พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวงบจำกัด ซื้อประกันได้เล่มเดียว ! ตัดสินใจอย่างไรให้หมดห่วงอนาคตลูก

26 Feb 2026 - 3 mins read

Wealth / Money

Share

‘อนาคตของลูก’ คือเรื่องที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ห่วงมากที่สุด

 

โดยเฉพาะ ‘พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว’ ที่ต้องทำหน้าที่เสาหลักของครอบครัว เป็นทั้งพ่อและแม่ในคนเดียวกันเพื่อดูแลลูกรักให้ได้รับการเอาใจใส่อย่างดี

 

แต่ด้วยข้อจำกัดด้านการเงินที่บางคนมีรายได้เข้ามาทางเดียว ทำให้พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวต้องแบกรับความเสี่ยงและความกดดันเอาไว้กับตัวเองเพียงลำพัง หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่กระทบกับรายได้และสุขภาพ ย่อมส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงความมั่นคงในชีวิตและลูกรักที่กำลังเติบโต

 

‘การวางแผนทำประกัน’ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวมองข้ามไม่ได้ เพราะเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยถ่ายโอนความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงให้ครอบครัว อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความสบายใจให้พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวใช้ชีวิตกับลูกรักอย่างไร้กังวล โดยไม่ต้องพะวงถึงอนาคตที่ไม่แน่นอน

 

คำถามสำคัญที่ตามมาก็คือ พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีงบจำกัดเพียงพอให้ทำประกันได้เล่มเดียว ควรเลือกทำประกันอะไรก่อนดี ?

 

LIVE TO LIFE ชวนพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวมาหาคำตอบร่วมกันจากแนวทางการเลือกประกันที่ตอบโจทย์เงื่อนไขในชีวิตของแต่ละคนแบบลงดีเทล ! เพื่อวางแผนทำประกันให้ตรงใจพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวและคุ้มค่าที่สุด

 

 

สำรวจความกังวลของพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว

ก่อนวางแผนทำประกัน พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวทุกคนควรเริ่มต้นสำรวจความกังวลที่คอยรบกวนใจตัวเองก่อนเป็นลำดับแรก เพราะผลลัพธ์ที่ได้จะช่วยให้พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวเลือกทำประกันได้คุ้มค่าและสอดคล้องกับความต้องการมากขึ้น

 

อ่านข้อความทั้ง 9 ข้อให้ครบถ้วน แล้วเลือกข้อความเพียง 3 ข้อที่ตรงกับความกังวลใจมากที่สุดในตอนนี้ จากนั้นดูผลลัพธ์ที่ได้

___ [1] เหนื่อยแค่ไหนก็ต้องสู้ เพราะตั้งใจทำหน้าที่พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวให้ดีที่สุด ถึงป่วยก็ต้องทำงาน ไม่ได้หยุดพัก เพราะมีรายจ่ายมากมายรออยู่

___ [2] หากชีวิตพลิกผัน ตกงานขาดรายได้ หรือล้มป่วยหนัก ไม่ได้ลำบากแค่ตัวเอง แต่ลูกและคนอื่น ๆ ที่พึ่งพาเรา จะลำบากตามไปด้วย

___ [3] สมมุติว่าต้องนอนโรงพยาบาล 7 วัน สิ่งที่ทำให้เครียดกว่าอาการป่วยคือ รายได้ที่ขาดหายไประหว่างพักรักษาตัว

___ [4] หาเงินมาได้มากเท่าไหร่ ก็หมดไปกับค่ารักษาพยาบาลของลูก เพราะลูกยังเล็กและป่วยบ่อย จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ในงบที่ตั้งไว้

___ [5] ลูกไม่แข็งแรง มีปัญหาสุขภาพมาตลอด ทำให้คิดไม่ตกอยู่บ่อย ๆ ว่า ถ้าลูกป่วยหนักจนต้องนอนโรงพยาบาลหลายวัน จะหาเงินจากไหนมาเป็นค่ารักษา 

___ [6] คิดถึงแต่เรื่องลูก ยังไม่พร้อมถ้ามีเหตุให้ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ เพราะไม่มีเงินเก็บ ไม่มีเงินสำรองฉุกเฉิน หรือมีน้อยมาก ไม่พอให้ใช้จ่ายได้นานต่อเนื่องถึง 6-12 เดือน

___ [7] ตั้งเป้าหมายเรื่องการศึกษาของลูกไว้ชัดเจน แต่รู้สึกกดดันตัวเองที่ต้องพยายามสานฝันและทำตามเป้าหมายให้สำเร็จ

___ [8] เหตุผลเดียวที่ทุ่มเททำงานหาเงินให้ได้มาก ๆ เพราะวาดฝันอนาคตไว้ว่า อยากสร้างความมั่งคั่งในชีวิตเพื่อส่งต่อเป็นมรดกให้ลูก

___ [9] เป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีอายุห่างจากลูกมากกว่า 35 ปี ลูกเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ตัวเองแก่ลง จึงกังวลอนาคตของลูกมากกว่าเรื่องไหน ๆ

 

หลังจากเลือกข้อความ 3 ข้อที่ตรงกับความกังวลใจมากที่สุดในตอนนี้ได้แล้ว ให้แปลผลข้อความตามเกณฑ์ต่อไปนี้ โดยดูว่าจำนวนข้อความที่เลือกไว้ จัดอยู่ในกลุ่มใดเยอะที่สุด

  • เลือกกลุ่มข้อความที่ 1-3 เยอะที่สุด = พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวกังวลเรื่องสุขภาพตัวเอง
  • เลือกกลุ่มข้อความที่ 4-6 เยอะที่สุด = พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวกังวลเรื่องสุขภาพลูก
  • เลือกกลุ่มข้อความที่ 7-9 เยอะที่สุด = พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวกังวลเรื่องอนาคตลูก

 

หากเลือกข้อความคละกลุ่มกันอย่างละ 1 ข้อ ให้จัดอันดับข้อความ 3 ข้อที่เลือกไว้ และคิดทบทวนอีกครั้งว่ารู้สึกกังวลใจข้อไหนมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง นั่นคือผลลัพธ์สุดท้ายที่เป็นคำตอบยืนยันให้พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีงบจำกัดเพียงพอทำประกันได้เล่มเดียว รู้ว่าควรเลือกทำประกันอะไรก่อน เพื่อถ่ายโอนความเสี่ยงและคลี่คลายความกังวลใจ ซึ่งแบ่งได้เป็น 3 กรณี ดังนี้

 

 

กรณีที่ 1

พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวที่กังวลเรื่องสุขภาพตัวเอง

สำหรับพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพราะต้องสร้างความมั่นคงให้ตัวเองและลูกรัก สิ่งสำคัญที่ต้องตระหนักถึงเสมอก็คือ ความเสี่ยงที่น่ากังวลที่สุดไม่ได้อยู่ที่ลูก แต่อยู่ที่ตัวคนเป็นพ่อเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวเอง หากมีเหตุที่ทำให้พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล ปัญหาที่ตามมาไม่ใช่แค่ค่ารักษาพยาบาลที่แสนแพงซึ่งต้องจ่ายเองทั้งหมด แต่ยังขาดรายได้จากการหยุดงานระหว่างพักรักษาตัวสำหรับคนที่มีธุรกิจหรือเป็นฟรีแลนซ์ หรือในกรณีที่รุนแรงกว่านั้น หากถึงขั้นเป็นโรคร้ายแรง เงินเก็บที่ตั้งใจสะสมมาทั้งหมดอาจหายไปกับค่าหมอในพริบตา

 

ในเมื่อตัวเองคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของลูก พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวสายสตรองที่ทำงานหนัก จึงควรเลือกทำ ‘ประกันสุขภาพให้ตัวเอง’ ก่อน เน้นแบบเหมาจ่ายวงเงินสูงครอบคลุมอาการเจ็บป่วยและโรคต่าง ๆ ที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการทำงานและการใช้ชีวิตกับลูก เพื่อสร้างความมั่นใจว่าสามารถเข้าถึงการรักษาที่ดีที่สุด ร่างกายจะได้กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม โดยไม่ต้องเอาเงินเก็บส่วนตัวมาจ่าย

 

นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดอื่น ๆ ที่ต้องพิจารณาร่วมด้วย เช่น ควรเลือกทำประกันสุขภาพที่มีการชดเชยรายวัน เพราะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงที่ขาดรายได้จากการทำงาน รวมถึงความคุ้มครองโรคร้ายแรงที่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในการเยียวยารักษาอย่างต่อเนื่อง

 

 

กรณีที่ 2

พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวที่กังวลเรื่องสุขภาพลูก

คนเป็นพ่อเป็นแม่ ย่อมมองว่าลูกคือทุกสิ่งทุกอย่าง สำหรับพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูกป่วยบ่อย ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง ย่อมอยากให้ลูกได้รับการดูแลรักษาอย่างดีที่สุด เท่ากับรายจ่ายจำนวนมากที่พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวต้องรับผิดชอบเต็มจำนวน ขณะเดียวกันความเจ็บป่วยของลูกรักยังมีค่าใช้จ่ายแฝงอื่น ๆ ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่หลายคนไม่คาดคิดมาก่อน เช่น พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องหยุดงานหรือธุรกิจมาเฝ้าไข้ ทำให้เสียรายได้และวันลา

 

หากความกังวลของพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวเป็นเรื่องสุขภาพของลูกรัก ถ้ากลัวลูกป่วยจนหมุนเงินหาค่ารักษาไม่ทัน ควรเลือกทำ ‘ประกันสุขภาพให้ลูก’ เพราะเป็นหนทางที่ช่วยตัดความกังวลใจได้ดีที่สุด โดยพิจารณาเลือกแบบประกันสุขภาพสำหรับเด็กที่เหมาะสมกับอาการเจ็บป่วยที่ลูกเป็นบ่อย เช่น ป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปให้หมอดูอาการแล้วรับยามากินที่บ้านก็หายดี แนะนำให้เน้นวงเงินผู้ป่วยนอก (OPD) เพื่อครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลและค่ายาโดยไม่ต้องนอนค้างคืนที่โรงพยาบาล

 

แต่ถ้าลูกยังเล็ก หรืออยู่ในวัยเพิ่งเข้าเรียน ยิ่งมีความเสี่ยงจะได้รับเชื้อโรคจากเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนกลับมาป่วยที่บ้าน โดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่ และโรคมือเท้าปาก หรือ RSV ซึ่งการนอนโรงพยาบาลแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ควรเลือกประกันสุขภาพที่มีวงเงินผู้ป่วยใน (IPD) สูง เพื่อไม่ให้กระทบกับเงินในกระเป๋าและสภาพคล่องของพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว

 

 

กรณีที่ 3

พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวกังวลเรื่องอนาคตลูก

สำหรับพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีอายุห่างจากลูกค่อนข้างเยอะ แล้วทั้งคู่ไม่มีปัญหาหรือความเสี่ยงด้านสุขภาพใด ๆ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าถึงวันที่ต้องจากกันจริง ๆ ลูกจะอยู่ต่อไปอย่างไร ?

 

เป็นความกังวลถึงอนาคตที่ลูกต้องใช้ชีวิตให้ได้ด้วยตัวเอง เพราะพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวมีแต่จะแก่ลงทุกวัน ไม่อาจอยู่ดูแลลูกไปได้ตลอด กลัวว่าหากไม่อยู่แล้วลูกจะลำบาก ควรเลือกทำ ‘ประกันชีวิต’ ได้ทั้งแบบตลอดชีพที่เน้นทุนประกันสูง เพื่อส่งต่อเป็นมรดกให้ลูกรัก และแบบบำนาญ ซึ่งตอบโจทย์พ่อแม่ที่ต้องการวางแผนเกษียณไปพร้อมกับสร้างหลักประกันไว้เป็นทุนทรัพย์ให้ลูกมีเงินก้อนใช้ในอนาคต

 

นอกจากทำประกันชีวิตเพื่อเตรียมเงินก้อนในรูปแบบมรดกแล้ว สิ่งที่ลืมไม่ได้คือการสร้างความคุ้มครองที่ครอบคลุมไปถึงความทุพพลภาพ เพื่อไม่ให้ภาระในการดูแลตกอยู่ที่ลูก การเลือกซื้อสัญญาเพิ่มเติมประเภท ค่าชดเชยรายได้หรือความคุ้มครองโรคร้ายแรง จะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่ช่วยดูแลค่าใช้จ่ายในยามวิกฤตแทนลูก เพื่อให้ลูกใช้ชีวิตและทำตามความฝันของตัวเองได้ โดยไม่ต้องทิ้งอนาคตมาแบกรับภาระการเงินจากการเจ็บป่วยของพ่อแม่

 

สำหรับพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติม เพื่อเลือกทำประกันให้เหมาะสมและครอบคลุมทุกความเสี่ยงที่กังวลใจ เพราะการเลือกประกันเพียงเล่มเดียวในงบที่จำกัดไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว LIVE TO LIFE แนะนำให้ติดต่อสอบถามเพื่อรับคำปรึกษาจากตัวแทนไทยประกันชีวิตที่พร้อมจะเคียงข้างและช่วยคุณวางแผนอย่างมืออาชีพ ผ่านทางเว็บไซต์ www.thailife.com หรือ โทร. 1124

 

คลิกเพื่อดูวิดีโอสั้น
พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวงบจำกัด ควรซื้อประกันอะไรก่อนดี ?

บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อให้ความรู้และเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเบื้องต้นเท่านั้น ผู้สนใจควรศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

SHARE

facebook
twitter
copy
Related articles / บทความที่เกี่ยวข้อง
Loading...