ไขข้อข้องใจ ! มีประกันชีวิตฉบับแรกแล้ว ทำไมควรทำ ‘ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์’ เพิ่ม

18 Dec 2025 - 3 mins read

Wealth / Money

Share

ทำ ‘ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์’ ดีอย่างไร ?

 

LIVE TO LIFE เชื่อว่านี่คือคำถามที่หลายคนอยากรู้คำตอบ เพราะนอกเหนือจาก ‘ประกันสุขภาพ’ ที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ และ ‘ประกันชีวิต’ ที่ให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ซึ่งคนส่วนใหญ่มักเลือกทำไว้เป็นประกันฉบับแรกอยู่ก่อนแล้ว แต่ทำไมถึงควรทำ ‘ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์’ เพิ่ม ?

 

หากเป็นคนที่ชอบการลงทุน ย่อมมีคำถามเพิ่มเติมอีกว่า ถ้าการลงทุนรูปแบบอื่น เช่น หุ้น หรือกองทุนรวม มีแนวโน้มให้ผลตอบแทนสูงกว่า เราก็ควรนำเงินไปลงทุนอย่างเดียวไม่ดีกว่าเหรอ ? เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป

 

ยังมีอีกหลายคำถามที่ทำให้คนจำนวนไม่น้อยรู้สึกลังเลจนตัดสินใจไม่ได้สักทีว่า ควรทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์หรือเปล่า ?

 

จากทุกคำถามที่หลายคนสงสัย LIVE TO LIFE ได้รวบรวม ‘ข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์’ มาอธิบายเป็นคำตอบให้ทุกคนเข้าใจถึงความสำคัญจำเป็นของประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ซึ่งไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องจัดการความเสี่ยงเพียงอย่างเดียว แต่ช่วยสร้างวินัยการเงินที่มาพร้อมสิทธิประโยชน์ด้านภาษี

 

 

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ คืออะไร ?

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ หรือ ประกันเพื่อการออมเงินและลดหย่อนภาษี คือ ประกันลูกผสมระหว่างการคุ้มครองชีวิตกับการออมเงิน ซึ่งมีกำหนดเวลาคุ้มครองที่ชัดเจน เช่น คุ้มครอง 10 ปี 15 ปี 25 ปี เมื่อครบสัญญา ผู้ทำประกันจะได้รับผลตอบแทนเป็นเงินก้อน ที่สำคัญบางแบบประกันยังจะได้รับเงินคืนระหว่างทาง (เงินปันผลระหว่างทาง)

 

สำหรับเบี้ยประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่มีระยะเวลาการคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย แต่ถ้าหากผู้ทำประกันเสียชีวิตก่อนครบสัญญา ผลประโยชน์ทั้งหมดจะตกเป็นของผู้รับประโยชน์ตามชื่อที่ผู้ทำประกันระบุไว้ในกรมธรรม์ เหมาะกับการออมเงินพร้อมรับความคุ้มครองชีวิตไว้เป็นมรดกให้คนข้างหลัง

 

สรุปอย่างเข้าใจง่ายและเห็นภาพชัดเจนที่สุดได้ว่า ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ตอบโจทย์ทั้งเรื่อง ‘ความคุ้มครอง’ สำหรับจัดการความเสี่ยง และให้ ‘ผลตอบแทน’ ที่แน่นอนในอนาคต เปรียบได้กับจิ๊กซอว์ 2 ชิ้นที่ต่อเข้ากันพอดี ช่วยเติมเต็มสุขภาพการเงินให้สมบูรณ์และมั่นคงยิ่งขึ้น

 

 

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ดีอย่างไร ?

จุดเด่นหรือข้อดีที่ทำให้ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ แตกต่างจากประกันสุขภาพและประกันชีวิตแบบตลอดชีพและแบบชั่วระยะเวลา รวมถึงเป็นเครื่องมือสำหรับวางแผนการเงินที่ไม่ควรมองข้าม มีทั้งหมด 3 ข้อ ดังนี้

 

1. สร้างวินัยการเงินที่ยั่งยืน คนจำนวนมากมักประสบปัญหาเดียวกันก็คือ เก็บเงินไม่อยู่ หรือออมเงินได้ไม่ต่อเนื่อง สาเหตุหลักเกิดจากพฤติกรรมเคยชินที่ชอบใช้จ่ายเงินมากกว่าเก็บออม ประกอบกับที่ผ่านมาไม่ได้วางแผนเก็บเงินอย่างจริงจัง กลายเป็นคนไม่มีเงินเก็บ

 

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์จึงทำหน้าที่เป็นเหมือน ‘ผู้ช่วยบังคับออม’ (Commitment Device) เพราะมีเงื่อนไขให้ชำระเบี้ยประกันตามกำหนดเวลา คล้ายกับการฝากประจำกับธนาคาร ซึ่งต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดไม่ให้ผิดนัด เพื่อจะได้รับผลตอบแทนเต็มเม็ดเต็มหน่วย กลายเป็นว่าช่วยขัดเกลาพฤติกรรมการเงินให้คนทำประกันต้องบังคับตัวเองให้กันเงินส่วนหนึ่งออกไว้จ่ายเบี้ยประกันก่อนเสมอ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวินัยการเงินให้เป็นคนออมก่อนใช้ทีหลัง และมั่นคงในเป้าหมายการเงินระยะยาว เพราะมองเห็นภาพตัวเองที่มีเงินก้อนใหญ่ในอนาคต

 

2. ให้ความคุ้มครองควบคู่ผลตอบแทนความเสี่ยงต่ำ ในขณะที่การลงทุนรูปแบบอื่น ๆ เช่น หุ้น หรือกองทุนรวม มีแนวโน้มให้ผลตอบแทนที่สูง แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงขาดทุนที่สูงเช่นเดียวกัน นี่คือความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องยอมรับให้ได้ แถมยังต้องติดตามข่าวสารในโลกการเงิน เศรษฐกิจ และสังคมอยู่ตลอด เพราะอาจเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ตลาดผันผวนจนกระทบกับผลตอบแทน

 

แตกต่างจากประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์อย่างสิ้นเชิง เพราะผสานผลประโยชน์ของการคุ้มครองชีวิตเข้ากับเครื่องมือออมเงินระยะยาวที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยการันตีว่าจะได้รับผลตอบแทนเป็นจำนวนเงินที่แน่นอนเมื่อส่งเบี้ยฯ ครบตามอายุสัญญา ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนในสัญญา ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะเสี่ยงขาดทุนเหมือนการลงทุนรูปแบบอื่น ๆ ผู้ทำประกันจึงวางแผนการเงินในอนาคตได้อย่างมั่นใจ ควบคู่ไปกับการได้รับความคุ้มครองชีวิต ช่วยสร้างความรู้สึกอุ่นใจได้ตลอดระยะเวลาของสัญญา

 

3. เพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่คุ้มค่า นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายคนเลือกทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ในช่วงปลายปี ซึ่งเป็นโค้งสุดท้ายของการวางแผนภาษี เพราะเบี้ยประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่จ่ายในแต่ละปี สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท รวมกับเบี้ยประกันชีวิตประเภทอื่น ๆ และเบี้ยประกันสุขภาพตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร

 

โดยเบี้ยประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่นำมาลดหย่อนภาษีได้ ต้องเป็นกรมธรรม์ที่มีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป หากมีการรับเงินคืนหรือเงินปันผลตอบแทนในระหว่างสัญญา ต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี ซึ่งกรมธรรม์ของประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ส่วนใหญ่มักถูกออกแบบมาให้เป็นไปตามเงื่อนไขนี้

 

 

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เหมาะกับใคร ?

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ก็เหมือนกับเครื่องมือการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ได้หมายความว่าเหมาะสมกับทุกคนเสมอไป เพราะการตัดสินใจว่า ควรเลือกทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์หรือไม่ ? จำเป็นต้องคิดทบทวนถึงเป้าหมายการเงินของแต่ละคน ร่วมกับความสามารถจ่ายเบี้ยประกันได้โดยไม่กระทบกับสุขภาพการเงิน ผ่านเช็กลิสต์ 3 ข้อต่อไปนี้

 

1. ตั้งเป้าหมายทางการเงินระยะกลางถึงระยะยาว ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เหมาะกับคนตั้งใจสร้างวินัยการเงินด้วยการวางแผนตั้งเป้าหมายการออมระยะกลางถึงระยะยาวและต้องการผลตอบแทนที่แน่นอน เช่น เก็บไว้เป็นทุนการศึกษาของลูก เก็บเงินเพื่อให้มีใช้ตอนเกษียณ หรืออยากมีเงินเก็บสักก้อนเอาไว้ต่อยอดในอนาคต ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์จึงไม่เหมาะกับคนที่ต้องการสร้างความมั่งคั่งในเวลาสั้น ๆ หรือคนที่ต้องการผลตอบแทนจำนวนมากจากการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง

 

2. มีสภาพคล่องทางการเงินที่ดี สามารถใช้จ่ายเงินสดในชีวิตประจำวันได้คล่องมือ มีทรัพย์สินที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ตลอดเวลา พร้อมสำหรับนำไปใช้จ่ายหรือใช้หนี้สินระยะสั้นได้ รวมถึงควรมีเงินสำรองเอาไว้เพื่อใช้ในยามฉุกเฉินได้อย่างน้อย 6 เดือน การมีสภาพคล่องที่สูงเช่นนี้ ถือเป็นหลักประกันที่ใช้ยืนยันได้ว่ามีสุขภาพการเงินดี สามารถจ่ายเบี้ยประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ได้จนครบสัญญา ในทางกลับกัน หากมีรายได้ไม่แน่นอน หรือมีภาระค่าใช้จ่ายสูง จะกลายเป็นความเสี่ยงทันที เพราะมีความเป็นไปได้สูงว่าจะไม่สามารถจ่ายเบี้ยประกันได้ต่อเนื่อง และอาจยกเลิกกรมธรรม์ก่อนถึงกำหนด

 

3. มีรายได้สูงและกำลังมองหาประกันเพื่อลดหย่อนภาษี คนทำงานที่มีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษีในอัตราสูง การทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์จะช่วยลดภาระภาษีได้อย่างคุ้มค่า เพราะให้ประโยชน์สองทาง คือได้ทั้งเงินออมเพื่ออนาคตและประหยัดภาษี หมายความว่า เป็นการย้ายเงินจากส่วนที่ต้องเสียภาษีโดยไม่ได้อะไรกลับคืนมา ไปเป็นเบี้ยประกันสำหรับเงินออมระยะยาวที่มีผลตอบแทนแน่นอนพร้อมรับการคุ้มครองชีวิต ตอบโจทย์คนที่กำลังมองหาเครื่องมือวางแผนภาษีที่เปลี่ยนรายจ่ายให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่มั่นคง เพื่อสร้างความมั่งคั่งในบั้นปลายชีวิต

 

สำหรับคนที่กำลังมองหา ‘ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์’ หรือ ‘ประกันเพื่อการออมเงินและลดหย่อนภาษี’ LIVE TO LIFE ขอแนะนำผลิตภัณฑ์ประกันของไทยประกันชีวิต พร้อมรับสิทธิพิเศษ ไทยประกันชีวิตฮอตไลน์ บริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินทางการแพทย์ ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี**

  • ไทยประกันชีวิต มันนี่ ฟิต เวลท์ตี้ 18/4 (มีเงินปันผล) เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสร้างวินัยการออม เพื่ออนาคตที่มั่นคง สมัครได้โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพและไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ ด้วยจำนวนเงินเอาประกันภัยเริ่มต้น 50,000 บาท รับเงินคืนระหว่างสัญญาทุกปี ตลอดสัญญารับเงินคืนขั้นต่ำ 418%* พร้อมโอกาสรับเงินปันผลเมื่อครบกำหนดสัญญา ให้คุ้มครองชีวิตสูงสุด 400%* ชำระเบี้ยฯ เพียง 4 ปี คุ้มครอง 18 ปี
  • ไทยประกันชีวิต มันนี่ ฟิต เวลท์ตี้ 12/6 (มีเงินปันผล) เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้ชีวิตในวันข้างหน้า เพราะการันตีรับเงินคืนระหว่างสัญญาทุกปี ตลอดสัญญารับเงินคืนขั้นต่ำ 632%* พร้อมโอกาสรับเงินปันผลเพิ่มเติม ช่วยออมเงินระยะยาว พร้อมได้รับความคุ้มครองชีวิตสูงสุด 600%* ชำระเบี้ยฯ เพียง 6 ปี คุ้มครอง 12 ปี

 

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

**สิทธิลดหย่อนภาษีเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

• ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดของกรมธรรม์ประกันภัยก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

 

 

อ้างอิง

  • ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. ออมเงินผ่านประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ดีอย่างไร. https://bit.ly/4aE3Qd5
  • ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. ประกันชีวิตแบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ. https://bit.ly/3Mo1eGe
  • สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย. การประกันชีวิต. https://bit.ly/3KKNWmO

SHARE

facebook
twitter
copy
Related articles / บทความที่เกี่ยวข้อง
Loading...