เปิดโลกการลงทุน ‘เงินแท่ง’ สินทรัพย์ทางเลือกใหม่ โอกาสสร้างความมั่งคั่งเมื่อราคาทองผันผวน

31 Oct 2025 - 4 mins read

Wealth / Money

Share

คนที่เตรียมตัวพร้อมกว่าใคร มักคว้าโอกาสสร้างความมั่งคั่งเอาไว้ได้เสมอ

 

เหมือนสำนวนไทยโบราณที่บอกว่า ‘น้ำขึ้นให้รีบตัก’ เพราะโอกาสดี ๆ เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก หากพลาดไปแล้ว ย่อมไม่มีทางล่วงรู้ได้ว่า ต้องรอคอยอีกนานแค่ไหน กว่าจะได้รับโอกาสนั้น หรืออาจเป็นเรื่องน่าเสียดายยิ่งกว่า หากโอกาสที่ใครหลายคนอยากไขว่คว้า กลับไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก

 

เช่นเดียวกับโอกาสด้านการลงทุนในปัจจุบัน ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงราคาทองคำ จนเกิดปรากฏการณ์ New All-Time High หรือ ราคาทองคำทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ ให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 43.48% สูงสุดในรอบ 46 ปี นับจากปี พ.ศ. 2522 ก่อนที่ราคาทองคำจะค่อย ๆ ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นวิกฤตความเสี่ยงให้คนที่คิดจะลงทุนทองคำในช่วงนี้ เกิดความกังวลว่าจะขาดทุนหรือเสียโอกาสทำกำไร

 

แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสใหม่เกิดขึ้นเสมอ เพราะว่า ‘แร่เงิน’ หรือ ‘เงินแท่ง’ กำลังเป็นดาวเด่นดวงใหม่ในโลกการลงทุนที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในฐานะสินทรัพย์ทางเลือกที่ใช้สร้างความมั่งคั่งในอนาคตได้

 

เพื่อสร้างโอกาสด้านการลงทุน LIVE TO LIFE จึงอยากชวนทุกคนเตรียมความพร้อมด้วยข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับเงินแท่ง และทำความเข้าใจเหตุผลที่ไม่ควรมองข้ามโลหะวาววับแท่งนี้

 

 

เงินแท่ง คือ อะไร ?

ทำความเข้าใจความต่างของเงินแท่งกับเครื่องเงิน

ถึงแม้จะเรียกว่า ‘เงิน’ และนับเป็น ‘เงินแท้’ เหมือนกัน แต่เงินแท่ง (Silver Bullion) มีจุดเด่นสำคัญที่สร้างมูลค่าได้แตกต่างจากเครื่องเงินแท้ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง นั่นคือ เปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์

 

สัดส่วนที่เป็นมาตรฐานสากลและเป็นที่ยอมรับตรงกันทั่วโลกของเครื่องประดับและเครื่องใช้ที่ผลิตจากเงินแท้ จะต้องมีความบริสุทธิ์เท่ากับ 92.5% หมายความว่า ประกอบด้วยแร่เงิน 92.5% และโลหะอื่น ๆ เช่น ทองแดง และสังกะสี รวมกันไม่เกิน 7.5% เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความทนทาน ช่วยให้ขึ้นรูปและคงรูปเครื่องเงินได้สวยงามโดยไม่แตกหักหรืององ่ายเกินไปเท่านั้น เครื่องเงินแท้จึงมีชื่อเรียกตามเปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์ว่า 925 Sterling Silver

 

ส่วน ‘เงินแท่ง’ คือแร่เงินบริสุทธิ์สูงที่ถูกหลอมขึ้นรูปใหม่เป็นแท่งตามน้ำหนักที่กำหนด เช่น 1 กิโลกรัม, 1 ออนซ์ (ประมาณ 31.1 กรัม) และ 1 บาท (ประมาณ 15.2 กรัม) ทำให้มีเปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์ไม่น้อยไปกว่า 99.90% จึงมีชื่อเรียกเฉพาะว่า 999 Fine Silver

 

เหตุผลที่เงินแท่งจำเป็นต้องมีความบริสุทธิ์สูง เพื่อใช้เป็น สินทรัพย์สำหรับเก็บรักษามูลค่า (Store of Value) ของเงินได้ในระยะยาวเช่นเดียวกับทองคำ หมายความว่า เมื่อเวลาผ่านไป มูลค่าของเงินแท่งในอนาคตที่แลกเปลี่ยนกลับมาเป็นเงินตรา ย่อมเพิ่มสูงขึ้นมากกว่ามูลค่าในปัจจุบันและอดีต เช่น เงินแท่งน้ำหนัก 1 บาท ปีที่แล้วเคยมีมูลค่า 500 บาท แต่ในปีนี้กลับมีมูลค่าเพิ่มเป็น 830 บาท ส่วนมูลค่าในปีหน้าและปีถัด ๆ ไป ย่อมมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 830 บาท

 

 

เงินแท่ง สำคัญอย่างไร ?

สำรวจจุดเปลี่ยนที่ทำให้เงินแท่งโดดเด่นในโลกการลงทุน

ต้องเข้าใจก่อนว่า เงินแท่งในโลกของการลงทุนไม่ใช่เรื่องใหม่ เพียงแต่ก่อนหน้านี้ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าทองคำแท่ง เพราะมูลค่าของเงินแท่งยังไม่สูงเท่าไหร่ โอกาสทำกำไรจากการลงทุนจึงอยู่ในวงจำกัด ไม่ได้แพร่หลายเหมือนตลาดทองคำ แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่พลิกโฉมเงินแท่งให้ขึ้นแท่นเป็นดาวเด่นดวงใหม่ในโลกการลงทุนที่ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ คือ ความผันผวนของราคาทองคำที่ทำสถิติสูงสุดในปีนี้ ทำให้ราคาเงินแท่งพุ่งขึ้นสูงตามไปด้วย

(อัตราแลกเปลี่ยนและมูลค่าที่เห็นในภาพ รวมถึงตัวอย่างในเนื้อหาบทความ ไม่ใช่ข้อมูล ณ ปัจจุบัน
แนะนำให้ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนและมูลค่าด้วยตนเอง
ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือสถาบันการเงินที่ต้องการใช้บริการ)

 

ประกอบกับความต้องการแร่เงินที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่ปี โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ รวมถึงอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดที่จำเป็นต้องใช้แร่เงินจำนวนมหาศาลเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น แผงวงจร ไมโครชิป สมาร์ทโฟน ยานยนต์ไฟฟ้า และแผงโซลาร์เซลล์ ทำให้มูลค่าแร่เงินเพิ่มสูงขึ้นตามกลไกตลาด

 

และมีแนวโน้มว่าแร่เงินจะมีมูลค่าสูงขึ้นอีก เพราะกำลังการผลิตและสกัดแร่เงินในปัจจุบันยังทำได้จำกัด ซึ่งไม่เพียงพอกับความต้องการใช้งาน ทำให้แร่เงินอยู่ในระดับขาดดุลความต้องการต่อเนื่องถึง 5 ปีติดต่อกัน หลายประเทศอย่างจีนและสหรัฐอเมริกา จึงยกระดับโลหะเงินเป็นแร่เชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ ยิ่งส่งผลให้แร่เงินมีมูลค่ามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

   n

มูลค่าที่เพิ่มขึ้นของแร่เงิน กลายเป็นจุดแข็งที่สร้างความได้เปรียบให้เงินเป็นสินทรัพย์ทางเลือกรูปแบบหนึ่งที่นักลงทุนใช้สร้างความมั่งคั่งในอนาคตเหมือนกับทองคำได้ ซึ่งจุดร่วมที่เงินและทองคำมีเหมือนกัน คือ

 

1. เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven Asset) เหมาะสำหรับใช้ถือครองเพื่อรักษาหรือเพิ่มมูลค่าในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจเกิดการผันผวนหนักหรือเกิดภาวะเงินเฟ้อสูง และช่วยลดความเสี่ยงในกรณีมูลค่าเงินลดลงตามกาลเวลา เพราะเงินแท่งเป็นโลหะที่มีมูลค่าในตัวเอง ซึ่งไม่ได้ลดลงเหมือนเงินสด

 

2. เป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้ (Tangible Asset) ทองคำแท่งและเงินแท่งมีรูปลักษณ์ทางกายภาพและน้ำหนักที่ชัดเจน นอกจากเป็นตัวกำหนดมูลค่าแล้ว ยังสร้างความเชื่อมั่นในคนที่ถือครองรู้สึกมั่นคง เพราะมีหลักประกันความมั่งคั่งที่สามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ตามความต้องการ

 

3. สินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Asset) หมายถึงสินทรัพย์ที่นอกเหนือจากการลงทุนแบบดั้งเดิม อย่างเงินสด หุ้น และพันธบัตร ทองคำแท่งและเงินแท่งจึงเป็นสินทรัพย์ทางเลือกประเภทสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) ที่มีลักษณะเฉพาะ จำเป็นต้องศึกษารายละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน

 

ราคาทองคำที่พุ่งสูงเกินไป กลายเป็นจุดหักเหให้นักลงทุนหันไปสนใจแร่เงินหรือเงินแท่งแทน เพราะมองว่ายังมีโอกาสทำกำไรจากมูลค่าที่เพิ่มขึ้นในอนาคตได้

 

 

อยากลงทุนแร่เงินและเงินแท่ง ทำอย่างไร ?

รวม 3 วิธีลงทุนต่อยอดโอกาสสร้างความมั่งคั่ง

การลงทุนในแร่เงินและเงินแท่งมีหลายรูปแบบ แต่ช่องทางลงทุนที่ได้รับความนิยมและน่าสนใจเหมาะสำหรับคนที่ต้องการต่อยอดโอกาสสร้างความมั่งคั่งจากแร่เงินและเงินแท่ง มีอยู่ด้วยกัน 3 วิธี ดังต่อไปนี้

 

วิธีที่ 1 ซื้อเงินแท่งตามน้ำหนัก (Physical Silver)

  • ข้อได้เปรียบ : ได้ครอบครองเงินแท่งยาวนานเท่าไหร่ก็ได้ตามความพอใจ ใช้เป็นหลักประกันที่สร้างความมั่นใจให้ผู้ลงทุนได้ว่าเป็นเจ้าของสินทรัพย์ ที่สำคัญคือไม่มีความเสี่ยงคู่สัญญา คือ ไม่ต้องกังวลเรื่องความมั่นคงทางการเงินของธนาคารและสถาบันการเงิน เพราะไม่ส่งผลกระทบใด ๆ กับจำนวนเงินแท่งที่นักลงทุนมีไว้ครอบครอง
  • ข้อจำกัด : เนื่องจากตลาดซื้อขายเงินแท่งยังมีอยู่จำกัด ทำให้สภาพคล่องต่ำ และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะทุกครั้งที่เกิดการซื้อขาย จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ทำให้ต้นทุนของเงินแท่งสูงกว่าราคาจริงในตลาดโลก นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายแฝง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่ใช้สำหรับเก็บรักษาเงินแท่งให้คงสภาพดีและปลอดภัย
  • เหมาะสำหรับ : นักลงทุนมือใหม่ที่ต้องการเก็บสินทรัพย์ที่จับต้องได้สำรองไว้เป็นหลักประกันความมั่นคง และคนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ

 

วิธีที่ 2 ซื้อกองทุนอ้างอิงโลหะเงิน (Silver ETF)

  • ข้อได้เปรียบ : เป็นรูปแบบการลงทุนผ่านกองทุนรวมหรือกองทุน ETF (Exchange Traded Fund) ที่มีนโยบายลงทุนในโลหะเงิน จึงมีสภาพคล่องสูงกว่าเงินแท่ง เพราะลงทุนได้โดยไม่ต้องใช้เงินก้อน และซื้อขายได้สะดวกผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดเก็บและรักษาความปลอดภัย
  • ข้อจำกัด : มีค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการกองทุน เพราะยังต้องพึ่งพาการทำหน้าที่ของผู้จัดการกองทุนให้แทน หากบริหารผิดพลาดจะเป็นความเสี่ยงทำให้ขาดทุนได้ ส่วนผลตอบแทนของกองทุนอาจคลาดเคลื่อนไปจากราคาเงินจริง เพราะไม่ได้เคลื่อนไหวตามราคาเงินในตลาดโลก
  • เหมาะสำหรับ : เป็นทางเลือกที่ดีของนักลงทุนมือใหม่ สำหรับเริ่มต้นลงทุนด้วยเงินจำนวนไม่มากและมีผู้เชี่ยวชาญช่วยบริหารจัดการ รวมถึงนักลงทุนที่เริ่มมีประสบการณ์การลงทุน ซึ่งกำลังมองหาการลงทุนระยะกลางถึงยาว

 

วิธีที่ 3 ซื้อสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Silver Futures)

  • ข้อได้เปรียบ : เป็นการซื้อขายล่วงหน้าที่นักลงทุนตกลงจะซื้อเงินในราคาที่กำหนดไว้ในวันนี้ โดยอ้างอิงกับราคาเงินความบริสุทธิ์ 99.9% ด้วยหน่วยดอลลาร์สหรัฐ เพื่อส่งมอบและชำระเงินในอนาคต ได้โดยไม่ต้องซื้อขายแร่เงินจริง จึงมีโอกาสทำกำไรได้ทั้งตอนที่ราคาเงินขึ้นและราคาเงินลง
  • ข้อจำกัด : แม้จะมีโอกาสทำกำไรได้สูง แต่ก็มีความเสี่ยงขาดทุนสูงมากเช่นเดียวกัน หากราคาเงินเปลี่ยนแปลงผันผวนไปในทิศทางตรงข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ ที่สำคัญคือสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามีวันหมดอายุสัญญา เท่ากับว่าจำกัดระยะเวลาการถือครองไว้ชัดเจน จึงจำเป็นต้องปิดสถานะก่อนวันหมดอายุ ต่างจากการซื้อหุ้นหรือเงินแท่งที่สามารถถือครองได้ไม่จำกัดเวลา
  • เหมาะสำหรับ : นักลงทุนมืออาชีพที่รับความเสี่ยงสูงได้ มีเงินทุนสำรองเพียงพอ และมีความเข้าใจในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอย่างถ่องแท้

 

ถึงอย่างนั้น การลงทุนในแร่เงินยังถือว่ามีความเสี่ยงสูง เนื่องจากราคาเงินยังคงผันผวนและอาจไม่ตอบสนองความต้องการของนักลงทุนได้ในระยะยาวเหมือนทองคำหรือสินทรัพย์รูปแบบอื่น ๆ

 

สำหรับคนที่กำลังมองหาช่องทางการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงและรับผลตอบแทนที่แน่นอนในวันข้างหน้า LIVE TO LIFE ขอแนะนำ ผลิตภัณฑ์ประกันของไทยประกันชีวิต เพื่ออนาคตที่มั่นคง พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษี*

 

  • ไทยประกันชีวิต มันนี่ ฟิต เวลท์ตี้ 18/4 (มีเงินปันผล) ประกันเพื่อการออมเงินและลดหย่อนภาษี การันตีรับเงินคืนระหว่างสัญญาทุกปี ตลอดสัญญารับเงินคืนขั้นต่ำ 418% พร้อมโอกาสรับเงินปันผลเพิ่มเติม ช่วยออมเงินให้คุณได้ และได้รับความคุ้มครองชีวิตสูงสุด 400% ชำระเบี้ยฯ เพียง 4 ปี คุ้มครองสูง 18 ปี และลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท
  • ไทยประกันชีวิต มันนี่ ฟิต รีไทร์ (G) (บำนาญแบบลดหย่อนได้) ประกันเพื่อชีวิตหลังเกษียณ รับเงินบำนาญแน่นอนทุกปี สูงสุด ปีละ 35% ตั้งแต่อายุ 60 ปี ถึงอายุครบ 85 ปี เลือกระยะเวลาชำระเบี้ยฯ ได้ ตามต้องการ 5 ปี, 10 ปี หรือถึงอายุ 60 ปี และลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 300,000 บาท/ปี

 

*การลดหย่อนภาษีเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดของกรมธรรม์ประกันภัยก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

 

ข้อมูลทั้งหมดของบทความนี้ เป็นเพียงให้ความรู้เบื้องต้นสำหรับการวางแผนการลงทุนแร่เงินและเงินแท่งในภาพรวม ส่วนการตัดสินใจลงทุน จำเป็นต้องพิจารณาจากข้อมูลสถานการณ์ปัจจุบัน เป้าหมายทางการเงิน ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมควบคู่กับติดตามข่าวสารที่เกี่ยวข้องอยู่ตลอด

 

 

อ้างอิง

  • ไทยพีบีเอส. เส้นทางทองคำ “การค้า-การเมืองสหรัฐฯ” ดันราคา ทะยานไม่หยุด. http://bit.ly/47cc5Lq
  • FORBES Thailand. YLG เผยจากต้นปีทองไทยพุ่ง 33% ทองโลกพุ่ง 43% ให้ผลตอบแทนดีสุดในรอบ 46 ปี ชี้มีโอกาสเห็น 60,000 บาท หากค่าเงินยังอ่อน. https://bit.ly/3JDjf2b
  • TFEX. Silver Online Futures สร้างความได้เปรียบ เพิ่มโอกาสทำกำไรในโลหะเงิน. http://bit.ly/4oLwJYF
  • Silver Institute. Physical Silver Investment Increasingly Important to Global Silver Demand. http://bit.ly/47Lp2vP

SHARE

facebook
twitter
copy
Related articles / บทความที่เกี่ยวข้อง
Loading...