชาวราชบุรีได้มีสถานที่เหมาะสมในการถือศีล กินเจ สวดมนต์ ทั้งยังมีห้องพักสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางมาค้างคืนยังเมืองราชบุรีเมื่อ 90 ปีที่แล้ว 

 

อดีตโรงเจที่เคยคึกคักไปด้วยผู้คนที่แวะเวียนมาถือศีลภาวนา ค่อย ๆ เสื่อมความนิยมและถูกทิ้งร้างไปตามกาลเวลา กว่าจะได้รับการฟื้นฟูเป็นคาเฟ่ร่วมสมัยก็ล่วงเข้าสู่ปลายปี พ.ศ. 2566 โดยห้องหับต่าง ๆ ภายในโรงเจได้รับการเพนต์ลวดลายจีนในสีสันที่สวยสดงดงามไม่ซ้ำกัน โดยเฉพาะบริเวณโถงกลางร้านที่ยิ่งสวยงามเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะแหงนหน้ามองขึ้นไปจากชั้นล่าง หรือเดินขึ้นไปสบตาหญิงสาวในชุดกี่เพ้าท่ามกลางดอกโบตั๋น มังกร และโคมสีแดง ที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศความเป็นจีนร่วมสมัยได้อย่างครบเครื่อง


เช็งเต็กตึ๊งคาเฟ่ มีมุมที่นั่งให้เลือกหลากหลาย ใครอยากได้ความเป็นส่วนตัวก็มีห้องแยกเป็นสัดส่วนให้เลือกหลายห้อง แต่ละห้องเพนต์ลวดลายและสีสันไม่ซ้ำกัน หรือจะเลือกที่นั่งในสเปซส่วนกลางก็ได้บรรยากาศเหมือนอยู่ในโรงเตี๊ยมไม่มีผิด

 

ความน่ารักของเช็งเต็กตึ๊งคาเฟ่ คือ การอนุรักษ์ศาลเจ้าแม่กวนอิมที่อยู่คู่โรงเจมาแต่ดั้งเดิมเอาไว้ เพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธายังสามารถแวะมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้เหมือนเดิม ที่นี่จึงถูกใจคนรุ่นใหม่สาย Cafe Hopping ไปจนถึงอาม่าอากงและคนรุ่นพ่อแม่ที่รู้สึกใจฟูเมื่อมีโอกาสได้กราบไหว้เจ้าแม่กวนอิมอย่างใกล้ชิด อย่าลืมเสี่ยงเซียมซีเพื่อเช็กดวงพอเป็นพิธี และสามารถซึมซับสายลมธรรมชาติเย็นสบายบริเวณนอกชานชั้นสองที่มีบรรยากาศโปร่งโล่งสบาย เป็นอีกมุมที่เหมาะแก่การนั่งรับประทานอาหารและเครื่องดื่มแบบชิล ๆ

โซนศาลเจ้าแม่กวนอิมบริเวณนอกชานชั้นสอง

 

รายการอาหารของที่นี่มีให้เลือกอร่อยหลากหลาย ตั้งแต่เครื่องดื่ม อาหารว่าง ไปจนถึงอาหารจานหลักทั้งสไตล์ไทยและจีน เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ สามารถสั่งเซต All Day Chinese ที่เสิร์ฟเครื่องดื่มเมนูร้อน 1 พวง ประกอบด้วยชาเขียว ชาไทย กาแฟโบราณ และชาเก๊กฮวยใส มาพร้อมฮะเก๋า ซาลาเปาสามสหาย และขนมจีบกุ้ง หรือจะเปลี่ยนเป็นหมั่นโถวย่างเนยนมก็เข้ากับบรรยากาศในแบบโรงเตี๊ยมได้เป็นอย่างดี ขอบอกว่าเครื่องดื่มที่นี่ทำถึงทุกตัว โดยเฉพาะชาที่หอมใบชาเข้มข้นทั้งชาเขียวและชาไทย หรือแม้แต่ชาเก๊กฮวยก็หอมสดชื่นแบบไลท์ ๆ

เมนูเซต All Day Chinese และม้าห้อ

 

อีกหนึ่งเมนูหาทานยากที่อยากให้ลอง ได้แก่ ม้าห้อ อาหารว่างสูตรโบราณของไทย ส่วนผสมสุดลงตัวของสับปะรดกับสาคูหวานเค็ม ทานแบบพอดีคำกับพริกสดที่จัดมาให้แล้วในหนึ่งไม้ เคี้ยวทุกส่วนผสมเข้าด้วยกัน สดชื่นคลายร้อนได้ชะงัดนัก

 

เช็งเต็กตึ๊งคาเฟ่
ที่ตั้ง : 121 ถ.ราษฎร์ยินดี 3 ต.หน้าเมือง อ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี
โทร : 081 525 5583
เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 09.00 - 18.00 น.
Facebook : เช็งเต็กตึ๊ง CHENG TECK TUNG Cafe

 

ห่างจากเช็งเต็กตึ๊งคาเฟ่ไม่ถึง 500 เมตร เป็นพื้นที่ของตลาดประจำเมืองราชบุรี ที่คนท้องถิ่นเรียกว่า ตลาดทรัพย์สินฯ ตั้งอยู่บนถนนเส้นเลียบแม่น้ำแม่กลอง สามารถจอดรถได้หลายจุด เช่น สนามหญ้า ฝั่งสถานีตำรวจฯ ราชบุรี ,ริมน้ำฝั่งหน้าธนาคารออมสินไปจนถึงหน้าพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ราชบุรี หรือจอดริมถนนกลางตลาด หลังจอดรถเสร็จแล้วค่อยเดินไปยังตลาดทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ตอนที่ 1 หรือบริเวณที่ติดตลาดคนเดินโคยกี๊ หรือมองหาป้าย The Old Town Ratchaburi ไว้ รับรองเจอแน่นอน

 

เดินจากปากทางเข้าตลาดไม่กี่อึดใจก็มาถึงโซน The Old Town Ratchaburi สังเกตจากป้ายชื่อร้านต่าง ๆ นับสิบร้านในย่านที่มารวมอยู่ตรงปากซอย ราวกับตั้งใจบอกผู้มาเยือนว่า “เริ่มออกสำรวจแต่ละร้านได้เลย”

 

พิกัดแรกที่สะกดให้หลาย ๆ คนหยุดทักทายได้ไม่ยาก คือ ร้านศิลปะเวิ้งวาด ที่ประดับประดาด้วยภาพเขียนสีน้ำ ทั้งในรูปแบบภาพเหมือนและการ์ตูนสไตล์คาแร็กเตอร์ โดยมีเจ้าของร้านอย่าง คุณแบม -  ทิพย์มาศย์ ศรีศิลปนันทน์ ทักทายด้วยรอยยิ้ม และแนะนำถึงบริการของที่นี่ที่รับวาดรูปจากภาพถ่ายประทับใจทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพงานแต่ง ครอบครัว หรือคนพิเศษ เปลี่ยนโมเมนต์อบอุ่นให้กลายเป็นภาพวาดสีน้ำน่ารัก ที่เต็มไปด้วยความหมาย ราคาเริ่มต้น 350 บาท พร้อมบริการส่งรูปภาพที่วาดเสร็จแล้วไปให้ถึงบ้าน

ร้านศิลปะเวิ้งวาด

 

คุณแบมและร้านศิลปะเวิ้งวาดอยู่คู่ The Old Town Ratchaburi มาตั้งแต่ช่วงแรกของการก่อตั้ง โดยในระยะแรกที่คนยังไม่พลุกพล่าน คุณแบมเปิดเวิร์กชอปสอนวาดภาพสีน้ำด้วย แต่พอนักท่องเที่ยวเริ่มมาเยือน The Old Town Ratchaburi มากขึ้น เธอจึงปรับรูปแบบมาเป็นการรับวาดรูปอย่างเดียว ซึ่งเป็นงานที่เธอรักและทำต่อเนื่องยาวนานกว่าสิบปี

 

“เมื่อก่อนพื้นที่ของร้านศิลปะเวิ้งวาดเคยเป็นแผงให้เช่าพระ ส่วนทางฝั่งร้านเสาว์โฮมมัทฉะเป็นบ้านพักของคุณลุงคุณป้าอยู่แล้ว พอลูกสาวคุณลุงคุณป้าชวนให้เรามาเปิดร้าน เพื่อสร้างบรรยากาศเมืองราชบุรีให้กลับมาน่ารักอีกครั้ง เลยมาร่วมด้วยช่วยกันเป็นเจ้าแรก ๆ ” คุณแบมเล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของ The Old Town Ratchaburi ที่เกิดจากความตั้งใจดีของชาวราชบุรีโดยกำเนิดที่ต้องการปลุกชีพจรตลาดประจำบ้านเกิดให้กลับมาเต้นแรงเหมือนในอดีต

 

“ตลาด The Old Town Ratchaburi พยายามไม่ให้แต่ละร้านขายของซ้ำกัน เราเลยต้องคัดเลือกร้านที่จะมาอยู่ด้วยกันที่นี่ ซึ่งก็ค่อย ๆ พัฒนาและเติบโตไปด้วยกัน อย่างร้านเก่าแก่ที่เขาอยู่คู่ตลาดมาแต่ดั้งเดิมก็ต้องปรับตัวให้ชินกับความคึกคักในช่วงวันเสาร์อาทิตย์ เพราะเขาอาจไม่เคยเจอปรากฏการณ์นี้มาก่อน”

 

ร้านศิลปะเวิ้งวาด
เปิดบริการ : วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00 - 16.30 น. วันจันทร์-วันศุกร์ สามารถสอบถามหรือนัดหมายได้ทาง Line : Itsbamee
โทร : 061 325 3655
Facebook : ร้านศิลปะเวิ้งวาด WoengWad Gallery

คุณแบมแห่งร้านศิลปะเวิ้งวาด

 

จุดที่คึกคักที่สุดใน The Old Town Ratchaburi หนีไม่พ้นบริเวณหน้าร้าน เสาว์ โฮม มัทฉะ ที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนตลาดเก๋แห่งเมืองโอ่ง เพื่อชิมฝีมือการตีมัทฉะของ ลุงใหญ่ - เสาว์ชัย กับ ป้าไก่ - วชิราวลัย เหลืองชูฤทธิ์ ภรรยาคู่ใจที่ขยันไม่แพ้กัน เพราะต่างก็ช่วยกันรับออเดอร์และแนะนำมัทฉะแก่ลูกค้าทุกคนแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย สมกับที่ทั้งคู่ผ่านการตระเวนเดินทางชิมมัทฉะมาแล้วทั้งในไทยและญี่ปุ่น เพื่อศึกษามัทฉะแต่ละพื้นที่ให้ละเอียด และเรียนรู้เทคนิคการชงมัทฉะด้วยตัวเอง จากจุดเริ่มต้นของการเปิดบ้านเพื่อชงมัทฉะให้เพื่อน ๆ ดื่มแกล้มบทสนทนาระหว่างวัน กลายเป็นการเปิดร้านมัทฉะแบบจริงจัง และค่อย ๆ เกิดการรวมตัวของแต่ละร้านจนกลายเป็น The Old Town Ratchaburi ในที่สุด

บรรยากาศร้าน เสาว์ โฮม มัทฉะ

 

เห็นเป็นร้านที่บริหารงานโดยคุณลุงกับคุณป้า แต่อย่าคิดว่าเขาตีมัทฉะกันเล่น ๆ เพราะเมนูมัทฉะของที่นี่มีให้เลือกสั่งละลานตา จนมือใหม่หัดดื่มมัทฉะอาจสับสนได้ ทางร้านเลยมีคู่มือประกอบการสั่ง เริ่มตั้งแต่การเลือกประเภทของมัทฉะว่าอยากดื่มแบบเคลียร์มัทฉะ (มัทฉะชงกับน้ำและน้ำแข็ง เป็นเมนูเย็นที่มีรสและกลิ่นมัทฉะ แต่โทนไม่ชัดมาก) อุสุฉะ หรือชาบาง (มัทฉะชงกับน้ำ 60 มล. ไม่ใส่น้ำแข็ง เป็นเมนูกึ่งอุ่น ได้รสและกลิ่นของมัทฉะที่ชัดเจน) โคอิฉะ หรือชาข้น (มัทฉะชงกับน้ำน้อย 30 มล. ไม่ใส่น้ำแข็ง เป็นเมนูกึ่งอุ่นเนื้อครีม ได้รสและกลิ่นมัทฉะชัดมาก) และมัทฉะลาเต้ หรือมัทฉะน้ำผลไม้ (มัทฉะชงกับนมหรือน้ำผลไม้ ได้รสนัว สดชื่น)

ลุงเสาว์นำเสนอเมนู ลาเต้ ยาบูคิตะ

 

เมื่อเลือกประเภทเสร็จแล้วค่อยเลือกกลิ่นและรสชาติตามชอบใจ มีตั้งแต่กลิ่นข้าวคั่ว สาหร่าย หญ้าตัดใหม่ ถั่วสด หอมหมื่นลี้ ถั่วแระ ขนมปังอบ ฯลฯ เอาเป็นว่าถ้าเลือกไม่ถูก แนะนำให้สั่งเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน อร่อยแน่นอน นั่นคือ โคโคนัท ยาบูคิตะ หนึ่งในสายพันธุ์ชาเขียวที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศญี่ปุ่น ชงกับน้ำมะพร้าวใส่เนื้อมะพร้าวสดให้เคี้ยวกรุบ หรือจะลอง ลาเต้ ยาบูคิตะ ก็หอมมัทฉะเข้ากับนมกลมกล่อม 

โคโคนัท ยาบูคิตะ

 

สำหรับใครที่อยากอิ่มเอมกับการจิบมัทฉะแบบละเมียดในบรรยากาศคลาสสิกเรียบเท่ภายในร้าน แนะนำให้แวะมาก่อนเที่ยงหรือบ่าย ไม่อย่างนั้นอาจต้องต่อคิวรอนาน เพราะช่วงบ่ายมักมีผู้คนแวะมาเยือน เสาว์ โฮม มัทฉะ กันอย่างคึกคัก

 

หรืออีกหนึ่งพิกัดที่สามารถนั่งดื่มมัทฉะได้ คือ โซนด้านหลังร้าน ที่สามารถสั่งมัทฉะผ่านช่องเล็ก ๆ จ่ายเงิน แล้วรับเครื่องดื่มมานั่งจิบบนที่นั่งทรงโอ่งคว่ำได้ตามอัธยาศัย

โซนจิบมัทฉะหลังร้าน

 

เสาว์ โฮม มัทฉะ
เปิดบริการ : วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 - 15.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 9.00 - 16.30 น.
Instagram : sao.home.matcha

อัมรินทร์ กระเพาะปลา

 

ถัดไปจากเสาว์ โฮม มัทฉะ เป็นพิกัดร้านขายกระเพาะปลาที่อาจเรียกได้ว่าหรูหราที่สุดในย่านนี้อย่าง อัมรินทร์ กระเพาะปลา ที่ตกแต่งร้านด้วยแชนเดอร์เลียร์ เสริมบรรยากาศการกินกระเพาะปลาสูตรอาม่าให้พิเศษกว่าเดิม หรือถ้าอยากเติมท้องด้วยมื้อหนักกว่านั้นก็มีข้าวหน้าไก่ไว้บริการ

 

อัมรินทร์ กระเพาะปลา
เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 09.00 – 16.00 น.
โทร : 086 445 9465

 

หลังอิ่มท้องจากมัทฉะ กระเพาะปลา และข้าวหน้าไก่ ได้เวลาเดินย่อยเบา ๆ สำรวจร้านค้าต่าง ๆ ในโซน The Old Town Ratchaburi ที่ผสมผสานทั้งความรู้สึกตื่นตาตื่นใจของการได้อัปเดตร้านใหม่ ๆ ในบรรยากาศที่แต่ละร้านต่างก็ตั้งใจตกแต่งให้สวยเท่ตามคาแรกเตอร์ของตัวเอง พร้อม ๆ กับความรู้สึกความอิ่มเอมใจที่ได้เห็นร้านค้าแบบดั้งเดิมยังคงเปิดให้บริการตามปกติ เช่น ร้านขายเสื้อผ้า ของเบ็ดเตล็ดต่าง ๆ ที่มีสินค้าคุณภาพน่าซื้อหาไม่แพ้กัน หรือแค่แวะไปทักทายพูดคุยกับบรรดาเจ้าของร้านที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของตลาดราชบุรีมาครึ่งชีวิตก็ช่วยให้การเดินเที่ยวในครั้งนี้มีสีสันมากขึ้นกว่าเดิม

 

เดินเล่นได้พักใหญ่ ถึงเวลาเติมเครื่องดื่มคลายร้อนยามบ่ายที่ บำบัด คราฟต์ โกโก้ ร้านโกโก้ที่ภูมิใจนำเสนอเครื่องดื่มช็อกโกแลตทำจากเมล็ดโกโก้สายพันธุ์ราชบุรีแท้จากอำเภอบ้านคา สวนผึ้ง และปากท่อ ซึ่งให้รสชาติที่แตกต่างกันออกไปตามแหล่งที่ปลูก

บำบัด คราฟต์ โกโก้

 

นอกจากนี้ยังมี Bumbud House Blend เบลนด์พิเศษของร้านที่ใช้เมล็ดโกโก้ในโซนภาคตะวันตกทั้งของราชบุรี เพชรบุรี และกาญจนบุรี ที่สามารถชิมความเข้มข้นเฉพาะตัวได้ในเมนู ราช-รี โอลด์ทาวน์ คราฟต์ ที่ใช้โกโก้เฮ้าส์เบลนด์มาเพิ่มความหอมหวานด้วยน้ำตาลอ้อยสีรำ ซึ่งก็คือน้ำอ้อยที่เคี่ยวจนตกผลึกและไม่ขัดสี เติมความนัวด้วยนมสดตุ๋นกับดอกเก๊กฮวยและพุทราจีน คราฟต์กว่าแก้วนี้ไม่มีอีกแล้ว !

ราช-รี โอลด์ทาวน์ คราฟต์ และ น้ำโกโก้สด

 

ที่เด็ดไปกว่านั้นคือ บำบัด คราฟต์ โกโก้ มีเมนูหาทานยากอย่าง น้ำโกโก้สด ให้ได้ลิ้มรสชาติสดชื่นแท้ ๆ จากเนื้อขาว ๆ ที่หุ้มเมล็ดโกโก้สด รสคล้ายมะไฟ ใครที่นึกไม่ออกว่ารสชาติเป็นอย่างไร ต้องไปชิมด้วยตัวเองเท่านั้น บอกเลยว่าเมนูนี้เป็น Rare Item เพราะต้องใช้โกโก้ผลสดถึง 100 กิโลกรัม ถึงจึงจะได้น้ำโกโก้สดเพียง 1 ลิตร ใครไม่โชคดีจริงก็อาจไม่ได้ชิมง่าย ๆ

 

บำบัด คราฟต์ โกโก้
เปิดบริการ : เวลา 10.00 – 16.30 น. ปิดวันจันทร์
Facebook : Bumbud craft cocoa

ร้านขนมไข่โบราณแม่ถมยา

 

อีกหนึ่ง Rare Item ประจำตลาดราชบุรี ได้แก่ ขนมไข่โบราณแม่ถมยา ที่ยืนหยัดอบขนมไข่ทั้งแบบนิ่มและแบบกรอบเป็นเจ้าแรกในราชบุรีมานานกว่า 70 ปี พิกัดร้านหาไม่ยาก อยู่ระหว่างทางเดินเข้ามายัง The Old Town Ratchaburi นี่เอง

เสิร์ฟความอร่อยของขนมไข่โบราณในหม้อแกงปั่นนมสด

 

ใครอยากลองชิมรสชาติขนมไข่ของคุณป้าถมยาสักชิ้นก่อนอุดหนุน สามารถสั่งเมนู หม้อแกงปั่นนมสด ที่ร้าน ถูกใจไส้เลย มาเทสต์รสชาติก่อนได้ เพราะนอกจากทางร้านจะขายเมนูกินง่ายอย่างไส้ย่างจิ้มแจ่ว ไส้กรอกอีสาน ข้าวหน้าคอหมูย่าง ข้าวหน้าหมูปั้นก้อน และข้าวหน้าไส้ย่างแล้ว ยังมีไฮไลท์เป็นเมนูเครื่องดื่มปั่นสุดนัวที่รวมความหอมหวานของขนมหม้อแกงกับนมสดไว้ในแก้วเดียว พร้อมเทกส์เจอร์ของขนมหม้อแกงเป็นชิ้น ๆ ท็อปด้วยขนมไข่ป้าถมยาให้เคี้ยวเพลิน ๆ ถือเป็นการรวมชาติขนมหวานขึ้นชื่อแห่งภาคตะวันตกไว้ในแก้วเดียว

 

ถูกใจไส้เลย
เปิดบริการ : วันพฤหัส - วันอาทิตย์ เวลา 10.30 – 17.00 น.
โทร : 089 500 9573 

สตูดิโอ Wo Ai Din

 

ทัวร์ The Old Town Ratchaburi มาเกินครึ่งวัน อิ่มหมีพีมันกับอาหารและเครื่องดื่มจนหนังท้องเริ่มตึง ควรเบรกด้วยการหากิจกรรมทำ เช่น เพนต์เซรามิกที่ Wo Ai Din สเปซน่ารักที่ชื่อมีความหมายว่า “ฉันรักดิน” เจ้าของเดียวกับโรงโอ่งเถ้าฮงไถ่ และร้านกาแฟ d Kunst Art Space & Cafe หนึ่งในผู้ผลักดันราชบุรีให้เต็มไปด้วยกลิ่นอายความเป็นเมืองศิลปะมาโดยตลอด

หลงใหล Jewelry & Stone

 

หรือจะเลือกซื้อเครื่องประดับทำจากหินมงคลที่ หลงใหล Jewelry & Stone ที่เปิดเป็น Charm Bar ให้ลูกค้าได้บรรจงเลือกหินมงคลที่ถูกโฉลกและถูกใจ พร้อมด้วยชาร์ม หรือจี้ประดับน่ารัก ๆ ที่มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ หากเลือกไม่ถูกทางมีบริการให้คำปรึกษา สามารถเลือกแมทช์เลือกลองได้จนกว่าจะได้สร้อยคอสร้อยข้อมือที่ถูกตาต้องใจที่สุดติดไม้ติดมือกลับไป

 

หลงใหล Jewelry & Stone
เปิดบริการ : เวลา 10.00 – 17.00 น. ปิดวันพุธ
Instagram : long_laii5

คชา คราฟต์บาร์

 

ช่วงบ่ายไปจนถึงเย็น บรรยากาศที่ The Old Town Ratchaburi จะคึกคักถึงขีดสุด นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศต่างพากันเดินแวะเวียนตามร้านที่ถูกใจ ถ่ายรูปเก็บบรรยากาศกันแบบไม่หวั่นต่ออากาศร้อน ใครอยากหามุมสงบสำหรับพักจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ นั่งมองผู้คนเพลิน ๆ ขอเชิญที่ คชา คราฟต์บาร์ สเปซที่ตกแต่งในสไตล์อินดัสเตรียลลอฟต์แบบดิบ ๆ เท่ ๆ ที่มีจุดขายเป็นคราฟต์เบียร์ให้เลือกจิบหลายสิบชนิด บางตัวหายากและมีรางวัลการันตี นอกจากนี้ยังมีเบียร์สดจากแท็ปให้เลือกจิบอีก 6 ตัว 

 

นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกของม็อกเทล Creative Craft - Drink ให้จิบคลายร้อน โดยใช้ส่วนผสมของผลไม้ไทยแล้วใส่ชื่อเรียกที่มีความเป็นราชบุรีเข้าไป เช่น ราชบุรียามเย็น (Tamarind Bloom) แก้วนี้มีสีสันราวกับบรรยากาศยามสนธยา กลมกล่อมด้วยส่วนผสมของมะขาม กระเจี๊ยบแดง เบอร์รี่ซอส และชาจีน เวลาจิบจะได้รสเค็มจากเกลือชมพูบนปากแก้ว และหอมโรสแมรี่ที่ประดับไว้อย่างจงใจให้พอดีกับจังหวะที่ยกเครื่องดื่มขึ้นจิบ ช่วยเสริมรสสัมผัสที่ลงตัว

ราชบุรียามเย็น (Tamarind Bloom) และ ย้อนวัยใน “สนามหญ้า” (Sa Nahm Ya Nostalgic)

 

อีกแก้วที่สดชื่นไม่แพ้กัน คือ ย้อนวัยใน สนามหญ้า (Sa Nahm Ya Nostalgic) แก้วนี้มีพระเอกคือลิ้นจี่ บ๊วย และมะนาว หวานซ่อนเปรี้ยวเรียกความสดชื่นยามบ่ายคลายร้อนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ที่นี่ยังมีเมนูอาหารให้เลือกอิ่มคู่กับเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นเสือร้องไห้รมควัน หมูสามชั้นรมควัน เนื้อแดดเดียวทอด ฯลฯ ซึ่งทุกจานผ่านการคราฟต์มาอย่างตั้งใจไม่แพ้เครื่องดื่ม

 

คชา คราฟต์บาร์
โทร : 065 317 7847
เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 11.00 – 23.00 น. (หยุดทุกวันพระใหญ่และวันสำคัญทางศาสนา)
Facebook : Kacha Craft Bar

 

ใน The Old Town Ratchaburi ยังมีร้านน่าสนใจให้เลือกช้อป ชิล และชิมอีกหลายร้าน ไม่ว่าจะเป็นร้านพิซซ่า บาร์บีคิว ไดฟุกุ โอเด้ง ขนมเซมเบสไตล์ญี่ปุ่น ร้านเจลาโต ครอฟเฟิล ร้านขนมปังเบเกิล ร้านขายสินค้ามือสองคัดสรร ฯลฯ สามารถจัดสรรเวลาในการแวะเที่ยวแต่ละร้านได้ตามความชอบใจ ส่วนใครอยากเดินเที่ยวถนนคนเดินต่อ ช่วงเย็นก็ไปช้อปและชิลกันได้ที่ ตลาดโคยกี๊ บริเวณถนนเส้นริมแม่น้ำแม่กลอง เปิดบริการตั้งแต่ 17.00 - 22.00 น. ทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์

 

เสร็จสิ้นภารกิจเดินเที่ยวตลาดเก่าสุดเก๋าในตัวเมืองราชบุรีเป็นที่เรียบร้อย อยากให้เผื่อเวลาในการออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ ไม่เกินบ่าย 3 โมง เพราะยังมี SOP Cafe เป็นอีกพิกัดน่าแวะเที่ยวในเส้นทางระหว่างกลับกรุงเทพฯ ถ้าพร้อมแล้วปักหมุด “วัดสร้อยฟ้า อำเภอโพธาราม” ใน Map แล้วออกเดินทางกันเลย

 

เหตุผลที่แนะนำให้ปักหมุดวัดสร้อยฟ้า เพราะทางเข้าคาเฟ่ลับแห่งนี้ใช้ทางร่วมกับถนนเข้าวัด ถ้าเสิร์ชแค่ชื่อคาเฟ่เฉย ๆ อาจต้องวนกลับรถหลายรอบเพื่อหาทางเข้าให้เจอเหมือนที่เราประสบมาเอง และเมื่อถนนเส้นเล็ก ๆ นำเราไปสู่ปากทางเข้าอุโมงค์สนิมกลางแมกไม้สีเขียว จึงมั่นใจได้ว่ามาถึงที่หมายแล้ว

อุโมงค์สนิม ทางเข้า SOP Cafe

 

ถ้าจะยกให้ SOP Cafe เป็นคาเฟ่ที่ใส่ใจในรายละเอียดการออกแบบมากที่สุดแห่งหนึ่งคงไม่เกินจริงแต่อย่างใด เพราะความสวยแปลกตาของการดีไซน์ทางเข้าร้านให้เป็นอุโมงค์สนิม มีช่องแสงลอดเข้ามาเป็นเส้นสายสวยงาม (และยังทำหน้าที่เป็นนาฬิกาแดดที่บอกเวลาได้อย่างแม่นยำ) นำแขกผู้มาเยือนทุกท่านไปสู่แสงสว่างที่ปลายทาง ซึ่งมีต้นกระทุ่มน้ำหรือต้นก้านเหลือง ไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมไปทั่วทั้งอาณาเขตของร้าน ยืนหยัดอยู่ริมแม่น้ำแม่กลองแห่งนี้มานานกว่า 70 ปี รับบทพระเอกตัวจริงของ SOP Cafe 

เส้นสายภายในอุโมงค์สนิมที่มีสีเขียวของไม้ใหญ่เป็นจุดนำสายตา

 

เหตุผลที่เจ้าของร้านและสถาปนิกตั้งใจใช้เหล็กเป็นวัสดุหลักของร้าน เพราะตั้งใจบอกเล่าถึงประวัติศาสตร์ของเมืองราชบุรี โดยเฉพาะอำเภอโพธารามที่เคยเป็นเมืองแห่งการตีเกราะตีดาบให้กับนักรบไทยในสมัยโบราณ สมศักดิ์ศรีความเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญในอดีต สีสันของ SOP Cafe ที่ย่อมาจากคำว่า Sense of Place จึงค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปตามวันเวลา จากสีดำของแผ่นเหล็กในวันแรกสร้างสู่การเป็นคาเฟ่สีสนิมในปัจจุบัน

มุมมองจากสะพานไม้สุดปลายอุโมงค์สนิม

 

เมื่อเดินทะลุอุโมงค์มาสู่โซนภายในร้าน ซึ่งโอบรับทุกคนด้วยความร่มรื่นของไม้ใหญ่และความสดชื่นของสายน้ำแม่กลองที่สถาปนิกตั้งใจออกแบบให้สระน้ำกลางร้านผันน้ำมาจากแม่น้ำแม่กลองโดยตรง สีของสระน้ำจึงเป็นสีเดียวกับแม่น้ำ ซึ่งเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ดังนั้น การไปเยือน SOP Cafe ฤดูร้อน ฝน และหนาว จึงมีสีสันและบรรยากาศที่แตกต่างกันออกไป

 

นอกจากบรรยากาศของพื้นที่จะเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้ใครก็ตามที่เข้ามาที่นี่อยากพักผ่อนหย่อนใจริมแม่น้ำแม่กลองนาน ๆ แล้ว อาหารในโซนคาเฟ่ก็มีรสชาติชวนประทับใจไม่แพ้กัน เพราะทางร้านเลือกสรรวัตถุดิบธรรมดาที่ไม่ธรรมดามาไว้ในแต่ละจาน

 

ยกตัวอย่าง ผัดไทยกุ้งสด ที่ใช้เส้นคริสตัลทำจากวุ้นเส้น ให้สัมผัสที่ไม่เหมือนกับเส้นอื่นใดที่เคยกินมาในชีวิต กรึบ ๆ เหมือนบุก แต่เป็นเส้นบางคล้ายเส้นเล็ก และมีความนุ่มกำลังดี ผัดมากับเต้าหู้และกุ้งสดตัวโตในรสชาติที่เปรี้ยว หวาน เผ็ดแบบกำลังดีจนไม่ต้องปรุงเพิ่ม

 

อีกจานแนะนำ คือ ยำเส้นแก้วเต้าหู้ดำ ที่ยำมาแบบถึงเครื่อง โดยมีเส้นแก้วเคี้ยวกรุบและเต้าหู้ดำ ของดีแห่งอำเภอโพธารามเป็นไฮไลท์ที่ได้รสหวานจากเนื้อเต้าหู้ช่วยตัดรสเผ็ดลงได้อย่างพอดี นอกจากนี้ยังมีขนมหวานและเครื่องดื่มให้เลือกสั่งไปกินเพลิน ๆ รับลมแม่น้ำเย็น ๆ แนะนำ เอิร์ลเกรย์ลิ้นจี่ ที่ช่วยเรียกความสดชื่นได้ทันใจ กินกับเค้กมูสข้าวโพด

 

LIVE TO LIFE เชื่อว่าด้วยเสน่ห์ของพื้นที่ซึ่งออกแบบกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำ ฟ้า และต้นไม้ ทำให้ทุกคนที่มีโอกาสได้ไปเยือนคาเฟ่ลับของโพธารามแห่งนี้ ไม่อยากรีบร้อนไปไหน และจะดีที่สุดหากคุณใช้เวลาจนถึงชั่วขณะที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า เพื่อเสพความงามของท้องฟ้ายามอาทิตย์อัสดง เพื่อบันทึกเสน่ห์ริมน้ำแม่กลองแห่งราชบุรีไว้ในความทรงจำ

 

SOP Cafe
ที่ตั้ง : ซอยวัดสร้อยฟ้า อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี 
โทร : 080 227 5544
เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 09.00 - 18.00 น.
Facebook : SOP Cafe

SHARE

facebook
twitter
copy
Related articles / บทความที่เกี่ยวข้อง
Loading...