

อยากมีเงินหมื่นใช้ทุกเดือนหลังเกษียณ ต้องวางแผนทำประกันบำนาญอย่างไร ?
Wealth / Money
18 Mar 2026 - 3 mins read
Wealth / Money
SHARE
18 Mar 2026 - 3 mins read
หลังเกษียณอายุ คุณมีเงินเพียงพอให้ใช้ชีวิตต่อไปได้อีกอย่างน้อย 20 ปีหรือไม่ ?
ลองนึกภาพชีวิตเมื่อวันนั้นมาถึง คุณตื่นเช้าอย่างเคยแต่ไม่ต้องรีบร้อนออกจากบ้านไปออฟฟิศ ไม่ต้องเสียเวลานาน ๆ อยู่บนถนนที่รถติด ไม่ต้องแบกรับแรงกดดันจากงานที่เคร่งเครียดอีกต่อไป กลายเป็นว่า คุณจะได้ใช้ชีวิตช้า ๆ ในแบบที่ต้องการ นี่คงจะเป็นภาพฝันที่ใครหลายคนอยากให้เป็นจริง
แต่คำถามสำคัญที่ตามมาก็คือ ในเมื่อไม่ได้ทำงานประจำและไม่มีเงินเดือน คุณจะเอาเงินจากไหนมาใช้ชีวิตหลังเกษียณอายุ ?
ยิ่งไปกว่านั้น คนไทยในปัจจุบันเสี่ยงติดกับดัก ‘อายุยืนแต่เงินหมด’ เพราะคนไทยมีอายุยืนมากขึ้นถึง 80 ปี แต่เกณฑ์เกษียณอายุยังคงอยู่ที่ 60 ปี นั่นหมายความว่า ทุกคนมีเวลา ‘ใช้เงิน’ หลังเกษียณนานขึ้น ในขณะที่มีเวลา ‘หาเงิน’ ก่อนถึงวัยเกษียณเท่าเดิม หรือน้อยกว่าเดิมหากไม่ได้วางแผนเกษียณอย่างจริงจังตั้งแต่เนิ่น ๆ
‘ประกันบำนาญ’ จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม เพราะทำให้มีเงินใช้หลังเกษียณโดยไม่ต้องกังวลว่าตัวเองจะลำบากตอนบั้นปลายชีวิต
LIVE TO LIFE จึงอยากชวนทุกคนเริ่มต้นวางแผนเกษียณตั้งแต่วันนี้ด้วยเทคนิคการเลือกประกันบำนาญให้ตอบโจทย์ชีวิต เพื่อเป้าหมายมีเงินหมื่นใช้ทุกเดือนหลังเกษียณ
ประกันบำนาญคืออะไร ?
หลายคนมักจะสับสนระหว่าง ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ กับ ประกันบำนาญ ถึงแม้ว่าจะให้ความสำคัญกับการออมเงินเหมือนกัน แต่จุดประสงค์และรูปแบบการจ่ายเงินนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เพราะ ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เน้นการออมระยะสั้นถึงระยะกลางที่มีเงินคืนระหว่างสัญญาและจะได้รับเงินก้อนเมื่อครบกำหนด พร้อมกับใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปีเท่านั้น
ส่วน ประกันบำนาญ (Pension Insurance หรือ Annuity Insurance) เน้นการออมระยะยาวเพื่อการเกษียณ โดยมีเงื่อนไขทั่วไปว่า ต้องส่งเบี้ยประกันในช่วงที่ยังมีรายได้ และใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 300,000 บาทต่อปี เช่น ส่งเบี้ยประกันจนถึงอายุ 55 หรือ 60 ปี หลังจากนั้นเมื่อก้าวเข้าสู่วัยเกษียณตามที่ระบุในกรมธรรม์ บริษัทประกันจะจ่ายเงินคืนให้เป็นงวด ๆ อาจเป็นแบบรายเดือนหรือรายปี จนกว่าจะถึงอายุครบกำหนด เช่น 85 หรือ 90 ปี
อธิบายอย่างเข้าใจง่ายที่สุดได้ว่า การทำประกันบำนาญเปรียบได้กับการเก็บเงินให้ตัวเองในอนาคต โดยมีบริษัทประกันเป็นผู้ดูแลและจัดการเงินก้อนที่เราสะสมเอาไว้ให้กลับคืนสู่เราอีกครั้งหลังเกษียณ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เราต้องการเงินมากที่สุด สำหรับใช้จ่ายเพื่อดูแลตัวเอง
สำหรับข้อได้เปรียบหรือจุดเด่นที่ทำให้ประกันบำนาญเป็นตัวช่วยที่ตอบโจทย์การวางแผนเงินวัยเกษียณ แบ่งออกได้เป็น 3 ข้อ ดังนี้
- การันตีจำนวนเงินคืนที่แน่นอน เพราะในกรมธรรม์ของประกันบำนาญจะระบุตัวเลขเงินคืนเอาไว้อย่างชัดเจนทำให้รู้ล่วงหน้าว่า เมื่ออายุครบกำหนดถึงวัยเกษียณ จะได้รับเงินคืนเป็นรายปีหรือรายเดือน และจะได้รับเงินคืนไปจนถึงอายุที่กำหนด ซึ่งแตกต่างจากการลงทุนในเครื่องมือการเงินที่มีความเสี่ยงสูงรูปแบบอื่น ๆ เช่น หุ้น หรือกองทุน ที่ปีนี้อาจจะได้กำไร แต่ปีต่อไปอาจจะขาดทุน
- เป็นหลักประกันรายได้ก้อนสุดท้าย เพราะชีวิตคือความไม่แน่นอน หากมีเหตุทำให้เงินออมที่เก็บไว้ในส่วนอื่น ๆ หมดไป การทำประกันบำนาญจะช่วยเปลี่ยนความกังวลเรื่องเงินไม่พอใช้ให้เป็นความอุ่นใจ เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ที่ได้ทำเอาไว้ก่อนหน้า จะยังมีเงินบำนาญโอนเข้าบัญชีอย่างตรงเวลาเสมอ
- ให้ความคุ้มครองกรณีสูญเสีย หากเจ้าของประกันบำนาญเสียชีวิตไปก่อนที่จะได้รับเงินคืนครบตามจำนวนที่กรมธรรม์การันตี เช่น การันตีจ่ายเงินคืน 15 ปี แต่กลับเสียชีวิตในปีที่ 5 เงินส่วนที่เหลือจะถูกส่งต่อให้กับผู้รับผลประโยชน์หรือทายาทต่อไป หมายความว่า เงินทุกบาทที่ทำประกันบำนาญย่อมไม่สูญเปล่า
หัวใจสำคัญของประกันบำนาญ จึงเป็นการสร้างหลักประกันรายได้ที่สม่ำเสมอและต่อเนื่องหลังเกษียณอายุ เพื่อให้มีเงินใช้จ่ายพื้นฐานเพียงพอและลดความเสี่ยงจากการมีอายุยืนยาวเกินเงินออมนั่นเอง
ประกันบำนาญเหมาะกับใคร ?
คำตอบที่ตรงและจริงใจที่สุดก็คือ ทุกคนที่ไม่อยากลำบากตอนแก่ หรือ ใครก็ตามที่อยากมีความมั่นคงในบั้นปลายชีวิตหลังเกษียณ โดยเฉพาะหากเป็นคนใน 5 กลุ่มนี้ ยิ่งควรวางแผนเกษียณด้วยประกันบำนาญอย่างเร่งด่วน
1. กลุ่มคนโสดและคนที่ไม่มีลูกหลาน สำหรับคนที่มั่นใจแล้วว่าจะครองโสด และคู่รัก DINK ที่ตัดสินใจว่าจะไม่มีลูกด้วยกัน รวมถึงคนที่มีลูกหลานแต่ไม่อยากเป็นภาระให้ลูกหลานต้องลำบากแบกรับค่าใช้จ่ายในวันที่ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นทุกวัน การวางแผนทำประกันบำนาญจะทำให้มีกระแสเงินสดเป็นบวก คือมีเงินเข้ามาตลอด ช่วยให้ใช้ชีวิตและการดูแลตัวเองได้อย่างสะดวกและมีอิสระมากขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร
2. กลุ่มคนที่เก็บเงินเองไม่อยู่ หากเป็นคนประเภทใช้เงินเดือนชนเดือน ทำงานได้เงินมาเท่าไหร่ ก็ใช้จ่ายจนไม่เหลือให้เก็บออม เสี่ยงลำบากในช่วงบั้นปลายชีวิตได้ ควรพิจารณาทำประกันบำนาญ เพราะเป็นวิธีบังคับออมที่ช่วยสร้างวินัยทางการเงิน ซึ่งไม่เพียงช่วยให้มีเงินเก็บจำนวนมาก แต่ยังช่วยเก็บเงินส่วนนี้เอาไว้ในที่ที่ปลอดภัยจากการดึงออกมาใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ทำให้มีเงินเพียงพอให้ใช้จ่ายอย่างจำเป็นหลังเกษียณอายุ
3. กลุ่มคนทำงานที่ไม่มีระบบบำนาญรองรับหลังเกษียณ โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้เป็นข้าราชการและไม่ได้อยู่ในระบบบำนาญของรัฐ เช่น ฟรีแลนซ์ และพนักงานเอกชนที่ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือส่งเงินสมทบรวมกันน้อยกว่า 180 เดือน (15 ปี) ก่อนอายุ 55 ปี หากไม่ได้วางแผนเกษียณตั้งแต่ช่วงที่ยังมีรายได้ จะยิ่งเสี่ยงประสบปัญหาทางการเงิน การทำประกันบำนาญจึงช่วยให้มีเงินใช้ต่อเนื่องในบั้นปลายชีวิต
4. คนทำงานที่มีฐานภาษีสูง โดยเฉพาะคนทำงานและเจ้าของธุรกิจที่มีรายได้สูงจนต้องเสียภาษีฐาน 20% ขึ้นไป ควรทำประกันบำนาญเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอีก 200,000 บาทต่อปี เพิ่มเติมจากประกันชีวิตที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ 100,000 บาทต่อปี ประกันบำนาญไม่เพียงช่วยประหยัดภาษีแต่เป็นหนทางจัดการภาษีควบคู่กับการวางแผนเกษียณได้อย่างคุ้มค่า เพราะเปลี่ยนจากเงินภาษีที่ควรจะต้องจ่ายให้รัฐ เป็นเบี้ยประกันในรูปแบบเงินออมบำนาญให้ตัวเองในอนาคตแทน
5. คนที่ลงทุนไม่เก่ง หรือรับความเสี่ยงได้ต่ำ สำหรับคนที่เน้นชัวร์ ไม่เน้นเสี่ยง หรือรู้สึกว่าการลงทุนในหุ้นและความผันผวนของตลาดเป็นเรื่องน่าปวดหัว ประกันบำนาญคือเครื่องมือที่เข้ามาช่วยปิดจุดอ่อนเหล่านั้นได้ดีที่สุด ป้องกันความผิดพลาดจากการตัดสินใจ เพราะให้ผลตอบแทนคงที่ การันตีเงินจ่ายคืนที่แน่นอนตามสัญญา จึงปลอดภัยกว่าการลงทุนหลายประเภท
ส่วนคนที่ยังลังเลว่าควรทำประกันบำนาญหรือยัง ? ให้ถามตัวเองอย่างตรงไปตรงมาว่า “ถ้าพรุ่งนี้ไม่ได้ทำงาน ยังจะมีเงินให้ใช้จ่ายทุกเดือนอย่างสบายใจหรือไม่ ?” หากคำตอบที่ได้ยังไม่ชัดเจน นั่นคือสัญญาณเตือนให้เริ่มวางแผนประกันบำนาญตั้งแต่วินาทีนี้
เทคนิคทำประกันบำนาญ
ให้มีเงินหลักหมื่นใช้ทุกเดือนหลังเกษียณ
ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การทำประกันบำนาญให้มีเงินหมื่นใช้ทุกเดือนนั้นต้องอาศัยการคำนวณและการวางแผนมาอย่างดีดี LIVE TO LIFE แนะนำเทคนิคที่ควรรู้ สำหรับเลือกทำประกันบำนาญให้ตอบโจทย์ชีวิตบั้นปลาย เพื่อเป้าหมายมีเงินหมื่นใช้ทุกเดือนหลังเกษียณ
1. คำนวณหาจำนวนเงินที่ต้องการใช้จ่ายในวัยเกษียณ สมมติต้องการใช้เดือนละ 23,000 บาทหลังเกษียณ สิ่งที่ต้องรู้และคำนวณต่อคือแหล่งที่มาของเงินและจำนวนเงินที่ยังขาดอยู่ เช่น
- ได้รับเงินบำนาญรายเดือนจากประกันสังคมกรณีที่ส่งครบตามเกณฑ์ 6,000 บาท
- ได้รับเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/RMF ต่อเดือนอีก 5,000 บาท
ส่วนที่ขาดอีก 12,000 บาท คือจำนวนเงินที่ต้องวางแผนทำประกันบำนาญเพื่อเติมเต็มให้ครบถ้วน
2. เลือกระยะเวลาจ่ายเบี้ยประกันบำนาญให้สอดคล้องกับกระแสเงินสด ประกันบำนาญเป็นเครื่องมือวางแผนเกษียณที่ยืดหยุ่นสูง เพราะมีรูปแบบการจ่ายหรือชำระเบี้ยฯ ที่หลากหลายตอบโจทย์ความต้องการแต่ละคน ทั้งจ่ายครั้งเดียว จ่ายระยะสั้น เช่น จ่ายในกรอบเวลา 5 ปี หรือ 10 ปี หรือจ่ายระยะยาว เช่น จ่ายไปจนถึงอายุ 60 ปี
- คนที่มีรายได้สูงและมีความมั่นคงทางการเงิน ควรเลือกจ่ายระยะสั้น เพราะช่วยประหยัดภาษีได้สูง พร้อมกับจ่ายเบี้ยประกันให้ครบกำหนดได้ไว
- คนที่มีรายจ่ายเยอะหรือมีภาระต้องรับผิดชอบในทุก ๆ เดือน ควรเลือกจ่ายระยะยาว เพื่อไม่ให้กระทบกับสภาพคล่องและสุขภาพการเงินในปัจจุบัน
- คนที่เริ่มทำงานได้ไม่นานแต่ต้องการวางแผนเกษียณตั้งแต่เนิ่น ๆ ควรเลือกจ่ายระยะยาว ยิ่งมีระยะเวลาส่งเบี้ยฯ นาน เบี้ยฯ ต่อปีก็จะถูกลงไม่สูงจนเกินไป ทำให้จ่ายได้อย่างสบายใจ
3. ตรวจสอบอายุที่รับบำนาญหรืออายุที่สิ้นสุดสัญญา เพราะคนทำประกันบำนาญแต่ละคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน บางคนอยากเกษียณเร็วตอนอายุ 55 ปี ควรเลือกแบบประกันบำนาญที่เริ่มจ่ายเงินคืนตั้งแต่ 55 ปี แต่อาจต้องแลกมาด้วยข้อจำกัดเรื่องการจ่ายเบี้ยประกันที่สูงขึ้น อีกจุดสำคัญต้องดูให้แน่ชัด คือ ระยะเวลาจ่ายบำนาญไปถึงอายุเท่าไหร่ ซึ่งมีหลากหลาย ทั้งที่จ่ายถึงอายุ 85 ปี 90 ปี หรือแม้แต่ 99 ปี แนะนำว่าควรเลือกแบบประกันบำนาญที่ครอบคลุมถึงอายุ 85-90 ปี เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เงินหมดก่อน
4. เลือกบริษัทประกันที่มีความมั่นคงสูง แม้ประกันบำนาญจะไม่ใช่เครื่องมือที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด แต่หัวใจสำคัญคือความมั่นคงที่แน่นอน เพราะมีความเสี่ยงต่ำ ควรเลือกบริษัทประกันที่มีความมั่นคงทางการเงินสูง มีชื่อเสียง และมีระบบการบริการที่ดี เพื่อความสบายใจ เพราะการทำประกันบำนาญเหมือนการฝากความหวังทั้งชีวิตให้บริษัทประกันเป็นผู้ดูแลและบริหารเงินก้อนที่เราสะสมไว้ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าที่สุด
5. ไม่จำเป็นต้องซื้อกรมธรรม์แผนวงเงินสูงทีเดียว หากยังไม่พร้อมจะทำประกันบำนาญทุนประกันหลักล้านเพื่อรับเงินเดือนละหมื่นในคราวเดียว เพราะเบี้ยประกันอาจจะสูงเกินไป ให้ใช้วิธีที่ดีกว่า คือ ค่อย ๆ ซื้อเพิ่ม เช่น
- ปีที่ 1 ทำประกันบำนาญเล่มแรกเพื่อให้ได้บำนาญเดือนละ 2,000 บาท
- ปีที่ 3 เมื่อรายได้เพิ่มขึ้น ทำประกันบำนาญเล่มที่สองเพิ่มอีก ให้ได้บำนาญเดือนละ 3,000 บาท
ทำประกันบำนาญเช่นนี้เพิ่มไปเรื่อย ๆ จนครบเป้าหมายได้เงินบำนาญถึงหลักหมื่นต่อเดือน เทคนิคนี้ช่วยให้ไม่ต้องแบกรับเบี้ยประกันเกินกำลังตัวเอง โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่นาน และได้รับเงินเดือนน้อยในช่วงแรก
สำหรับคนที่สนใจทำประกันบำนาญแต่ยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติม LIVE TO LIFE แนะนำ ประกันเพื่อชีวิตหลังเกษียณของไทยประกันชีวิต ซึ่งมีแผนให้เลือกหลากหลาย ตอบทุกโจทย์ความต้องการของชีวิตคนไทย สามารถติดต่อสอบถามเพื่อรับคำปรึกษาจากตัวแทนไทยประกันชีวิตที่พร้อมจะเคียงข้างและช่วยคุณวางแผนอย่างมืออาชีพ ผ่านทางเว็บไซต์ www.thailife.com หรือ โทร. 1124
คลิกเพื่อดูวิดีโอสั้น
ซื้อประกันบำนาญยังไงให้มีเงินใช้หลักหมื่นทุกเดือนหลังเกษียณ ?
บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อให้ความรู้และเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเบื้องต้นเท่านั้น ผู้สนใจควรศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
อ้างอิง
- ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. การวางแผนเกษียณด้วยประกันแบบบำนาญ. https://bit.ly/4rw6CG4
