ชวนพาลูกเที่ยวป่าดึกดำบรรพ์ ล่องแพย้อนเวลา กินหมูกระทะเจ้าดัง ตะลุยทัวร์ทั่ว ‘อุทัยธานี’

10 Feb 2026 - 5 mins read

Travel / Thailand

Share

มีเวลาไม่มาก แต่อยากพาลูกผจญภัย ใกล้ชิดธรรมชาติ และย้อนเวลาไปทำความรู้จักวิถีชีวิตดั้งเดิมแบบไทย ๆ

 

ถ้าโจทย์ของคุณพ่อคุณแม่เป็นแบบนี้ นึกออกไหมว่าจะยกครอบครัวไปเที่ยวที่ไหนกันดี ?

 

และ ‘อุทัยธานี’ คือตัวเลือกที่น่าสนใจ

 

เพราะแค่ขับรถจากกรุงเทพฯ เพียง 3-4 ชั่วโมง ก็จะได้สัมผัสวิถีชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ในเมืองที่เหมือนถูกหยุดเวลาเอาไว้ริมแม่น้ำสะแกกรัง ทั้งยังเต็มไปด้วยอาหารและขนมอร่อย แถมยังมีป่าดึกดำบรรพ์ อุโมงค์ทะลุมิติ และต้นไม้ยักษ์ให้เด็ก ๆ ได้สนุกกับทริปผจญภัยไม่ไกลบ้านที่ใช้เวลาแค่วันหยุดสุดสัปดาห์ก็เที่ยวได้เต็มอิ่ม

 

ถ้าพร้อมแล้วไปผจญภัยในอุทัยธานีกันเลย

 

ล่องเรือสัมผัสวิถีชุมชนแพแห่งสุดท้ายของไทย

 

เมื่อพูดถึงจังหวัดอุทัยธานี หลายคนยังมองว่าจังหวัดที่อยู่ในภาคกลางตอนบนของไทยแห่งนี้เป็นเมืองรองหรือเมืองทางผ่านเพื่อมุ่งหน้าไปยังภาคเหนือ แต่หากมีเวลาแวะพักเพื่อทำความรู้จักจังหวัดอุทัยธานี รับรองว่าคุณจะอยากขอต่อเวลาเพื่อสัมผัสเสน่ห์ของเมืองสวยโรแมนติกริมแม่น้ำสะแกกรังแห่งนี้ให้นานกว่าเดิม 

 

เสน่ห์ของอุทัยธานีที่ยากจะลอกเลียน คือการอนุรักษ์บ้านเรือนแบบดั้งเดิมเอาไว้เป็นอย่างดี ทั้งอาคารห้องแถวไม้บนบกและเรือนแพในน้ำ โดยปัจจุบันชุมชนแพในลุ่มแม่น้ำสะแกกรังถือเป็นชุมชนแพกลุ่มสุดท้ายของประเทศไทย สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตริมฝั่งน้ำที่สืบทอดกันมายาวนานกว่า 400 ปี หรือตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ทำให้ชุมชนแพของจังหวัดอุทัยธานีติดอันดับแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน 100 แห่งของโลก ซึ่งจัดอันดับโดย Green Destinations Foundation ประเทศเนเธอร์แลนด์

วัดอุโปสถาราม

 

กิจกรรมที่ควรหาโอกาสทำเป็นอย่างยิ่งเมื่อมาเยือนตัวเมืองอุทัยธานีคือ การล่องเรือไปตามลำน้ำสะแกกรัง เพื่อชมวิถีชีวิตของชุมชนเรือนแพ โดยหลังจากลงเรือแล่นรับสายลมเย็นไปเรื่อย ๆ เพลิดเพลินกับวิวของเตยหอมสีเขียวสดตามสองฝั่งน้ำ ซึ่งเป็นพืชประจำถิ่นที่ชาวเรือนแพทั้งกว่า 165 หลังคาเรือนนิยมปลูก ไม่ช้าก็จะได้พบกับพิกัดแรกอย่าง แพบุญน้ำ หรือแพโบสถ์น้ำ ซึ่งเป็นแพโบราณของวัดเก่าแก่คู่เมืองอุทัยธานี อย่าง วัดอุโปสถาราม 

มุมมองจากวัดอุโปสถาราม


แพโบสถ์น้ำสร้างขึ้นเพื่อรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งเสด็จ ประพาสมณฑลฝ่ายเหนือเมื่อปี พ.ศ. 2444 เดิมเป็นแพแฝด 2 หลัง ประดับช่อฟ้าใบระกาตามรูปแบบของอุโบสถทั่วไป หน้าบ้านมีป้ายวงกลมสีแดงจารึกภาษาบาลี ‘สุ อาคต เต มหาราช’ แปลว่า มหาราชเสด็จฯ มาดี

 

ต่อมาได้มีการซ่อมแซมบูรณะใหม่ให้เป็นแพหลังเดียวยกพื้น 2 ชั้น มีหลังคาทรงปั้นหยา และย้ายป้ายวงกลมมาไว้หน้าจั่วตรงกลาง ปัจจุบันทางวัดใช้แพโบสถ์น้ำในการจัดงานลอยกระทงหรือใช้ในโอกาสสำคัญของจังหวัด

 

จากนั้นเรือจะล่องผ่านเรือนแพหลายหลังหลากรูปแบบ มีทั้งเรือนแพแบบดั้งเดิม เรือนแพสมัยใหม่ เรือนแพที่เป็นร้านอาหาร ไปจนถึงเรือนแพที่เปิดเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจแก่นักท่องเที่ยว โดยจะล่องผ่านไปยังศาลหลักเมืองประจำจังหวัดอุทัยธานี และแพหลังสำคัญ คือ แพเลขที่ 905 และบ้านเลขที่ 904 ที่พักส่วนพระองค์ที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงใช้สำหรับพักผ่อนและทรงงานเมื่อเสด็จเยือนจังหวัดอุทัยธานี 


อีกหนึ่งไฮไลต์คือการล่องเรือไปยังเกาะเทโพ เกาะน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่มีต้นยางนากว่า 4,000 ต้น ขึ้นเรียงรายหนาตา ตลอดเส้นทางคนขับเรือจะคอยบอกเล่าเรื่องราวของวิถีชีวิตผู้คนในชุมชนเรือนแพ สอดแทรกเกร็ดความรู้สนุก ๆ และในบางครั้งก็จะขับกลอนไพเราะ ๆ ให้ได้ฟังกันอีกด้วย

 

ติดต่อสำรองเรือหรือสอบถามรายละเอียดได้ที่คุณยงยุทธ 094 632 6661

 

กิน นอน พักผ่อนบนเรือนแพ

 

ชมวิถีชีวิตเรือนแพแค่สายตาก็เหมือนมาไม่ถึงอุทัยธานี มีโอกาสดี ๆ ทั้งที ขอแนะนำให้จับจองที่พักในแบบเรือนแพเพื่อค้างคืนรับลมเย็นสบายจากสายน้ำสะแกกรัง

 

อุทัยธานีมีที่พักที่ดัดแปลงจากเรือนแพดั้งเดิมให้เลือกหลากหลาย หนึ่งในเรือนแพที่เหมาะแก่การไปพักผ่อนทั้งครอบครัว ได้แก่ แพ บ้าน บ้าน แพเหมาหลังส่วนตัวที่ปรับปรุงมาจากแพบ้านพักอาศัยเดิม ปรับโฉมใหม่ให้ยังคงเอกลักษณ์ของความ ‘บ้าน บ้าน’ ที่อยู่สบาย มีพื้นที่อเนกประสงค์ที่เหมาะแก่การพักผ่อนสำหรับ 4-6 คน ไม่ว่าจะเป็นแพนั่งเล่น ระเบียง ตัวบ้าน และโซนที่นั่งทานอาหารหลังแพ

แพ บ้าน บ้าน
ขอบคุณภาพจาก แพ บ้าน บ้าน

 

แพ บ้าน บ้าน มีโปรแกรมเสริมให้เลือกทำหลากหลายตลอดทั้งวัน เริ่มตั้งแต่การนั่งเรือชมบรรยากาศชุมชนแพในลุ่มแม่น้ำสะแกกรังยามเช้า ตักบาตรริมน้ำบริเวณตรงข้ามวัดโบสถ์ เดินหาของอร่อย ๆ กินในตลาดเช้า หรือจะไปชมวิววัดเขาสะแกกรัง พร้อมกับเที่ยวกระชังปลาของชาวบ้านในละแวกนั้นก็ได้

แพ บ้าน บ้าน
ขอบคุณภาพจาก แพ บ้าน บ้าน

 

หรือถ้าอยากใช้ชีวิตชิล ๆ บนแพให้เต็มที่ก็สามารถว่ายน้ำในแม่น้ำ หรือพายเรือเล่นรอบ ๆ แพ ตกเย็นสามารถชมพระอาทิตย์ตกที่บริเวณหน้าแพได้เลย โดยสามารถเห็นยอดเขาสะแกกรังได้จากระยะไกล
 

ขันโตกอาหารเช้า
ขอบคุณภาพจาก แพ บ้าน บ้าน

 

สำหรับมื้อเช้า แพ บ้าน บ้าน คัดสรรของอร่อยจากหลายร้านดังประจำอุทัยฯ เช่น ข้าวต้มปลาแรด ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ข้าวหมูกรอบ หรือกวยจั๊บ จัดเสิร์ฟในรูปแบบขันโตกแล้วนั่งล้อมวงทานกันบนแพนั่งเล่น และมีเมนูเอาใจเด็ก ๆ อย่างน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ หมูสะเต๊ะ ขนมปังสังขยา ขนมครก ฯลฯ อิ่มอร่อยกันได้ทั้งครอบครัว

 

แพ บ้าน บ้าน
ที่ตั้ง : 144/1 ถ.คลองแพสะแกกรัง ต.อุทัยใหม่ อ.เมืองฯ จ.อุทัยธานี 
โทร : 083 108 0998
Facebook : แพ บ้าน บ้าน

อยู่แพ แพสเตย์
ขอบคุณภาพจาก อยู่แพ paestay อุทัยธานี

 

ที่พักแบบเรือนแพอีกแห่งที่น่าสนใจ คือ อยู่แพ แพสเตย์ ที่มีแพไว้ให้บริการทั้งหมด 3 หลัง ตกแต่งสไตล์ร่วมสมัยในโทนสีขาวฟ้าสบายตา ประดับประดาด้วยของกระจุกกระจิกให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนได้ไปเยี่ยมบ้านญาติผู้ใหญ่ บริเวณส่วนกลางของแพมีที่นั่งจิบกาแฟยามเช้า มุมเหมาะ ๆ สำหรับมองพระอาทิตย์โผล่ขึ้นมาอย่างช้า ๆ โดยมีวิวเมืองเก่าอุทัยธานีเป็นฉากหลังสุดงดงาม

ขอบคุณภาพจาก อยู่แพ paestay อุทัยธานี

 

อยู่แพ แพสเตย์
ที่ตั้ง : 291 ถ.คลองแพสะแกกรัง ต.อุทัยใหม่ อ.เมืองฯ จ.อุทัยธานี 
โทร : 086 674 9494
Facebook : อยู่แพ paestay อุทัยธานี

 

ชิมขนมหวานเจ้าเด็ด แล้วไปต่อคิวกินหมูกระทะเจ้าดัง

 

อุทัยธานีไม่ได้ไพเราะอ่อนหวานแค่ชื่อ แต่ยังเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยขนมหวานอร่อย ๆ มากมาย ประเดิมกันที่ขนมปังไส้สังขยา ร้านไพพรรณ อุทัยธานี ร้านขนมปังร้านแรกที่ปลุกกระแสให้อุทัยกลายเป็นเมืองขนมปังสังขยาที่ปัจจุบันมีให้เลือกชิมหลายเจ้า ทั้งในตัวเมือง รอบนอกตัวเมือง หรือแม้แต้ในจังหวัดใกล้เคียงอย่างนครสวรรค์ก็ยังมีขนมปังไส้สังขยาจำหน่าย

ขนมปังไส้สังขยา
ขอบคุณภาพจาก ร้านไพพรรณ อุทัยธานี

 

ร้านไพพรรณ เปิดกิจการมานานกว่า 50 ปี โดยต้นตำรับคือ คุณไพพรรณ วัฒนะพานิช ได้สูตรทำขนมปังปอนด์มาจากมิชชันนารีชาวออสเตรเลีย ก่อนจะพัฒนาสูตรด้วยการฉีดไส้สังขยาไข่สีส้มเข้าไป เกิดเป็นขนมปังสังขยาเนื้อนิ่มไส้เหลวเยิ้มเจ้าแรกในเมืองอุทัยธานี ที่ผลิตและวางขายหน้าร้านบนถนนศรีอุทัยที่เดียว ไม่มีสาขาหรือแฟรนไชส์ โดยเปิดเตาอบขนมปังสดใหม่ทุกวัน ใครอยากทานต้องโทรสั่งจองล่วงหน้าเท่านั้น ทางร้านจะทำการผลิตขนมปังสังขยาทุก 2-3 ชั่วโมง โดยคำนวณจำนวนการผลิตควบคู่ไปกับปริมาณที่ขายได้ ณ ขณะนั้น ฉะนั้นหากไม่โทรสั่งจองล่วงหน้า มีโอกาสอดกินสูง โดยนอกจากขนมปังไส้สังขยา ยังมีขนมปังเปล่าจิ้มกับดิปสังขยา รวมถึงขนมอื่น ๆ อีกบางชนิด

 

ร้านไพพรรณ 
ที่ตั้ง : ถ.ศรีอุทัย ใกล้ตรอกโรงยา ตรงข้ามธนาคารกรุงไทย
โทร : 056 511 660 โทรสั่งจองล่วงหน้าเท่านั้น
Facebook : ร้านไพพรรณ อุทัยธานี

บ้านจงรัก
ขอบคุณภาพจาก บ้านจงรัก

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลิ่นอายความเป็นเมืองเก่าของเมืองอุทัยจะต้องทำให้ชาว Gen X และ Gen Y คิดถึงความหลังในวัยเยาว์ จะดีแค่ไหนถ้าได้กินโอเลี้ยง โอยั้วะ กาแฟโบราณ แกล้มบรรยากาศที่เข้ากันแบบนี้ … ขณะที่กำลังนึกเพลิน ๆ อยู่นั้นเอง สองเท้าก็พาก้าวมาหยุดยืน ณ บ้านจงรัก อุทัยธานี บ้านเก่าที่บอกเล่าเรื่องราวในอดีตผ่านข้าวของทุกชิ้นและเครื่องดื่มทุกแก้วอย่างลงตัว 

ขอบคุณภาพจาก บ้านจงรัก

 

บ้านจงรัก เกิดจากความรัก ความระลึกถึงวันเวลาเก่า ๆ และบรรยากาศเดิม ๆ ในอดีตที่เต็มไปด้วยมิตรไมตรีของผู้คนและความสวยงามประณีตของสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ เจ้าของบ้านจึงตั้งใจอนุรักษ์สิ่งดีงามเหล่านั้นไว้ในอาคารกึ่งไม้กึ่งปูนสองชั้น เชื่อมกับเรือนไม้ไทยโบราณอายุ 107 ปี ภายในบ้านจัดวางข้าวของเครื่องใช้ของครอบครัวนักสะสม ทั้งหนังสือเก่าของคุณพ่อ เครื่องเงินของคุณแม่ และแสตมป์ของลูกสาว เมื่อขึ้นไปยังชั้น 2 จะเข้าสู่พิพิธภัณฑ์บ้านคุณตาหลวงเพชรสงคราม จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ของบรรพบุรุษตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จนถึงปัจจุบัน 

ขอบคุณภาพจาก บ้านจงรัก

 

มาเที่ยวบ้านจงรักอย่ารีบร้อน สั่งเครื่องดื่มเย็น ๆ กินก่อนให้ชื่นใจ มีให้เลือกจิบตั้งแต่ โอเลี้ยงสูตรโบราณ รสชาติดั้งเดิมที่ได้รับตราเปิบพิสดารจากแม่ช้อยนางรำการันตีรสชาติ,  กาแฟจงรัก ที่ดึงจุดเด่นของกาแฟสองยุคอย่างกาแฟสดมาผสมกาแฟโบราณได้อย่างเข้ากัน เช่นเดียวกับ ชาจงรัก ชานมสูตรพิเศษของทางร้าน ที่ใช้ใบชา 3 ชนิดผสมกัน หอม กลมกล่อม ดื่มแล้วกระฉับกระเฉงแน่นอน

 

เมนูสุดพิเศษที่ไม่อยากให้พลาด คือ น้ำพุทราไทย ที่ใช้พุทราไทยหรือพุทราป่าซึ่งนิยมนำไปทำพุทรากวน มาทำเป็นเครื่องดื่มหายากแก้วนี้ อีกหนึ่งเมนูที่มีให้ชิมเฉพาะที่บ้านจงรัก ได้แก่ โอโฟกาโต้ ไอศกรีมกะทิหอมหวานราดโอเลี้ยงรสเข้ม โรยถั่วตัดกรุบกรอบ เข้ากันอย่างลงตัว

ขอบคุณภาพจาก บ้านจงรัก

 

นอกจากนี้ยังมีน้ำสมุนไพร ไอศกรีม ขนมปังปิ้ง ปังเย็น รวมเมนูให้เลือกชิมกว่าร้อยรายการ และมีของที่ระลึกประจำจังหวัดอุทัยธานีให้เลือกซื้อหาเป็นของฝาก เช่น กางเกงลายปลาแรด ยาดมส้มซ่า น้ำยาอุทัยที่เหยาะลงในน้ำก่อนดื่มเพิ่มความชื่นใจสไตล์ไทยแท้ และโปสการ์ดภาพอุทัยธานี ที่สามารถเขียนและส่งที่ตู้ไปรษณีย์หน้าร้านได้เลย

 

บ้านจงรักยังเตรียมกิจกรรมสนุกสำหรับให้เด็ก ๆ ได้เพลิดเพลินขณะที่พ่อแม่กำลังอินกับบรรยากาศในวัยเยาว์ โดยมีอุปกรณ์ กระดาษ และสีสำหรับวาดรูปบริการฟรี หรือจะเพนต์ตุ๊กตาปูนปลาสเตอร์ เพนต์ขวดแก้วก็สามารถเลือกทำตามความถนัดของน้อง ๆ หนู ๆ ได้เลย

 

บ้านจงรัก อุทัยธานี 
ที่ตั้ง : 221/3 ถ.ศรีอุทัย ต.อุทัยใหม่ อ.เมืองฯ จ.อุทัยธานี 
โทร : 081 886 3685
เปิดบริการ : เวลา 08.00-17.00 น. ปิดวันพุธและวันพฤหัส
Facebook : บ้านจงรัก

บรรยากาศภายในเย็นอุรา และสโคนกุหลาบ
ขอบคุณภาพจาก เย็นอุรา / yen-u-ra

 

เติมเต็มบรรยากาศแห่งวันวานกันต่อที่ เย็นอุรา สตูดิโอเครื่องหอมและของใช้จากธรรมชาติ เสิร์ฟขนมอร่อยหาทานยากอย่างสโกนแยมกุหลาบ ชากุหลาบ ชาดอกไม้ มัทฉะไซรัปกุหลาบ และไอศกรีมกุหลาบ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ที่น่าซื้อติดมือเป็นทั้งของฝากและเอาเก็บไว้ใช้เองอย่าง น้ำปรุงหอมสะแกกรัง ที่ทางร้านบรรจงปรุงกลิ่นหอมหวานจากมวลดอกไม้ตระกูลแมกโนเลียไทย ที่ราวกับเก็บเอาของบรรยากาศเมืองอุทัยธานีใส่ขวดไว้ได้จริง ๆ ใครที่ชอบเวิร์กชอปลองกดติดตามเพจร้าน เพราะเย็นอุราขยันจัดกิจกรรมดี ๆ เช่น เวิร์กชอปปรุงกลิ่นหอมจากดอกไม้ไทย เทศกาลอาหาร และเทศกาลเฉพาะกิจที่ออกแบบกิจกรรมได้น่ารักทุกงาน

ผลิตภัณฑ์ทำมือที่เย็นอุรา
ขอบคุณภาพจาก เย็นอุรา / yen-u-ra


เย็นอุรา
ที่ตั้ง : 674 ถ.ศรีอุทัย ต.อุทัยใหม่ อ.เมืองฯ จ.อุทัยธานี 
โทร : 081 834 0845
เปิดบริการ : วันจันทร์ - วันศุกร์ เวล 09.00-17.00 น. วันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา 09.00-18.00 น.
Facebook : เย็นอุรา / yen-u-ra

 

มื้อเย็นประจำเมืองอุทัยฯ พ.ศ. นี้ ไม่มีร้านไหนฮอตฮิตเท่า ตั๊กบ้านโตน ร้านหมูกระทะโฮมเมดที่กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักชิมจากทั่วสารทิศขับรถดั้นด้นเดินทางมายังอุทัยธานี เพื่อกินหมูกระทะเจ้าของเอกลักษณ์หมูหมักนุ่มละมุนลิ้น หมูสามชั้นหมักสูตรเด็ดของทางร้าน และไฮไลต์อย่างกากหมูกระเทียมเจียวและผักคะน้า เครื่องเคียงที่กินกับหมูย่างบนเตาแล้วเข้ากันสุด ๆ

หมูกระทะตั๊กบ้านโตน
ขอบคุณภาพจาก ตั๊กบ้านโตน : Tak Baan Tone

 

จุดเริ่มต้นของตั๊กบ้านโตน เกิดจากคู่รักนักชิมอย่างคุณโตนและคุณตาลที่เกิดไปติดอกติดใจหมูกระทะสูตร 30 ปีของคุณตั๊ก ที่สืบทอดความอร่อยของหมูหมัก น้ำจิ้ม น้ำซุป กากหมู และคะน้ามาจากคุณแม่ เมื่อติดต่อขอสูตรกันเป็นที่เรียบร้อย จึงตั้งชื่อร้านเพื่อเป็นการให้เกียรติเจ้าของเดิม เพิ่มเติมคือเอกลักษณ์ที่เจ้าของคนปัจจุบันเสริมเข้าไปจนเกิดเป็น ตั๊กบ้านโตน หมูกระทะที่เต็มไปด้วยกิมมิกในทุกรายละเอียด จนกลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ ทำให้ใคร ๆ ก็อยากมาสัมผัสประสบการณ์ต่อคิวหน้าร้านตั๊กบ้านโตนสักครั้ง

ขอบคุณภาพจาก ตั๊กบ้านโตน : Tak Baan Tone

 

กิมมิกแรกเริ่มตั้งแต่ลูกค้าเดินเข้าไปนั่งในร้าน บนโต๊ะจะมีธงเล็ก ๆ เขียนชื่อลูกค้า จากนั้นพนักงานจะแจกซองใส่ภาชนะที่ทุกชิ้นติดโลโก้ร้านเอาไว้ วิธีพรีเซนต์อาหารก็พิเศษจนต้องยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้ เพราะเขาเสิร์ฟกากหมูในแก้วแชมเปญสแตนเลส เพื่อให้ลูกค้าชนแก้วกากหมูด้วยกันก่อนกิน และหลังจากตั้งกระทะแล้วยังมีพิธีราดกากหมูเจียวลงไปด้านบนเพื่อให้มีกลิ่นหอม น่าทาน เข้ากันกับป้ายเล็ก ๆ “คำนี้ขึ้นสวรรค์” ที่มีให้ทุกโต๊ะ ปิดท้ายมื้อด้วยน้ำสับปะรดแก้เลี่ยน สร้างความประทับใจให้ใคร ๆ ก็อยากกลับมากินหมูกระทะคู่เมืองอุทัยฯ เจ้านี้อีกครั้ง

ขอบคุณภาพจาก ตั๊กบ้านโตน : Tak Baan Tone

 

ถึงจะขึ้นชื่อว่าเป็นร้านหมูกระทะที่ต้องจองคิวข้ามปี แต่ก็สามารถวอล์กอินไปจองคิวหน้าร้านได้ โดยเฉพาะในวันธรรมดาคิวไม่เยอะ ได้กินแน่นอน (แต่จะได้กินตอนกี่โมงต้องลุ้นกันอีกที) โดยสามารถแอดไลน์จองคิวได้ หากทักแล้วแอดมินตอบไม่ทันใจ สามารถโทรจองโดยตรง หรือจะวอล์กอินไปลงคิวในสมุดบนโต๊ะหน้าร้านก็ไปได้ตั้งแต่เวลา 17.00 น. หากมีโต๊ะว่าง ทางร้านจะโทรตามทันที และใครที่วอล์กอินเป็นลำดับแรก ๆ ส่วนใหญ่จะได้เข้าไปทานโดยไม่ต้องรอนาน

 

ตั๊กบ้านโตน
ที่ตั้ง : ถ.มหาราช อ.เมืองฯ จ.อุทัยธานี 
Line จองคิว : @baantone (เวลาทำการของแอดมินตั้งแต่ 10.00-16.00 น.)
โทร : 083 878 1189
เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 17.00-22.00 น.
Facebook : ตั๊กบ้านโตน : Tak Baan Tone

 

ผจญภัยในป่าดึกดำบรรพ์ อลังการต้นไม้ยักษ์ 40 คนโอบ

 

ถึงเวลาพาเด็ก ๆ ออกผจญภัย มุ่งหน้าสู่อำเภอลานสัก ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองอุทัยธานีราว 1 ชั่วโมง เพื่อสัมผัสความสวยอัศจรรย์ของธรรมชาติที่หุบป่าตาด ป่าดึกดำบรรพ์เที่ยวง่าย ได้อารมณ์เหมือนไปเยือนโลกจูราสสิก

 

หุบป่าตาด ตั้งอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน มีลักษณะเป็นเขาหินปูนอายุเก่าแก่เกือบ 300 ล้านปี โดยหลังจากถูกน้ำฝนกัดเซาะทะลุทะลวงไปตามรอยแตกของหินนานนับหมื่นนับแสนปี ทำให้เกิดเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่ภายในขุนเขา และเมื่อเพดานถ้ำถล่มลงมาตามกาลเวลา พืชพันธุ์ไม้ด้านบนที่ร่วงลงมาด้วยจึงค่อย ๆ เติบโตกลายเป็นป่าภายในถ้ำนั่นเอง

หุบป่าตาด

 

เอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนที่ไหนของหุบป่าตาด คือ เต็มไปด้วยต้นตาด หรือต้นต๋าว ซึ่งเป็นพืชตระกูลเดียวกับปาล์ม ที่ไม่สามารถปลูกได้ โดยจะขึ้นเองตามธรรมชาติเฉพาะในป่าดิบที่มีชั้นดินลึกตามภูเขาหินปูนอย่างที่หุบแห่งนี้ เช่นเดียวกับสัตว์หายากประจำถิ่นอย่างกิ้งกือมังกรสีชมพู ที่พบได้ที่นี่ที่เดียวในโลก และจะพบได้แค่ช่วงปลายฝนต้นหนาว (ประมาณเดือนสิงหาคม–พฤศจิกายน) ของทุกปีเท่านั้น

 

ป่าดึกดำบรรพ์ในหุบเขาหินปูนแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบสงบมาเป็นเวลาช้านาน จนกระทั่งพระครูสันติธรรมโกศล (หลวงพ่อทองหยด) เจ้าอาวาสวัดถ้ำทอง ได้ปีนลงไปในหุบเขานี้เมื่อปี พ.ศ. 2522 แล้วพบว่ามีต้นตาดขึ้นดาษดื่น ท่านจึงได้ริเริ่มทำการเจาะถ้ำเพื่อเป็นทางเข้าไปสู่หุบป่าตาดในปี พ.ศ. 2527 จนค่อย ๆ เป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในยุคโซเชียลมีเดียที่ใคร ๆ ก็อยากไปถ่ายภาพโถงถ้ำดึกดำบรรพ์มีป่าตาดเป็นฉากหลังสวยแปลกตา

 

สำหรับเส้นทางการเข้าไปสำรวจหุบป่าตาดนั้นสะดวกสบาย เดินง่าย และปลอดภัย โดยปากทางเข้าถ้ำในช่วงแรกจะมืดมิด ต้องฉายไฟส่องสว่าง สร้างบรรยากาศของการผจญภัยให้เด็ก ๆ รู้สึกสนุกและตื่นเต้นได้ดี ก่อนจะเข้าไปสู่ป่าดึกดำบรรพ์ด้านในที่เต็มไปด้วยต้นตาด ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย โดยเฉพาะโถงกลางถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยสวยแปลกตา ระยะทางเดินชมธรรมชาติไป-กลับ เพียง 700 เมตร ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงกำลังดี 

 

หุบป่าตาด
ที่ตั้ง : ต.ทุ่งนางาม อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี
โทร : 056 989 128
เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 08.30–16.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท

 

เติมเต็มบรรยากาศการผจญภัยในธรรมชาติสวยอลังการกันต่อด้วยการขับรถมุ่งตรงไปยังอำเภอบ้านไร่ เพื่อชมต้นไม้ยักษ์หายากอายุกว่า 400 ปี ที่หลงเหลือเป็นต้นสุดท้ายในอุทัยธานี

 

แต่ก่อนจะถึงต้นไม้ยักษ์ แนะนำให้แวะถ่ายรูปที่ ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์ ฝายกั้นน้ำขนาดเล็กของชุมชนบ้านปางสวรรค์ จากฝายกั้นน้ำธรรมดา ๆ กลายเป็นจุดเช็กอินขวัญใจชาวโซเชียล เพราะเมื่อเดินลงไปด้านล่างแล้วลุยน้ำไปยังมุมที่สายน้ำด้านบนไหลลงมาราวกับม่านน้ำรอบตัว ก็จะได้ถ่ายภาพมุมสวยชวนตะลึง 

ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์

 

หากเราสามารถย้อนเวลาไปเมื่อ 400 ปีที่แล้วได้ พื้นที่ในอำเภอบ้านไร่จะเต็มไปด้วยต้นผึ้งหรือต้นเซียงยืนต้นสูงตระหง่านละลานตา เนื่องจากบริเวณนี้เป็นพื้นที่ป่าดิบมาช้านาน แต่เมื่อผู้คนเริ่มอพยพเข้ามาถากถางป่าเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ต้นเซียงจึงถูกโค่นทิ้งไปเรื่อย ๆ จนหลงเหลือเป็นต้นสุดท้ายยืนหยัดท่ามกลางป่าหมากรายล้อมในปัจจุบัน

ต้นไม้ยักษ์บ้านสะนำ

 

ต้นเซียงยักษ์ต้นนี้อยู่ที่บ้านสะนำ ภายในเนื้อที่ 2 ไร่เศษของนายเฮียงและนางจีน โดยนายเฮียงถือเป็นบุคคลสำคัญผู้ทำหน้าที่พิทักษ์รักษาต้นไม้ยักษ์ต้นนี้เอาไว้ได้ หลังจากที่มีคนพยายามขอซื้อ แต่เขาไม่ยอมขาย เพราะต้องการอนุรักษ์ต้นไม้เก่าแก่ต้นนี้ไว้ให้คนรุ่นหลังได้เห็นและสัมผัสความยิ่งใหญ่ของต้นไม้ยักษ์โบราณ ขนาด 40 คนโอบ เส้นรอบโคนต้นความยาว 97 เมตร อายุกว่า 400 ปี 

 

ต้นไม้ยักษ์บ้านสะนำ ไม่เพียงเป็นตัวอย่างของการรักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังทำให้หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม พลอยทำให้ชาวบ้านในแถบนั้นมีรายได้จากการขายของแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาทักทายต้นไม้ยักษณ์บ้านสะนำไม่เว้นแต่ละวัน

 

ภาพถ่ายต้นไม้ยักษ์บ้านสะนำเทียบไม่ได้กับความยิ่งใหญ่เมื่อได้ไปยืนประจันหน้ากับความสูงใหญ่ลำต้นที่สูงเด่น และรากขนาดใหญ่ที่แผ่สาขาค้ำยันโดยรอบ แต่ละซอกไม้ใหญ่โตเสียจนเราสามารถเดินเข้าไปยืนถ่ายรูปในนั่นได้สบาย ๆ และมองเห็นลวดลายรวมถึงร่องรอยของรากไม้ที่งดงามได้เต็มตา

 

ต้นไม้ยักษ์บ้านสะนำ
ที่ตั้ง : หมู่ 2 บ้านสะนำ ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี
โทร : 064 895 0439
เปิดให้เข้าชมได้ตลอดทั้งวัน
Facebook : ต้นไม้ยักษ์ บ้านสะนำ บ้านไร่ อุทัยธานี แหล่งท่องเที่ยว

ตลาดซาวไฮ่

 

ปิดท้ายด้วยการซื้อของฝากติดไม้ติดมือที่ ตลาดซาวไฮ่ ไม่ไกลจากต้นไม้ยักษ์บ้านสะนำ ตลาดอินทรีย์แห่งนี้เต็มไปด้วยร้านขายอาหารท้องถิ่น ร้านกาแฟดริป ผักผลไม้ปลอดภัย เสื้อผ้าและงานหัตถกรรม ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากธรรมชาติ ซุ้มงานศิลปะ ในบรรยากาศร่มรื่น เดินเที่ยวได้อย่างเพลิดเพลิน เพราะพ่อค้าแม่ค้าแต่ละร้านคุยสนุก ขายของด้วยใจ และรู้จักสินค้าทุกชิ้นที่ตัวเองนำมาขายเป็นอย่างดี

 

ไม่อยากให้พลาดการฟังเพลงจากวงดนตรีโฟล์กซองเจ้าประจำอย่างวง ‘ซุมข้าวแลง’ ของน้าเมศ (เจ้าของไอเดียในการทำตลาดซาวไฮ่) กับเพื่อน ๆ ที่ตั้งใจแต่งเพลงเพื่อสื่อสารเรื่องอาหารพื้นบ้าน ความมั่นคงทางอาหาร วัฒนธรรมและความดีงามในอดีตโดยเฉพาะ

 

เที่ยวอุทัยธานีสบาย ๆ ใช้เวลาแค่วันหยุดเสาร์อาทิตย์ แต่ตอบโจทย์ความสุขของคนทุกวัยในครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ได้ยิ้มไปกับบรรยากาศย้อนเวลาสู่วันวาน ส่วนลูก ๆ ก็ได้ผจญภัยในธรรมชาติสวยแปลกตา และได้รับความรู้ด้านการอนุรักษ์ไปในตัว

 

ตลาดซาวไฮ่
ที่ตั้ง : 92 ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี 
โทร : 093 386 3961
เปิดบริการ : วันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 08.30–16.00 น.
Facebook : ตลาดซาวไฮ่ บ้านไฮ่บ้านเฮา

 

อ้างอิง

  • Js100.“ขนมปังไส้สังขยา” จ.อุทัยธานี ร้านไหนคือที่สุด.https://bit.ly/3M72YE6
  • Surangrak Su..ตั๊กบ้านโตน ร้านหมูกระทะต่างจังหวัด ที่คนแย่งกันจองคิวนานนับเดือน ยอมขับรถไกลหลายชม.เพื่อไปกิน.https://bit.ly/4a57gna
  • MGR Online.ตะลึง! “ต้นผึ้ง” ยักษ์ กลางป่าหมาก จ.อุทัยธานี ลำต้นใหญ่ถึง 40 คนโอบ.https://bit.ly/4c6E5Tu
  • สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน.เรื่องเล่าของชาวแพสะแกกรัง.https://bit.ly/3ZOLW0z

SHARE

facebook
twitter
copy
Related articles / บทความที่เกี่ยวข้อง
Loading...