วางแผนการเงินสิ้นปีมีแต่ได้ ! รวม 5 ประเด็นการเงินการลงทุนที่ต้องทำก่อนหมดปี

08 Dec 2025 - 4 mins read

Wealth / Money

Share

‘สิ้นปีเหมือนสิ้นใจ’ ใครรู้สึกแบบนี้บ้าง ?  

 

คนส่วนใหญ่น่าจะรู้สึกตรงกันว่า ตลอดปีที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่ต้องพยายามพาตัวเองให้ก้าวข้ามความท้าทายในทุก ๆ ด้านที่ส่งผลกระทบกับเงินในกระเป๋าไปให้ได้ ทั้งเงินเดือนโตไม่ทันเงินเฟ้อ ข้าวของขึ้นราคา ค่าครองชีพสูง รายจ่ายเยอะกว่ารายได้ แต่หลายคนยังต้องหาทางรับมืออุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาทดสอบชีวิตแบบไม่ทันให้ได้ตั้งตัว ทั้งความเสี่ยงตกงาน ขาดรายได้ประจำ เศรษฐกิจผันผวน และความเสียหายจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

 

กว่าจะประคับประคอง ‘สุขภาพการเงิน’ ของตัวเองให้อยู่รอดปลอดภัยมาถึงเดือนสุดท้ายของปีจึงไม่ใช่เรื่องง่าย และแน่นอนว่าในปีหน้าที่กำลังจะมาถึง คงไม่มีใครอยากให้ตัวเองต้องเหนื่อยจวนสิ้นใจเหมือนที่เกิดขึ้นในปีนี้ นี่คือเหตุผลที่ LIVE TO LIFE อยากชวนทุกคนมา ‘วางแผนการเงินช่วงสิ้นปี’ เป็นของขวัญต้อนรับปีใหม่ให้ตัวเอง

 

เพื่อไม่ให้ทุกคนพลาดโอกาสสร้างความมั่งคั่งและเป็นเจ้าของสุขภาพการเงินที่ดีตลอดปีหน้า LIVE TO LIFE ได้รวบรวมประเด็นการเงินการลงทุนที่ควรทำก่อนหมดปี แบ่งเป็นเช็กลิสต์ 5 ข้อ ซึ่งครอบคลุมการวางแผนการเงินส่วนบุคคลครบทุกด้าน

 

 

เช็กลิสต์ข้อ 1

อุดรอยรั่วที่ทำให้เก็บออมไม่อยู่ ด้วย ‘งบการเงิน’

เพราะว่ารากฐานของสุขภาพการเงินที่แข็งแกร่งเริ่มต้นจากการรู้ที่มาที่ไปของเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ไหลเข้าและไหลออกในบัญชี ดังนั้น สิ่งสำคัญที่ต้องลงมือทำเป็นอย่างแรก คือ งบการเงินส่วนบุคคล (Personal Financial Statement) โดยแบ่งออกได้ดังนี้

  • งบดุลส่วนบุคคล (Personal Balance Sheet) หรือ งบแสดงสถานะการเงิน สามารถสรุปจบให้อยู่ในหนึ่งหน้ากระดาษได้ เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งหมดว่าสถานะการเงินของตัวเองเป็นอย่างไร มีสินทรัพย์และหนี้สินอยู่เท่าไหร่ หลังจากหักกลบลบหนี้กันแล้ว ผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้ออกมาเป็น ความมั่งคั่งสุทธิ (Net Worth) นั้นเป็นบวกหรือติดลบ แนะนำให้ศึกษาวิธีการคำนวณอย่างละเอียดจากบทความ มีเงินเท่าไหร่ถึงเรียกว่า ‘รวย’ ชวนคำนวณ Net Worth หาความมั่งคั่งสู่โอกาสเป็นเศรษฐีเงินล้าน
  • งบรายรับรายจ่าย (Personal Income and Expense Statement) หรือ งบกระแสเงินสด (Cash Flow Statement) สามารถสรุปจบให้อยู่ในหนึ่งหน้ากระดาษได้เช่นเดียวกัน เป็นเหมือนรายงานที่แจกแจงให้เห็นที่มาของรายได้และค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นตลอดปี ใช้หลักการคำนวณง่าย ๆ เพียงรวบรวมรายได้จากทุกแหล่ง ทั้งรายได้จากการทำงาน รายได้จากการลงทุน และรายได้อื่น ๆ มาหักลบกับค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ทั้งค่าใช้จ่ายคงที่ (เช่น ผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ) ค่าใช้จ่ายผันแปร (เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าใช้จ่ายส่วนตัว) และค่าใช้จ่ายเพื่อการออมและการลงทุน ผลลัพธ์ที่ได้จะสะท้อนให้เห็นพฤติกรรมการใช้จ่ายว่าเก็บเงินอยู่ไหม และหมดเงินไปกับอะไรมากที่สุด

 

ส่วนเหตุผลสำคัญที่ทุกคนจำเป็นต้องทำงบการเงินส่วนบุคคลก่อน เพราะเป็นวิธีสำรวจและทบทวนรายรับรายจ่ายอย่างละเอียด ขั้นตอนนี้จะช่วยให้เห็นภาพรวมของสุขภาพการเงินได้ชัดเจนที่สุด โดยเฉพาะคนที่เก็บเงินไม่อยู่ จะยิ่งเห็นจุดรั่วไหลว่าหมดเงินไปกับค่าใช้จ่ายส่วนไหน หลังจากรู้แล้ว ก็จะสามารถอุดรอยรั่วได้ตรงจุดยิ่งขึ้น ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับคนที่อยากปรับปรุงพฤติกรรมการใช้จ่ายในปีหน้าให้สอดคล้องกับเป้าหมายการออมที่ตั้งเอาไว้

 

ยกตัวอย่าง ปีนี้นางสาว A ไม่มีเงินเหลือเก็บเลย เมื่อทบทวนงบการเงินส่วนบุคคลอย่างถี่ถ้วนก็พบว่า เธอมักจะหมดเงินไปกับค่าใช้จ่ายบางอย่างที่ไม่จำเป็นมากเกินไป เช่น ค่าอาหาร ค่าซื้อของจิปาถะ และค่าสมัครบริการสตรีมมิ่งต่าง ๆ หากเป้าหมายการเงินปีหน้าของนางสาว A คือ ความตั้งใจเก็บเงินก้อนใหญ่ให้ได้ เธอจะรู้ได้ทันทีว่า ควรออมก่อนใช้ และต้องลดรายจ่ายฟุ่มเฟือยตรงส่วนไหนเพื่อมาเพิ่มเป็นเงินออม นอกจากช่วยให้เก็บเงินอยู่แล้ว ยังเป็นการกระตุ้นตัวเองให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายที่ดีต่อสุขภาพการเงินในระยะยาวด้วย

 

 

เช็กลิสต์ข้อ 2

ปรับ ‘พอร์ตการลงทุน’ ใหม่ ให้ได้ผลตอบแทนคุ้มค่า

สิ้นปีเป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนทั้งมือใหม่และมือเก๋าควร ปรับสมดุลของพอร์ตลงทุน (Portfolio Rebalance) คือการปรับสัดส่วนของสินทรัพย์ต่าง ๆ ในพอร์ตการลงทุนให้กลับมาอยู่ในสัดส่วนที่ตั้งใจจัดสรรไว้ตั้งแต่ตอนแรก โดยควบคุมระดับความเสี่ยงให้เหมาะสมไม่ให้ผันผวนเกินกว่าที่นักลงทุนจะรับได้และรักษาสมดุลของพอร์ตให้สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนที่ตัวเรากำหนดเอง เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง ซึ่งทำได้ 2 วิธี

  • ขายสินทรัพย์ประเภทที่เกินสัดส่วนเดิม (Overweight) หากสินทรัพย์บางประเภทมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาก จนทำให้สัดส่วนในพอร์ตสูงกว่าที่ตั้งใจไว้ เช่น สัดส่วนหุ้นเพิ่มจาก 50% เป็น 60% ให้ขายหุ้นส่วนที่เกิน 10% ออกไป
  • ซื้อสินทรัพย์ที่มีสัดส่วนต่ำ (Underweight) ให้สมดุลของพอร์ตลงทุนกลับมาเท่าเดิม โดยนำเงินที่ได้จากการขายสินทรัพย์ประเภทที่เกินสัดส่วนเดิมมาซื้อสินทรัพย์อื่น ๆ ที่มีสัดส่วนต่ำกว่าเป้าหมาย

 

เพราะระหว่างทาง สัดส่วนการลงทุนในพอร์ตอาจผิดเพี้ยนไปจากสัดส่วนตั้งต้น เกิดจากผลตอบแทนของสินทรัพย์แต่ละตัวเติบโตไม่เท่ากัน สินทรัพย์ที่เติบโตเร็วจะมีมูลค่าสูงกว่าสินทรัพย์อื่น ๆ สัดส่วนโดยรวมของพอร์ตจึงเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จุดนี้เองที่ทำให้ความเสี่ยงของพอร์ตเพิ่มมากขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว

 

ยกตัวอย่าง ปีนี้นาย B ตั้งเป้าหมายการลงทุนให้มีสัดส่วนหุ้น 70% และตราสารหนี้ 30% แต่ตลาดหุ้นผันผวนต่อเนื่อง ทำให้สัดส่วนหุ้นเปลี่ยนแปลงเพิ่มเป็น 80% ส่วนตราสารหนี้ลดลงเหลือ 20% ในช่วงสิ้นปี นาย B จึงปรับสมดุลของพอร์ตลงทุนใหม่ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุนในอนาคต คือ ขายหุ้นส่วนที่เกินมาออกไป 10% แล้วนำเงินไปซื้อตราสารหนี้เพิ่มแทน

 

การวางแผนปรับสมดุลของพอร์ตให้ปลอดภัย จึงช่วยทำให้นักลงทุนมั่นใจได้ว่า จะสามารถควบคุมความเสี่ยงของพอร์ตอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่มากไม่น้อยเกินไป ยิ่งในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจมีความผันผวนสูง ยิ่งจำเป็นต้องหมั่นตรวจดูสัดส่วนของพอร์ตที่ลงทุนไว้ตามช่วงเวลา เช่น ทุกไตรมาส ทุกครึ่งปี หรือทุกปี เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าที่สุด

 

 

เช็กลิสต์ข้อ 3

เปลี่ยน ‘เงินภาษี’ เป็นเงินออมเพื่ออนาคต

ลองคิดดูว่ากว่าจะทำงานหาเงินมาได้ ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักทั้งแรงกายและแรงใจเพื่อแลกมา ถ้าจะต้องเอาเงินส่วนนี้ไปจ่ายภาษีจนหมด โดยที่ตัวเราไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย คงไม่ดีต่อสุขภาพการเงินแน่ ๆ การวางแผนภาษี จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คนทำงานมองข้ามไม่ได้เด็ดขาด และต้องทำให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดเวลา โดยเฉพาะช่วงสิ้นปี ถือเป็นโค้งสุดท้ายของการวางแผนภาษี

 

โจทย์ของการวางแผนภาษี คือการเลือกใช้สิทธิลดหย่อนภาษีให้ตรงกับความต้องการของชีวิตที่สุด เพื่อประหยัดภาษีอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย นั่นก็คือการเปลี่ยนเงินภาษีที่ต้องเสียเปล่าให้กลายเป็นเงินออมเพื่ออนาคต ผ่านการเลือกลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ลดหย่อนภาษีได้ ทั้งประกันชีวิต ประกันสุขภาพ การออมเพื่อเกษียณ (เช่น กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ) รวมถึงกองทุน ThaiESG และ ThaiESGX

 

แต่การวางแผนภาษีนั้นมีขั้นตอนให้คิดคำนวณ จึงควรตรวจสอบสิทธิลดหย่อนภาษีที่มีอยู่ให้ถี่ถ้วนก่อนเริ่มต้นวางแผนซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพิ่มเติมให้เต็มวงเงินที่ตัวเองใช้ลดหย่อนได้ แนะนำให้ศึกษาแนวทางการลดหย่อนภาษีอย่างละเอียดจากบทความ ก่อนหมดปีมี ‘ประกันลดหย่อนภาษี’ หรือยัง ? เคล็ดลับซื้อประกันให้ตอบโจทย์ ทั้งคุ้มค่าและคุ้มครอง

 

ยกตัวอย่าง ปีนี้นาย C มีเงินได้สุทธิที่ต้องเสียภาษีในอัตรา 10% หมายความว่า เพดานภาษีที่นาย C ต้องจ่ายเพิ่ม อาจสูงสุดถึง 20,000 บาท แต่แทนที่จะจ่ายเงินภาษีทิ้งไป นาย C กลับวางแผนด้วยการซื้อกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ควบคู่กับซื้อประกันชีวิตแบบบำนาญ เพราะต้องการสร้างความมั่นคงให้ชีวิตบั้นปลายมีเงินใช้ทุกเดือน จึงเลือกผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เน้นการออมระยะยาวเพื่อเกษียณ นอกจากนาย C จะไม่ต้องเสียภาษีแพงแล้ว ยังเปลี่ยนเงินภาษีเป็นเงินออมเพื่ออนาคตให้ตัวเองได้อย่างคุ้มค่า

 

 

เช็กลิสต์ข้อ 4

อยาก ‘เกษียณสบาย’ ต้องเตรียมพร้อมตั้งแต่ตอนนี้

เป็นการวางแผนการเงินที่ต่อเนื่องมาจากเช็กลิสต์ข้อ 3 ไม่สำคัญว่าจะตั้งใจเป็นโสดไปตลอดชีวิตหรือมีคู่ครองที่พร้อมอยู่ดูแลกันไปจนแก่เฒ่า หากไม่รีบวางแผนเป้าหมายในบั้นปลายชีวิตให้ตัวเองและคู่รักเกษียณสบาย ก็เหมือนกับเรือลำเก่าสภาพทรุดโทรมไร้เข็มทิศที่ลอยเคว้งอยู่กลางกระแสน้ำเชี่ยว แค่มีคลื่นพัดมากระทบเล็กน้อย ก็เสี่ยงทำให้เรือจมลงได้ทุกเมื่อ

 

เพราะการตั้งเป้าหมายเพื่อเกษียณตั้งแต่ตอนนี้ จะเป็นเข็มทิศที่ช่วยให้ตัดสินใจวางแผนการเงินของปีถัดไปได้อย่างไม่หลงทาง ซึ่งควรเริ่มด้วยการสำรวจตัวเองก่อนว่า ที่ผ่านมาได้เก็บออมเงินและลงทุนเพื่อการเกษียณหรือยัง ? แล้วทำได้ตามแผนที่วางไว้หรือไม่ ? หากคำตอบคือ ‘ไม่ใช่’ ยิ่งต้องรีบวางแผนเกษียณทันที เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสสร้างความมั่นคงในบั้นปลายชีวิต 

 

ยกตัวอย่าง ก่อนหน้านี้ นาย C ไม่เคยสนใจวางแผนเกษียณอายุเลย เพราะคิดว่าตัวเองยังไม่แก่มากพอ ซึ่งถือเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง เพราะการวางแผนเกษียณเป็นเรื่องที่ต้องเริ่มให้เร็ว นี่คือหัวใจสำคัญของการมีชีวิตหลังเกษียณที่มั่นคง ทำให้มีเวลาวางแผนจัดการได้มากกว่า และช่วยลดภาระการออม โดยเฉพาะการซื้อประกันชีวิตแบบบำนาญของนาย C ในตอนที่อายุยังน้อย ย่อมจ่ายเบี้ยฯ ได้ถูกกว่าตอนที่อายุมาก

 

การเริ่มทำประกันเพื่อชีวิตหลังเกษียณไว้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่เพียงทำให้จ่ายเบี้ยฯ ถูกลงเมื่อเทียบกับจำนวนเงินบำนาญที่ได้รับ แต่ยังเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์การวางแผนการเงินได้ครบทั้งแบบบุคคลและแบบครอบครัว

  • วางแผนการเงินแบบบุคคล เบี้ยประกันบำนาญสามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุดถึง 300,000 บาท และช่วยสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอในรูปแบบของเงินบำนาญหลังเกษียณ ทำให้มี ‘แหล่งรายได้ตลอดชีพ’ (Lifetime Income) โดยไม่ต้องกังวลว่าเงินออมที่เก็บไว้จะไม่พอใช้ไปตลอดชีวิต และไม่จำเป็นต้องพึ่งรายได้ที่ไม่แน่นอนจากการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง
  • วางแผนการเงินแบบครอบครัว เป็นหลักประกันให้คู่ชีวิตมั่นใจได้ว่า มีรายได้เพียงพอโดยไม่ต้องพึ่งพิงแหล่งรายได้จากฝ่ายใดเพียงฝ่ายเดียว ทำให้ใช้ชีวิตได้อย่างอิสระและสุขสบายตามแผนที่วางไว้ โดยไม่เป็นภาระทางการเงินให้กับลูกหลานหรือคนในครอบครัว และถึงแม้จะเป็นการวางแผนเพื่อวัยเกษียณให้ตัวเอง แต่ถ้าหากเสียชีวิตระหว่างรับเงินบำนาญ ผู้รับผลประโยชน์ที่ระบุไว้จะได้รับเงินชดเชยตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ถือเป็นการส่งต่อความมั่นคงให้กับทายาทหรือคนที่รักได้

 

สำหรับคนที่กำลังมองหา ‘ประกันเพื่อชีวิตหลังเกษียณ’ หรือ ‘ประกันบำนาญ’ เพราะอยากให้ตัวเองเกษียณสบายในบั้นปลาย LIVE TO LIFE ขอแนะนำ ไทยประกันชีวิต มันนี่ ฟิต รีไทร์ (G) (บำนาญแบบลดหย่อนได้) สามารถเลือกระยะเวลาชำระเบี้ยฯ ได้ตามต้องการ สามารถเลือกชำระครั้งเดียว, 5 ปี, 10 ปี หรือถึงอายุ 60 ปี พร้อมรับเงินบำนาญแน่นอนทุกปี สูงสุดปีละ 35%* ตั้งแต่อายุ 60 ปี ถึงอายุครบ 85 ปี สำหรับเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญรับสิทธิในการหักลดหย่อนภาษี เพิ่มขึ้นอีก 200,000 บาท รวมลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาทต่อปี**

 

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

**สิทธิลดหย่อนภาษีเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

• ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดของกรมธรรม์ประกันภัยก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

 

 

เช็กลิสต์ข้อ 5

ทบทวนความคุ้มครองจาก ‘ประกัน’ ให้เพียงพอ

เนื่องจากชีวิตมีความไม่แน่นอนอยู่เสมอ และไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่าภายภาคหน้าจะเป็นเช่นไร สิ่งที่ทุกคนควรรีบวางแผนก่อนหมดปี คือ ทบทวนความคุ้มครองจาก ‘ประกัน’ ทุกรูปแบบที่มีอยู่ว่า เพียงพอกับความเสี่ยงในชีวิตมากแค่ไหน

 

หากยังมีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บไข้ได้ป่วยหรือขณะประสบอุบัติเหตุร้ายแรง ให้เลือกทำประกันเพิ่มเติม เพื่อจะได้ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบกับสุขภาพการเงินเอาไว้กับตัวเอง แนะนำให้อ่านเหตุผลที่ควรทำประกันได้จากบทความ นอนโรงพยาบาล 1 ครั้ง เงินเก็บหายทั้งก้อน ยิ่งทำ ‘ประกันสุขภาพ’ เร็ว ยิ่งเก็บเงินได้มาก

 

ยกตัวอย่าง ปีนี้นาง D เพิ่งแต่งงานและมีลูก จากเดิมที่เคยอยู่ตัวคนเดียว กลายเป็นคนที่มีความรับผิดชอบเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก หากนาง D มีประกันชีวิตและประกันสุขภาพที่มีวงเงินความคุ้มครองต่ำเกินไป หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นไม่ว่ากับตัวเองหรือสมาชิกในครอบครัว ย่อมมีความเสี่ยงสูญเสียเงินไปกับค่ารักษาพยาบาลจนสั่นคลอนความมั่นคงในชีวิต

 

การเลือกทำประกันให้เพียงพอต่อความเสี่ยงและภาระหนี้สินในชีวิต จึงเป็นการสร้าง ‘เกราะป้องกัน’ ชั้นดี เพื่อป้องกันไม่ให้ความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ มาทำลายความมั่นคงทางการเงินที่พยายามสร้างมาทั้งหมด

 

ปีเก่ากำลังจะผ่านพ้นไป ปีใหม่กำลังใกล้เข้ามา การวางแผนการเงินช่วงสิ้นปี จึงไม่ใช่แค่การคำนวณตัวเลขเพื่อบอกลาความรู้สึกสิ้นปีเหมือนสิ้นใจ แต่เป็นการสร้างวินัยทางการเงินและเพิ่มความมั่นคงระยะยาวให้กับชีวิตในอนาคต เพื่อดูแลสุขภาพการเงินให้มั่งคั่งกว่าเดิม

 

 

อ้างอิง

  • ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. คลังความรู้คำศัพท์วางแผนการเงิน : งบการเงินส่วนบุคคล. https://bit.ly/4avlwHN
  • ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. Rebalancing Port ให้ปลอดภัย. https://bit.ly/4iKKZPK
  • ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. การวางแผนเกษียณด้วยประกันแบบบำนาญ. https://bit.ly/3XznDCM

SHARE

facebook
twitter
copy
Related articles / บทความที่เกี่ยวข้อง
Loading...